ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

8 โรคติดต่ออันตรายช่วงน้ำท่วม อาการเตือนและวิธีป้องกันตัว

8 โรคติดต่ออันตรายช่วงน้ำท่วม อาการเตือนและวิธีป้องกันตัว
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

น้ำท่วมคือประตูโรคติดต่อ 8 กลุ่มใหญ่ ทำไมต้องเตรียมตัวให้เร็วกว่าระดับน้ำ

โรคติดต่อช่วงน้ำท่วมคือกลุ่มโรคและอันตรายที่เกิดจากการสัมผัสน้ำสกปรก สิ่งปนเปื้อน สภาพแวดล้อมชื้นแฉะ และการใช้ชีวิตที่ถูกรบกวนจากอุทกภัย ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และยุงเพิ่มจำนวนง่ายขึ้น ทำให้คนทุกวัยเสี่ยงป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า ตาแดง ไข้เลือดออก รวมถึงอุบัติเหตุและภาวะเครียดที่รุนแรงได้

มุมที่หลายคนประเมินต่ำคือ น้ำท่วมไม่ได้แค่ทำให้บ้านเปียก แต่ทำให้ร่างกายเราเสี่ยงเหมือนเดินอยู่ในแหล่งเชื้อโรคตลอดเวลา น้ำขังที่ขุ่นและมีกลิ่นคือสัญญาณว่ามีสิ่งปนเปื้อนจำนวนมาก ทั้งจากปัสสาวะสัตว์ ขยะ และสิ่งปฏิกูล เมื่อผสมกับรอยแผลเล็กน้อย ผิวหนังแช่น้ำนาน หรือยุงที่เพาะพันธุ์ในน้ำขัง ความเสี่ยงโรคติดต่อหน้าฝนก็พุ่งขึ้นทันที

ข้อมูลโรคฉี่หนูชี้ชัดว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายกันยายนมีผู้ป่วย 3,303 ราย และเสียชีวิต 46 ราย อัตราป่วยตาย 1.39 เปอร์เซ็นต์ นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือหลักฐานว่าความประมาทช่วงน้ำท่วมอาจจบลงที่เตียงโรงพยาบาลได้ง่ายกว่าที่คิด

8 โรคติดต่ออันตรายช่วงน้ำท่วม อาการเตือนและวิธีป้องกันตัว

รู้ทัน 8 โรคและอันตรายช่วงน้ำท่วม สัญญาณเตือนแบบไหนห้ามนิ่งเฉย

การป้องกันโรคน้ำท่วมเริ่มจากการรู้ว่าอะไรเสี่ยงบ้าง น้ำท่วมเกี่ยวข้องกับ 8 โรคและอันตรายหลัก ได้แก่ โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร โรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า ตาแดง ไข้เลือดออก อุบัติเหตุ และภาวะเครียด แต่ละกลุ่มมีสัญญาณเตือนเฉพาะที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งลุยน้ำหรืออาศัยในบ้านที่ยังชื้นและมีน้ำขัง

  • โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด ปอดบวม อาการเตือนคือ ไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก
  • โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ บิด ไทฟอยด์ อาการมี ถ่ายเหลวรุนแรง อาเจียน ปวดท้อง กินไม่ลง
  • โรคฉี่หนู มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยมาก โดยเฉพาะน่องและโคนขา คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาแดง และอาจลุกลามจนตับวายไตวายได้
  • โรคน้ำกัดเท้าและแผลติดเชื้อ ผิวลอก แดง แสบ คัน มีแผลพุพองหรือแผลบวมแดงเป็นหนอง เมื่อเท้าแช่น้ำนาน
  • โรคตาแดง ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตา เยื่อตาบวม จากการสัมผัสน้ำหรือเชื้อในสิ่งแวดล้อม
  • ไข้เลือดออก มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตัว อาจมีผื่นแดง จุดเลือดออก อาการไข้เลือดออกมักกำเริบช่วงน้ำขังเพราะยุงลายเพาะในภาชนะและแอ่งน้ำ
  • อุบัติเหตุจากไฟดูด จมน้ำ เหยียบของมีคม หรือถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย เกิดเมื่อเดินในน้ำท่วมโดยไม่ป้องกันหรือไม่ตัดไฟก่อนน้ำถึง
  • ภาวะเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ สมาธิลดลง จากผลกระทบที่ต้องย้ายที่อยู่ สูญเสียทรัพย์สิน หรือดูแลครอบครัวในสภาพเสี่ยง

