ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

องค์กรชั้นนำปั้นสุขภาพพนักงานจากฟิตเนสในออฟฟิศสู่ผลประกอบการ

องค์กรชั้นนำปั้นสุขภาพพนักงานจากฟิตเนสในออฟฟิศสู่ผลประกอบการ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

wellness workplace ไม่ใช่สวัสดิการหรู แต่คือยุทธศาสตร์ธุรกิจยุคใหม่

wellness workplace คือแนวคิดการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและโปรแกรมสุขภาพในสำนักงานให้สนับสนุนทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของพนักงานอย่างเป็นระบบ โดยผสานพื้นที่ ฟิตเนส กิจกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนทำงานสามารถดูแลกายใจระหว่างวันทำงานได้จริง เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่แค่สวัสดิการเสริมที่พนักงานใช้เฉพาะหลังเลิกงาน หากมองอย่างตรงไปตรงมา องค์กรที่ยังคิดว่าการดูแลสุขภาพพนักงานคือ “โบนัส” กำลังมองข้ามต้นทุนที่แท้จริงของความเครียด โรคเรื้อรัง และการลาออก เมื่อสุขภาพดีถูกยกระดับเป็นแกนกลางของวัฒนธรรมองค์กร ผลประกอบการจึงไม่ได้ดีขึ้นเพราะพนักงาน “แฮปปี้ขึ้น” อย่างลอยๆ แต่เพราะอัตราป่วยลดลง สมาธิเพิ่มขึ้น และความผูกพันกับองค์กรแน่นแฟ้นขึ้นอย่างจับต้องได้แสนสิริเลือกยกระดับ SIRI CAMPUS สู่ Well-Being Workplace เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย ฟื้นฟูร่างกาย และพักระหว่างวันสำหรับพนักงานกว่า 5,000 คน นี่คือสัญญาณชัดว่าบริษัทชั้นนำกำลังขยับจากสวัสดิการไปสู่ยุทธศาสตร์ธุรกิจด้านสุขภาพ

กรณีศึกษาแสนสิริ: ฟิตเนส พิลาทีส และพื้นที่พักที่ออกแบบให้ “อยากใช้จริง”

สิ่งที่ทำให้โปรแกรมสุขภาพในสำนักงานของแสนสิริน่าจับตาไม่ใช่แค่การมีฟิตเนสในออฟฟิศ แต่คือการออกแบบให้พนักงานอยากใช้และใช้ได้จริงระหว่างวันทำงาน พื้นที่ SIRI CAMPUS ถูกแบ่งออกเป็นสามโซน MOVE RECOVER และ RECHARGE เพื่อรองรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพแบบครบวงจร โซน MOVE คือหัวใจของการออกกำลังกาย มี Pilates Studio สำหรับเสริมแกนกลางลำตัว ความยืดหยุ่น และบุคลิกภาพ พร้อม Fitness และ Personal Trainer ที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบทั้ง Cardio Strength และ Functional Training นี่คือการยกระดับโปรแกรมสุขภาพในสำนักงานจากห้องฟิตเนสมาตรฐานไปสู่ศูนย์การออกกำลังกายจริงจัง ภายใต้แนวคิด Sansiri WELL WELL IN EVERY DAY ที่ตั้งใจให้ชีวิตดีและรู้สึกดีได้ทุกวันสำหรับพนักงานทุกคน การออกแบบโซน RECOVER และ RECHARGE ก็แสดงให้เห็นว่าบริษัทเข้าใจบทบาทของการพักและการฟื้นฟูร่างกายเทียบเท่าการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ให้พนักงาน “ทำงานต่อไป” แต่ให้พวกเขากลับมารีเซ็ตและเติมพลังอย่างมีคุณภาพ

องค์กรชั้นนำปั้นสุขภาพพนักงานจากฟิตเนสในออฟฟิศสู่ผลประกอบการ

Golden Hour S Point และเกมสุขภาพ เปลี่ยนออฟฟิศให้มีชีวิต

ความท้าทายของหลายองค์กรคือมีโปรแกรมสุขภาพในสำนักงานแต่ไม่มีใครใช้ แสนสิริแก้โจทย์นี้ด้วยการออกแบบแรงจูงใจและเวลาให้ชัด เปิดโอกาสให้พนักงานออกกำลังกายในช่วง Golden Hour ระหว่าง 10.00 ถึง 16.00 เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ต้องรอหลังเลิกงาน และทุกครั้งที่เข้ามาออกกำลังกายจะได้รับ S Point สะสมผ่านแอปพลิเคชัน KUHU เพื่อแลกเครื่องดื่ม ค่าชาร์จรถ EV Personal Trainer ไปจนถึงวันหยุด หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนทิศทางนี้ได้ชัดคือ “คะแนนดังกล่าวสามารถนำไปสะสมผ่านแอปพลิเคชัน KUHU เพื่อแลกเป็นรางวัลตั้งแต่เครื่องดื่ม ค่าชาร์จรถ EV ไปจนถึง Personal Trainer และ วันหยุด” แนวคิดนี้ไม่เพียงเพิ่มการใช้งานฟิตเนส แต่ยังเปลี่ยนเวลางานให้มีจังหวะขยับตัว พัก สมอง และพูดคุยกันผ่านกิจกรรมสุขภาพแบบทีม เช่น 21 Day Challenge Mission ที่ชวนพนักงานทำภารกิจเรื่องการนอน การกิน และการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือทั้งพฤติกรรมสุขภาพดีระยะยาวและความสัมพันธ์ในทีมที่แน่นขึ้น ทำให้ wellness workplace กลายเป็นพื้นที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ประชาสัมพันธ์ครั้งคราว

สุขภาพเชิงป้องกันและบทบาทของเภสัชกรในยุค O+O

ขณะที่องค์กรอย่างแสนสิริกำลังออกแบบออฟฟิศให้ดูแลสุขภาพพนักงาน บริษัทสุขภาพรายใหญ่ระดับโลกก็ขยายเครือข่ายเพื่อรองรับเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกันเช่นกัน ธุรกิจสุขภาพของบริษัทหนึ่งเผยว่า ยอดขายทั่วโลกเติบโตขึ้น 10 ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีเภสัชกรกว่า 3,300 คน บุคลากรด้านสุขภาพเกือบ 10,000 คน และร้านขายยา 1,770 แห่งเป็นหัวใจสำคัญในการให้คำแนะนำและดูแลลูกค้าในทุกวัน ประโยคที่ควรหยิบไปคิดต่อคือ “ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ความกังวลด้านสุขภาพ 43 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ 41 และคำแนะนำจากครอบครัวและเพื่อน 32” แปลว่าผู้คนไม่ได้มองสุขภาพเป็นเรื่องรักษาเฉพาะหน้าอีกต่อไป แต่ต้องการคำแนะนำเชิงป้องกันจากคนที่เชื่อถือได้ กลยุทธ์ O+O หรือ Offline plus Online จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมเครือข่ายร้านยาและผู้เชี่ยวชาญเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ผู้บริโภคค้นข้อมูลออนไลน์ 82 ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ 49 และทดลองผลิตภัณฑ์หน้าร้าน 44 ได้อย่างต่อเนื่อง ในบริบทขององค์กร แนวโน้มเดียวกันกำชับให้บริษัทต้องคิดเรื่องดูแลสุขภาพพนักงานแบบ online plus offline เช่นกัน

บทเรียนสำหรับผู้บริหาร: จากสวัสดิการสู่ระบบดูแลสุขภาพพนักงานครบวงจร

เมื่อดูภาพรวม จะเห็นว่าแนวทาง wellness workplace ที่ได้ผลจริงมีจุดร่วมสำคัญหลายอย่าง หนึ่ง การดูแลสุขภาพพนักงานถูกยกระดับจากสวัสดิการไปเป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมและแรงจูงใจให้คนทำงานดูแลตัวเองระหว่างวันได้จริง สอง ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ตั้งแต่กายภาพบำบัดไปจนถึงเภสัชกร เข้ามามีบทบาทเป็นโค้ชและที่ปรึกษา ไม่ใช่เพียงผู้จ่ายยา สำหรับผู้บริหารที่ยังลังเล การไม่ลงมือทำกำลังเสี่ยงให้บริษัทจ่ายต้นทุนแฝงจากความเครียด การลาป่วย และการลาออกสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คู่แข่งออกแบบโปรแกรมสุขภาพในสำนักงานและ ecosystem O+O เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง การสร้างพื้นที่ออกกำลังกาย ฟื้นฟู และพักผ่อนแบบ MOVE RECOVER RECHARGE การฝังเกมสุขภาพอย่าง 21 Day Challenge และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายเภสัชกรและผู้เชี่ยวชาญ คือวิธีเปลี่ยนออฟฟิศให้กลายเป็นระบบดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับคนทำงานทุกวัน ข้อสรุปจึงชัดเจน องค์กรที่ลงทุนในสุขภาพพนักงานอย่างจริงจังไม่ได้แค่ได้คนที่แข็งแรงกว่า แต่ได้ทีมที่มีพลัง มุ่งมั่น และพร้อมขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!