มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อครอบครัวยุค AI
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 คือเวทีเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการลงมือทดลองด้วยตนเอง ผสมผสานนิทรรศการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหลายประเทศ เพื่อฝึกทักษะคิดวิเคราะห์ ทดลอง แก้ปัญหา และเข้าใจบทบาทของ AI ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม เน้นให้ครอบครัวได้ “เล่น เรียน และลองผิดลองถูก” ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างพื้นฐานทักษะ STEM สำหรับเด็กและปลูกฝังทัศนคติว่าความรู้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัว
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9–11 ภายใต้แนวคิด Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน จุดยืนนี้ไม่ได้เป็นแค่สโลแกน แต่สะท้อนผ่านการออกแบบกิจกรรมเชิงลงมือทำอย่างชัดเจน บทเรียนสำคัญคือ ถ้าเราอยากให้เด็กพร้อมรับโลก AI การสั่งให้จำอย่างเดียวไม่พอ เด็กต้องได้ลองสร้างของจริง

จากคลื่นสมองสั่งหุ่นยนต์ถึง LEGO โค้ดดิ้ง นิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ให้เด็กเป็นคนลงมือ
หัวใจของมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 คือการเปลี่ยนพื้นที่นิทรรศการวิทยาศาสตร์ให้เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ เด็กคนหนึ่งสวมอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณสมองแล้วใช้สมาธิสั่งหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ แทนที่จะยืนดูเครื่องจักรทำงาน เขาได้สัมผัสว่าคลื่นสมองของตัวเองเชื่อมกับระบบควบคุมเครื่องกลอย่างไร กิจกรรมนี้ไม่เพียงปลุกความตื่นเต้น แต่ยังฝึกการจดจ่อและทำให้แนวคิดการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรซึ่งดูไกลตัว กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
อีกมุมหนึ่ง เด็กกำลังประกอบ LEGO แล้วเขียนโค้ดควบคุมผลงานของตัวเองให้เคลื่อนไหว ผ่านกิจกรรม Shaping Ideas, Exploring AI with LEGO Education Kit เด็กได้เรียนรู้การคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรม การใช้เซนเซอร์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เปลี่ยนการเล่นเป็นการสร้างสรรค์และการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ประโยคที่ครูควรจดไว้คือ “การเล่นที่ดีเท่ากับบทเรียนที่เด็กอยากกลับไปทำซ้ำเองได้ที่บ้าน”

ทักษะ STEM สำหรับเด็กในโลก AI เรียนอย่างไรให้เกินกว่าการจำเนื้อหา
สิ่งที่มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 สะท้อนอย่างชัดคือ ทักษะ STEM สำหรับเด็กต้องเริ่มจากการลงมือ ไม่ใช่ท่องนิยาม งานปีนี้ออกแบบให้เด็กได้ฝึกตั้งคำถาม สังเกต และคิดวิเคราะห์ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน เด็กได้เรียนรู้การเท่าทันเทคโนโลยีผ่านนิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge เพื่อมอง AI ในฐานะเครื่องมือที่มนุษย์ควรกำหนดทิศทาง ไม่ใช่เพียงผู้ใช้แบบไม่รู้เท่าทัน
อีกด้านหนึ่ง เด็กได้เห็นการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับชีวิต เช่น นิทรรศการ Rare Earth: The Invisible Power ที่เปิดมุมมองต่อธาตุหายากซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด รวมถึงนิทรรศการด้านความมั่นคงทางอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพอย่าง The Hidden World of Rangelands และ Over the Bloom ที่ทำให้เด็กเข้าใจคุณค่าของดอกไม้และระบบนิเวศ นี่คือการเรียนรู้แบบองค์รวมที่ทำให้เด็กเห็นว่า STEM ไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องเรียน แต่เชื่อมกับโลกจริงรอบตัว

เวทีระดับภูมิภาคกับบทบาทใหม่ของแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์
แม้มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จะเน้นเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้เด็กผ่านกิจกรรมลงมือทำ แต่ภาพใหญ่ของงานก็ชัดเจนว่าแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์กำลังถูกยกระดับสู่เวทีนานาชาติ NSM เป็นเจ้าภาพการประชุม Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference 2026 ซึ่งมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก 68 หน่วยงานใน 30 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์แหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ นั่นหมายความว่าประสบการณ์ที่เด็กไทยได้ทดลองในงานนี้เชื่อมโยงกับมาตรฐานและแนวโน้มของโลก
ในงานเดียวกัน ยังมีการมอบรางวัลด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขา เพื่อยกย่องบุคลากรและองค์กรที่ทำให้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายและเข้าถึงสาธารณชน ส่งผลให้การยกระดับการรู้เท่าทันวิทยาศาสตร์ของประชาชนไม่ใช่ภาระของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และแหล่งเรียนรู้สาธารณะ เมื่อแหล่งเรียนรู้แข็งแรง เด็กยิ่งมีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกมากกว่าการนั่งฟังครูสอน

หลังงานจบ STEM ยังไม่จบ วิธีที่ครอบครัวต่อยอดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้เด็ก
แม้งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 จะปิดฉากลงแล้ว แต่สาระสำคัญคือการไม่ปล่อยให้แรงบันดาลใจจบลงพร้อมวันสุดท้าย NSM ระบุว่าจะนำชิ้นงานและนิทรรศการบางส่วนไปจัดแสดงต่อในพิพิธภัณฑ์ในสังกัด และกระจายสู่แหล่งเรียนรู้อื่น เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นี่คือสะพานที่ช่วยให้ครอบครัวที่ไม่ได้มางานยังเข้าถึงประสบการณ์คล้ายกันได้
มุมมองหนึ่งที่ครอบครัวควรนำกลับบ้านคือ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้เด็กไม่จำเป็นต้องรอ “งานใหญ่ปีละครั้ง” พ่อแม่สามารถแปลงบ้านเป็นมินินิทรรศการได้จากสิ่งง่ายๆ เช่น การพับกระดาษแล้วชวนลูกสังเกตแรงและรูปทรง หรือให้ลูกเขียนโค้ดควบคุมของเล่นชิ้นเล็กที่มีอยู่แล้ว สาระจากงานนี้สรุปได้ว่า เด็กที่ได้ลงมือคิด ทดลอง และสร้างซ้ำๆ จะพร้อมกว่าในการอยู่ร่วมกับโลก AI มากกว่าการท่องจำสูตรเพียงอย่างเดียว และนั่นคือเป้าหมายแท้จริงของมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569