คนจำนวนมากทนไข้ ปวดตัว หรือถ่ายเหลวแล้วซื้อยากินเอง นี่คือจุดเสี่ยง เพราะหากเป็นโรคฉี่หนูหรือโรคทางเดินอาหารรุนแรง การช้าเพียงไม่กี่วันอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตราย โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคลื่นไส้มาก ตาแดง ตัวเหลือง หรือหายใจเหนื่อยร่วมด้วย

กลุ่มเสี่ยงสูงต้องเข้มกว่าใคร ใครต้องระวังโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า และไข้เลือดออกเป็นพิเศษ

ไม่ใช่ทุกคนที่เสี่ยงเท่ากันกับโรคติดต่อหน้าฝน แต่บางกลุ่มหากป่วยจะหนักกว่าปกติ กลุ่มเสี่ยงหลักของโรคฉี่หนูคือเกษตรกรและผู้สูงอายุที่ต้องสัมผัสดินน้ำชื้นแฉะบ่อย ข้อมูลยังพบว่าอัตราป่วยสูงสุดอยู่ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือช่วงอายุ 50–59 ปี และ 40–49 ปี ตามลำดับ

เมื่อเทน้ำท่วมลงไปบนชีวิตจริง กลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรได้รับการดูแลใกล้ชิดจึงได้แก่ เด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ผู้สูงอายุที่ร่างกายรับภาระได้จำกัด หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องปกป้องทั้งตัวเองและทารกในครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต กลุ่มเหล่านี้หากติดโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้าจนแผลติดเชื้อ หรือไข้เลือดออก อาการอาจลุกลามเร็วและรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ที่มักถูกมองข้ามคือคนที่ต้องลุยน้ำนาน เช่น คนทำงานกู้ภัย คนเก็บขยะ แรงงานก่อสร้าง หรือคนที่ต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมทุกวัน เท้าที่แช่น้ำนาน ผิวหนังที่อ่อนนุ่ม และบาดแผลเล็กน้อยคือช่องทางชั้นดีให้เชื้อแบคทีเรีย เลปโตสไปร่าในปัสสาวะสัตว์เข้าสู่ร่างกาย หากคนกลุ่มนี้มีไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง หรือปวดเมื่อยมากหลังลุยน้ำต้องรีบไปตรวจ ไม่ใช่รอดูอาการ

8 ไอเท็มป้องกันที่ต้องมีติดบ้าน รับมือน้ำท่วมแบบลดเสี่ยงโรคให้มากที่สุด

วิธีป้องกันตัวน้ำท่วมที่ได้ผล ไม่ใช่แค่ยกของขึ้นที่สูง แต่ต้องเตรียมไอเท็มลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อให้พร้อมด้วย การมีของใช้ถูกต้องจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า ไข้เลือดออก และโรคระบบทางเดินอาหารได้อย่างชัดเจน และช่วยให้ดูแลกลุ่มเสี่ยงในบ้านได้ง่ายขึ้น

