TH-AI Passport คืออะไร และตัวเลขแรกบอกอะไรเรา
TH-AI Passport คือโครงการแพลตฟอร์ม AI ฟรีที่ออกแบบเพื่อยกระดับ AI ทักษะคนไทย ผ่านการลงทะเบียนใช้งานโมเดล AI และระบบเรียนรู้ออนไลน์อย่างเป็นขั้นตอน เป้าหมายคือทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง เข้าใจ และใช้เทคโนโลยี Generative AI เป็น ผ่านระบบฝึกอบรม ดึงดูดให้ทดลองใช้เครื่องมือ และสะสมประสบการณ์ใช้งานซ้ำ จนกลายเป็นทักษะดิจิทัลพื้นฐานใหม่ของสังคมไทย หัวใจของบทความนี้คือ ตัวเลขช่วงเริ่มต้นของโครงการสะท้อนว่าการเข้าถึงกำลังเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่แน่ว่าการเรียนรู้เชิงลึกและการใช้ต่อเนื่องจะตามมาทันเป้าหมายที่ตั้งไว้ รายงานระบุว่า หลังเปิดใช้งานแพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม สำนักงาน BDE เปิดเผยว่าถึงวันที่ 3 กันยายนมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1.47 ล้านคน ตัวเลขนี้ทำให้คำว่า TH-AI Passport ยอดลงทะเบียน ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่กลายเป็นสัญญาณว่าคนไทยพร้อมเปิดประตูสู่แพลตฟอร์ม AI ฟรีอย่างคึกคัก

4 ล้าน Prompt กับค่าเฉลี่ย 2.7 คำสั่งต่อคน: ใช้แค่ลองหรือใช้เป็นจริง
เมื่อมองลึกไปกว่าการลงทะเบียน ตัวเลขการใช้งานจริงคือจุดที่ต้องวิพากษ์ โครงการรายงานว่ามีการป้อนคำสั่งใช้งานมากกว่า 4,000,000 Prompt และเมื่อเทียบกับยอดลงทะเบียนเฉลี่ยแล้วต่อผู้ลงทะเบียนอยู่ที่ 2.7 คำสั่งต่อคน เป็นประโยคที่น่าอ้างว่า "ถึงวันที่ 3 กันยายน 2569 มีผู้ลงทะเบียน 1.47 ล้านคน และมีการป้อนคำสั่งแล้วกว่า 4 ล้าน Prompt" ตัวเลขนี้บอกว่าเสียงกระทบแรกของการทดลองใช้ดังพอสมควร แต่ค่าเฉลี่ย 2.7 คำสั่งต่อคนกลับตั้งคำถามสำคัญ ว่าผู้ใช้จำนวนมากเข้ามาเพียงแวะลอง หรือเริ่มใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของงานและชีวิตจริงแล้ว หากโจทย์ของโครงการคือ "เข้าถึง เข้าใจ และใช้เป็น" การเห็นคนส่วนใหญ่ส่งคำสั่งแค่ไม่กี่ครั้งย่อมสะท้อนว่าระยะจากการเข้าถึงไปสู่การใช้เป็นยังห่างมาก
ตัวเลขการเรียนจบคอร์สกับภาพ AI ทักษะคนไทย
คำถามเรื่อง AI ทักษะคนไทยต้องตอบด้วยข้อมูลการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่การกดลองใช้ AI รายงานระบุว่ามีประชาชนที่เรียนจบบทเรียนใดบทเรียนหนึ่งแล้วจำนวน 722,030 คน และมีผู้ได้รับใบประกาศนียบัตรหลังเรียนจบหลักสูตรครบตามเงื่อนไข 113,758 คน ตัวเลขนี้แยกภาพผู้ใช้งานออกเป็นสองชั้นชัดเจน ชั้นแรกคือคนที่แค่เข้ามาเรียนบางบทและอาจยังไม่เชื่อมทักษะให้ครบโครงสร้าง ชั้นที่สองคือกลุ่มที่เดินตามเงื่อนไขจนจบหลักสูตรและได้ใบรับรอง หากเทียบกับ TH-AI Passport ยอดลงทะเบียน 1.47 ล้านคน ผู้ที่จบทั้งคอร์สคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของฐานผู้ใช้ทั้งหมด แสดงว่าการแปรความสนใจเริ่มต้นให้กลายเป็นทักษะที่มั่นคงยังเป็นโจทย์ใหญ่ของแพลตฟอร์ม AI ฟรีนี้ จุดที่น่ากังวลคือ ถ้าโครงการไม่ช่วยผลักให้คนส่วนใหญ่ขยับจากการเรียนบางบทไปสู่การจบคอร์ส ผลลัพธ์ด้านการยกระดับทักษะอาจหยุดอยู่แค่ความคุ้นเคยผิวเผิน
นิยามผู้ใช้งานจริงและเงื่อนไข Pay per Active User
อีกมุมที่น่าสนใจคือวิธีที่โครงการกำหนด "ผู้ใช้งานจริง" เพราะนิยามนี้จะกำหนดทั้งทิศทางการออกแบบแพลตฟอร์มและการใช้งบประมาณ รายงานระบุว่า สัญญาใหม่ใช้หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายแบบ Pay per Active User คิดตามการใช้งานจริง โดยนิยามผู้ใช้งานจริงว่าเป็นผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีการใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน และจะจ่ายในอัตรา 24.6951 บาทต่อคนต่อเดือน เงื่อนไขยังระบุว่าผู้ใช้งานจริงระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่จะต้องเข้าใช้แพลตฟอร์ม Generative AI ผ่านการเรียนในระบบ และมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด มุมนี้สะท้อนท่าทีที่พยายามผูกการใช้งบกับผลลัพธ์เชิงทักษะ ไม่ใช่แค่จำนวนบัญชี แต่ก็เปิดคำถามว่าระบบคะแนนและเงื่อนไขจะถูกออกแบบให้ผลักดันการใช้เชิงสร้างสรรค์จริง หรือจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าการใช้งานกลายเป็นภาระมากกว่าพื้นที่ทดลอง
อนาคตโครงการ: จากตัวเลขฮอตสู่ทักษะที่อยู่ได้ยาว
รายงานระบุว่า BDE กำชับให้บริษัทผู้รับจ้างเร่งจัดทำ Dashboard แสดงความเคลื่อนไหวของจำนวนผู้ลงทะเบียนและจำนวนผู้ใช้งานที่ผ่านการอบรม นับตั้งแต่เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ท่าทีนี้บอกว่าโครงการเองก็รู้ว่าตัวเลขวันเปิดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มของการถูกตรวจสอบว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เมื่อตัวเลขต้นทางบอกเราว่ามีคนลงทะเบียนมาก ใช้งานบ้าง และเรียนจบคอร์สส่วนหนึ่ง การวัดความสำเร็จในระยะถัดไปต้องขยับจากคำว่า TH-AI Passport ยอดลงทะเบียน ไปสู่คำถามว่าแพลตฟอร์ม AI ฟรีนี้สร้างกลุ่มผู้ใช้งานจริงระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้มากแค่ไหน ถ้า Dashboard แสดงให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยการใช้คำสั่งต่อคนเพิ่มขึ้น จำนวนผู้เรียนจบคอร์สเติบโต และสัดส่วนผู้ใช้งานจริงสูงขึ้น เราจึงจะพูดได้เต็มปากว่าตัวเลขฮอตช่วงเปิดตัวแปรเป็นทักษะที่อยู่ได้ยาว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวในโลกดิจิทัล





