ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

1.47 ล้านคนใน 3 วัน: เมื่อแพลตฟอร์ม AI ฟรีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่

1.47 ล้านคนใน 3 วัน: เมื่อแพลตฟอร์ม AI ฟรีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

TH-AI Passport คืออะไร และทำไมตัวเลข 1.47 ล้านคนจึงสำคัญ

TH-AI Passport คือโครงการที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS ซึ่งรวบรวมโมเดล AI 30 ตัวขึ้นไปจากผู้พัฒนาหลากหลายรายไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสนทนา เขียนโปรแกรม ค้นคว้าเชิงลึก และสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องสมัครหลายระบบ พร้อมผูกเข้ากับหลักสูตรการเรียนรู้ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึง เข้าใจ และใช้ AI เป็นได้จริงในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำให้ TH-AI Passport น่าจับตาไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือความเร็วของการตอบรับ หลังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 31 สิงหาคม สดช ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานว่ายอดลงทะเบียนแตะ 1,366,217 คนในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน และมี Active User 101,764 คนภายในชั่วโมงเดียวกัน ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การผลักดันให้มี AI Passport ลงทะเบียน ไม่ใช่เพียงแคมเปญประชาสัมพันธ์ แต่เริ่มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประชาชนแห่เข้าใช้ในเวลาอันสั้น

1.47 ล้านคนใน 3 วัน: เมื่อแพลตฟอร์ม AI ฟรีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่

จากลงทะเบียนสู่การใช้งานจริง: 4 ล้าน Prompt กับค่าเฉลี่ย 2.7 คำสั่งต่อคน

จุดชี้วัดว่าแพลตฟอร์ม AI ประเทศไทย กำลังเดินไปไกลกว่าคำว่า “กระแส” คือข้อมูลการใช้งานจริงถึงวันที่ 3 กันยายน ที่สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1.47 ล้านคน และมีการป้อนคำสั่งใช้งานมากกว่า 4,000,000 Prompt หรือเฉลี่ย 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียนหนึ่งคน นี่คือคำพูดที่น่าหยิบมาคิดต่อเพราะสะท้อนว่า ผู้คนไม่ได้แค่สมัครรับสิทธิ์ แต่ลองใช้ AI แล้วอย่างมีนัยสำคัญ หากมองเชิงพฤติกรรม ค่าเฉลี่ย 2.7 คำสั่งต่อคนในสามถึงสี่วันแรกบอกเราว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงทดลอง สำรวจว่าตัวเองจะใช้ AI ไปทำอะไรได้บ้าง หลายคนอาจใช้เพื่อสรุปเอกสาร ร่างข้อความ หรือค้นคว้าข้อมูลพื้นฐานตามแนวทางที่แพลตฟอร์มแนะนำ แต่การที่ตัวเลข Prompt ทะลุ 4 ล้านครั้ง บ่งชี้ว่าความอยากรู้และความกล้าในการลองใช้ AI กำลังถูกปลุกขึ้นในวงกว้าง

อินเทอร์เฟซเดียวรวมโมเดล AI 30 ตัว: คำตอบต่อช่องว่างการเข้าถึง AI ประชาชน

จุดเด่นเชิงโครงสร้างของ TH-AI Passport คือการรวมโมเดล AI 30 ตัวขึ้นไปไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่โมเดลสนทนา ช่วยเขียนโปรแกรม ไปจนถึงเครื่องมือค้นคว้าเชิงลึกและสร้างภาพหรือเสียง เช่น GPT-5.6 Sol o3 Deep Research Claude Opus 5 Gemini Pro Nano Banana Pro Lyria 3 Pro Sonar Reasoning Pro Seedream 4.0 และ Seedance 2.0 การรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวช่วยลดอุปสรรคสำคัญของผู้ใช้งาน AI ฟรี นั่นคือความยุ่งยากในการสมัครหลายแพลตฟอร์มและการเปรียบเทียบเครื่องมือที่มีเงื่อนไขต่างกัน จากมุมมองการออกแบบนโยบาย นี่คือการวาง “โครงสร้างพื้นฐาน AI แบบดิจิทัล” ที่เน้นการเข้าถึง AI ประชาชน ให้คนอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนผ่าน aipass.go.th ด้วยบัญชี Google Microsoft หรือ Apple และยืนยันตัวตนผ่านแอปภาครัฐหรือ ThaiD เมื่อการเข้าถึงกลายเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่อยู่ในระบบที่คุ้นเคย โอกาสในการใช้ AI จึงไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนดิจิทัลสายเทคอีกต่อไป

ตัวเลขการเรียนรู้ที่ไม่ควรมองข้าม: 722,030 คนเรียนจบบท และกว่า 1.13 แสนคนจบหลักสูตร

ถ้าดูแค่ยอดลงทะเบียน เราอาจคิดว่า TH-AI Passport เป็นเพียงแพลตฟอร์มแจกสิทธิ์ลองใช้โมเดล AI แต่ข้อมูลการเรียนรู้เล่าเรื่องที่ลึกกว่านั้น ถึงวันที่ 3 กันยายน มีประชาชนเรียนจบบทเรียนใดบทเรียนหนึ่งแล้ว 722,030 คน และมีผู้ได้รับใบประกาศนียบัตรจากการเรียนจบทั้งคอร์สตามเงื่อนไข 113,758 คน การที่คนจำนวนมากยอมใช้เวลาเรียนและทำแบบฝึกหัดจนครบหลักสูตรคือสัญญาณชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้แค่สนใจ AI แต่กำลังลงทุนกับทักษะใหม่ในระยะยาว เมื่อเชื่อมข้อมูลนี้กับแนวคิด Learn • Earn • Plern ที่ให้ผู้ใช้สะสมคะแนนจากการเรียนเพื่อปลดล็อกโมเดลระดับ Pro และก้าวสู่ระดับ Innovator จะเห็นโครงสร้างแรงจูงใจที่ชัดเจน แพลตฟอร์มไม่ได้บอกให้คน “ใช้ AI เพื่อความสะดวก” อย่างเดียว แต่ผลักให้เขาเรียนรู้ให้มากพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับทั้ง AI Literacy และ AI Adoption ในตลาดแรงงาน

อนาคตของแพลตฟอร์ม AI ประเทศไทย: จากโครงการฟรีสู่โครงสร้างพื้นฐานถาวร

แม้การใช้งานภายใต้โครงการจะไม่มีค่าใช้จ่ายถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 แต่เงื่อนไขให้ผู้ใช้ต้องเข้าเรียนและสะสมคะแนนอย่างน้อย 100 คะแนนต่อเดือน บอกเราอย่างตรงไปตรงมาว่า รัฐไม่ได้ต้องการเพียงผู้ใช้ที่เข้ามาลองกดปุ่ม แต่ต้องการผู้ใช้งานจริงระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่กลับมาใช้แพลตฟอร์มและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตามนิยามที่ผูกเข้ากับระบบจ่ายเงินแบบ Pay per Active User ซึ่งจะคิดจากผู้ที่มีการใช้งานอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือนและมีคะแนนสะสมตามเกณฑ์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าโครงการนี้ “ดีหรือไม่ดี” แต่คือเราจะทำอย่างไรให้ความร้อนแรงใน 3–4 วันแรกต่อยอดไปสู่การใช้งานระยะยาว ถ้า AiPASS ยังคงพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้และเพิ่มโมเดลให้ตอบโจทย์การทำงานจริงของนักเรียน บุคลากรภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปได้ตามเป้าหมาย เรามีโอกาสเห็นแพลตฟอร์ม AI ประเทศไทย ก้าวจากสถานะโครงการชั่วคราวไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลถาวร ที่ทำให้ AI กลายเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนการอ่านออกเขียนได้ในยุคใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!