  1. รองเท้าบู๊ต ป้องกันเท้าสัมผัสน้ำสกปรก ลดโอกาสเชื้อโรคและบาดแผล โดยเฉพาะเวลาลุยน้ำหรือทำความสะอาดหลังน้ำลด
  2. ถุงมือยาง ใช้เก็บขยะและเช็ดทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วม ลดการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนโดยตรง
  3. สบู่และเจลล้างมือ ใช้ล้างมือและอาบน้ำหลังสัมผัสน้ำท่วมเสมอ ช่วยลดเชื้อโรคบนผิวหนัง
  4. ชุดทำแผลและยาสามัญ ทำความสะอาดแผลและปิดแผลทันที ไม่ปล่อยให้แผลเปลือยสัมผัสน้ำท่วม
  5. น้ำดื่มสะอาด ป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารจากน้ำปนเปื้อน เลี่ยงน้ำไม่ผ่านการต้มหรือน้ำที่สัมผัสน้ำท่วม
  6. อาหารปรุงสุกหรืออาหารสำเร็จรูป เลือกกินอาหารที่ผ่านความร้อนใหม่เสมอ งดอาหารที่สัมผัสน้ำขังเพื่อลดอาหารเป็นพิษและโรคบิด
  7. ยากันยุง ป้องกันยุงลายและยุงก้นปล่องที่เป็นพาหะของไข้เลือดออก ไข้ป่า และไข้ชิคุนกุนยา
  8. หน้ากากอนามัย ใช้ตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด เพื่อกันฝุ่น เชื้อรา และสิ่งสกปรกที่ฟุ้งกระจาย

หัวใจสำคัญคือใช้ของเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่หยิบใช้เฉพาะวันที่น้ำเริ่มท่วม เพราะเชื้อโรคและยุงไม่รอให้เราพร้อมก่อนเสมอ การใส่รองเท้าบู๊ตและล้างตัวทันทีหลังลุยน้ำควรกลายเป็นนิสัยประจำวันในช่วงน้ำท่วมมากกว่ามาตรการชั่วคราว

เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ สัญญาณอันตรายที่ห้ามรอดูอาการ

คำถามที่สำคัญที่สุดในช่วงน้ำท่วมคือ เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล คำตอบคือทันทีที่มีอาการผิดปกติหลังลุยน้ำหรืออยู่ในพื้นที่น้ำขัง โดยเฉพาะถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง การปล่อยให้เวลาผ่านไปด้วยการซื้อยากินเองอาจทำให้โรคฉี่หนูหรือโรคทางเดินอาหารรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างตับวายไตวายได้

  • ไข้สูงหลังลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลน โดยเฉพาะร่วมกับปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดน่องหรือโคนขามาก
  • ตาแดง ตัวเหลือง ตาเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรง ส่อโรคฉี่หนูหรือโรคตับและทางเดินอาหาร
  • แผลบวมแดง เจ็บมาก หรือมีหนอง โดยเฉพาะแผลที่เคยแช่น้ำนาน แสดงถึงการติดเชื้อที่อาจลุกลาม
  • หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก หรือสงสัยปอดบวมหลังโดนฝนและอยู่ในบ้านอับชื้น
  • อาการไข้เลือดออกรุนแรง เช่น ไข้สูงไม่ลด ปวดศีรษะมาก มีผื่นหรือจุดเลือดออก คลื่นไส้ อ่อนเพลียจนยืนไม่ไหว

การไปพบแพทย์เร็วและแจ้งประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนช่วยให้แพทย์สงสัยโรคฉี่หนูได้ไวและให้ยาปฏิชีวนะได้ตรงจุด ข้อความเตือนที่ชัดเจนคือ หากมีไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง ตัวเหลือง แผลติดเชื้อ หรือหายใจเหนื่อยหลังน้ำท่วม ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะนี่คือเส้นแบ่งระหว่างการเจ็บป่วยที่รักษาได้ง่าย กับการปล่อยให้โรคลุกลามจนยากจะแก้

ท้ายที่สุด ความปลอดภัยช่วงน้ำท่วมไม่ใช่แค่เรื่องระดับน้ำ แต่คือการรู้เท่าทันโรคติดต่อหน้าฝน เตรียมไอเท็มป้องกันให้พร้อม รู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ และกล้าที่จะไปโรงพยาบาลเมื่อร่างกายส่งสัญญาณผิดปกติ ยิ่งเราเคลื่อนไหวเร็วกว่าความเสี่ยง โอกาสรอดปลอดภัยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!