ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับครอบครัว

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 คืออะไร และทำไมผู้ปกครองต้องใส่ใจ

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 คือเวทีเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขนาดใหญ่ที่เปิดให้เด็ก เยาวชน ครู และประชาชน ได้สัมผัสประสบการณ์ทดลอง ลงมือทำ และตั้งคำถามกับปรากฏการณ์รอบตัว ผ่านนิทรรศการเชิงโต้ตอบและกิจกรรม STEM หลากหลายรูปแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและสร้างทักษะแห่งอนาคตให้ผู้เรียนทุกช่วงวัย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ NSM จัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานนี้มีสถาบันการศึกษาและโรงเรียนจากทั่วประเทศจองเข้าชมล่วงหน้ามากกว่า 1,500 แห่ง แสดงให้เห็นชัดว่าความต้องการ การเรียนรู้ STEM ที่โรงเรียน กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ควรมองข้าม ความสำเร็จของงานไม่ได้จบเมื่อปิดฮอลล์จัดแสดง ตรงกันข้าม มันกำลังเริ่มเปลี่ยนความคิดของครูและผู้ปกครองว่า วิทยาศาสตร์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในแบบฝึกหัดและข้อสอบ แต่ต้องมาอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

เวทีระดับภูมิภาค สู่แรงผลักดันการเรียนรู้ STEM ในโรงเรียน

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ไม่ใช่งานภายในประเทศที่จัดเพื่อโชว์ผลงานวิชาการเท่านั้น แต่เป็นเวทีที่ NSM ใช้แสดงบทบาทการเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ของภูมิภาค ผ่านการเป็นเจ้าภาพประชุม Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference หรือ ASPAC Conference 2026 ซึ่งมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก 68 หน่วยงานใน 30 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าร่วม ประเด็นที่ถูกยกมาพูดคุยคือทิศทางของแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะแห่งอนาคต ไม่ใช่แค่ความรู้เนื้อหาในหนังสือ สิ่งนี้สะท้อนตรงไปยัง การเรียนรู้ STEM ที่โรงเรียน ว่าจำเป็นต้องขยับจากการสอนแบบบรรยาย ไปสู่การลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาจริง คำถามสำคัญคือ หลังจากประเทศกลายเป็นเจ้าภาพเวทีระดับภูมิภาคแล้ว โรงเรียนและผู้ปกครองจะเปลี่ยนวิธีสนับสนุนกิจกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อเด็ก อย่างไรให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ใหม่ที่โลกกำลังก้าวไป

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

หัวใจของงานคือ Hands-on ไม่ใช่เวทีถ่ายรูป

สิ่งที่ทำให้ มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ต่างจากงานแสดงสินค้าทั่วไป คือการออกแบบประสบการณ์ Hands-on หรือการลงมือทำจริงเป็นศูนย์กลาง เด็กไม่ได้เดินดูนิทรรศการเฉยๆ แต่ได้หมุนปุ่ม กดป้อนคำสั่ง ทดลอง และถกเถียงกันเองว่าทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาแบบนั้น NSM ระบุชัดว่า “หัวใจสำคัญที่สุดของการจัดงานคือการจุดประกายและสร้างทักษะแห่งอนาคตให้แก่เยาวชน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้จริงนอกห้องเรียน” เด็กจึงได้ฝึกทักษะการตั้งคำถาม การสังเกต และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณจากหลายโซน เช่น นิทรรศการ AI Revolution ที่ชวนมองบทบาทมนุษย์ในยุคปัญญาประดิษฐ์ นิทรรศการ Rare Earth ที่เชื่อมโยงธาตุหายากกับอุตสาหกรรม EV และพลังงานสะอาด ไปจนถึงนิทรรศการเรื่องความมั่นคงทางอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ ในมุมมองของผู้เขียน หากโรงเรียนยังมองทัศนศึกษาไปงานวิทยาศาสตร์เป็นแค่กิจกรรมถ่ายรูปและซื้อของที่ระลึก เรากำลังทิ้งโอกาสทองในการฝึกทักษะแก้ปัญหาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

จากฮอลล์จัดงานสู่โรงเรียน: จะใช้ประโยชน์จากนิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่อย่างไร

หลังปิดงาน NSM เตรียมนำชิ้นงานและนิทรรศการบางส่วนไปจัดแสดงต่อในพิพิธภัณฑ์ในสังกัด และกระจายสู่แหล่งเรียนรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่า นิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ จะเข้าใกล้โรงเรียนและชุมชนมากขึ้น และนี่คือช่วงเวลาที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรนั่งรออย่างเฉยเมย โรงเรียนสามารถเริ่มจากการติดตามข่าวสารของ NSM และงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ของโครงการ จากนั้นวางแผนประสานเพื่อขอเข้าชมนิทรรศการที่เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้หรือพิพิธภัณฑ์ใกล้พื้นที่ของตน การออกแบบแผนการสอนบูรณาการ เช่น ให้เด็กเตรียมคำถามก่อนเข้าชม ทำใบงานสำรวจหน้างาน และจัดให้สะท้อนคิดหลังกลับโรงเรียน จะเปลี่ยนกิจกรรมชมงานให้กลายเป็น การเรียนรู้ STEM ที่โรงเรียน อย่างแท้จริง ผู้ปกครองเองก็ควรถามลูกมากกว่าคำว่า “สนุกไหม” แต่ชวนคุยต่อว่า “จากที่ได้ลองทำ วันนี้ได้เรียนรู้อะไรที่อยากเอาไปลองต่อที่บ้านหรือที่โรงเรียน” เพื่อยืดอายุการเรียนรู้ให้ยาวกว่าวันเดินชมงาน

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

ก้าวต่อไปหลังงานปิด: สร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในชุมชนของเรา

งานมหกรรมฯ ปีนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบแค่ระดับกิจกรรม แต่ยังเสริมพลังให้บุคลากรและองค์กรที่สื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง ผ่านการมอบรางวัล Thailand Science Communication Awards 2026 รวม 15 รางวัล การยกย่องเหล่านักสื่อสารและองค์กร คือสัญญาณว่าการทำให้วิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายและเข้าถึงคนทุกกลุ่มเป็นเรื่องสำคัญเทียบเท่าการทำวิจัย แต่การเปลี่ยนแปลงระยะยาวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโรงเรียนและครอบครัวเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับกิจกรรม เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในชุมชนของตนเอง ใช้นิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่และกิจกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อเด็ก เป็นจุดเริ่มต้น แล้วต่อยอดเป็นชมรม STEM ในโรงเรียน วันวิทยาศาสตร์ประจำชุมชน หรือโครงการที่เด็กออกแบบทดลองวิจัยง่ายๆ จากปัญหารอบตัว หากเรายอมรับว่าทักษะแห่งอนาคตสำคัญต่อเด็กจริง การรอให้มีงานใหญ่ปีละครั้งย่อมไม่พอ ถึงเวลาที่ครูและผู้ปกครองต้องจับมือกัน เปลี่ยนทุกชั้นเรียนและทุกชุมชนให้เป็น “มหกรรมวิทยาศาสตร์ขนาดย่อม” ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ไม่ใช่แค่เก้่าวันต่อปี

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ปิดงานแล้ว แต่โอกาสเรียนรู้ STEM เพิ่งเริ่มต้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!