ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Active Learning และ GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียนจากท่องจำสู่คิดวิเคราะห์

Active Learning และ GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียนจากท่องจำสู่คิดวิเคราะห์
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับเด็กวัยเรียน

Active Learning ห้องเรียน และ GPAS 5 Steps คืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นจุดเปลี่ยน

Active Learning ห้องเรียน คือการจัดการเรียนรู้ที่ย้ายศูนย์กลางจากครูไปสู่ผู้เรียน เน้นให้เด็กลงมือค้นคว้า คิด วิเคราะห์ ทำงานร่วมกัน และสะท้อนผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง GPAS 5 Steps กระบวนการคิด คือกรอบคิดแบบเป็นขั้นตอนที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการคิดขั้นสูง ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การจัดกระทำข้อมูล การลงมือปฏิบัติและสรุปความรู้ การสื่อสารและนำไปใช้ ไปจนถึงการประเมินและกำกับตนเอง เป้าหมายไม่ใช่ให้เด็กจำเนื้อหาเพื่อสอบ แต่ให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และต่อยอดความรู้ไปสร้างผลงานและนวัตกรรม

สิ่งที่น่าสนใจคือ กระบวนการคิด GPAS 5 Steps ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษเชิงนโยบาย แต่กำลังถูกนำลงสู่ห้องเรียนจริงในหลายพื้นที่ ตั้งแต่โรงเรียนเทศบาลในเมืองใหญ่ไปจนถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนใต้ ผู้บริหารและครูจำนวนมากเริ่มยอมรับว่าระบบเดิมที่เน้นการท่องจำผลักให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริงได้ การขยับไปสู่ Active Learning ห้องเรียน จึงไม่ใช่แฟชั่นการศึกษาใหม่ แต่เป็นความจำเป็นเพื่อเตรียมเด็กให้พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนเร็ว

SpecAB
โฟกัสการเรียนรู้ท่องจำเนื้อหาและทำแบบฝึกหัดซ้ำลงมือค้นคว้า คิด วิเคราะห์ และสร้างผลงาน
บทบาทครูผู้บรรยายและเฉลยคำตอบผู้ออกแบบการเรียนรู้และ Coach กระบวนการคิด
ผลลัพธ์ที่คาดหวังคะแนนสอบระยะสั้นสมรรถนะการคิด การสื่อสาร และการแก้ปัญหาระยะยาว

ดรุณาราชบุรี ห้องทดลอง Active Learning ที่เทศบาลสมุทรปราการเลือกเดินตาม

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 คณะผู้บริหารและครูจากเทศบาลนครสมุทรปราการ นำโดยนางสาวณภัชภา ชุติถาวรพัฒน์ เดินทางไปศึกษาดูงาน Active Learning ผ่าน GPAS 5 Steps ณ โรงเรียนดรุณาราชบุรี เพื่อตั้งใจถอดบทเรียนสู่ห้องเรียนเทศบาล 1–5 ของตนเอง การลงพื้นที่ดูห้องเรียนจริงตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยม ทำให้เห็นชัดว่า หากโรงเรียนปรับบทบาทจาก “ผู้บอกความรู้” เป็น “พื้นที่ให้เด็กคิด” เด็กจะไม่หยุดอยู่แค่การฟังและจด แต่จะค้นคว้า วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสร้างผลงานของตนเอง

หัวใจของแนวทางดรุณาราชบุรีคือการใช้ GPAS 5 Steps กระบวนการคิด เป็นโครงสร้างตั้งแต่ Gathering การรวบรวมข้อมูล Processing การจัดและวิเคราะห์ Applying 1 การลงมือปฏิบัติและสรุป Applying 2 การสื่อสารและขยายผล ไปจนถึง Self-Regulating การกำกับและประเมินตนเอง กระบวนการนี้ถูกเชื่อมโยงกับเครื่องมือหลายรูปแบบ เช่น Montessori ในปฐมวัย แพลตฟอร์ม Eduten สำหรับคณิตศาสตร์ และหลักสูตร EIS กับ STEAM เพื่อให้เทคโนโลยีและการออกแบบโครงงานเป็นเครื่องมือคิด ไม่ใช่แค่เนื้อหาให้ท่อง การที่คณะผู้บริหารเทศบาลสมุทรปราการเลือกโรงเรียนนี้เป็นต้นแบบ แสดงว่าการยกระดับการเรียนการสอนกำลังเริ่มจากการเห็นห้องเรียนจริง ไม่ใช่เอกสารแนวนโยบาย

คำพูดของผู้บริหารโรงเรียนที่ว่า โรงเรียนต้องเปลี่ยนจาก “ผู้บอกความรู้” ไปเป็นพื้นที่ให้เด็กพัฒนากระบวนการคิด เป็นประโยคที่ควรถูกยกขึ้นมาเป็นหลักคิดระดับนโยบาย เพราะหากครูยังยึดติดกับการสอนแบบบรรยาย เด็กจะถูกฝึกให้เชื่อ มากกว่าถูกฝึกให้คิด การที่เทศบาลเดินทางมาศึกษาดูงานจึงเป็นสัญญาณว่า การเปลี่ยน Mindset ครูกำลังเริ่มต้น และนี่คือจุดตั้งต้นสำคัญของการปฏิรูปห้องเรียนด้วย Active Learning ห้องเรียน

จากห้องเรียนเทศบาลถึงปอเนาะตาดีกา พัฒนาครูแบบใหม่เพื่อปิดช่องว่างเหลื่อมล้ำ

หากการเปลี่ยนห้องเรียนจะเกิดขึ้นจริง ตัวแปรสำคัญที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือครู ความร่วมมือระหว่างสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนใต้ จึงเลือกเริ่มจากการพัฒนาครูให้รู้ Active Learning และ GPAS 5 Steps กระบวนการคิด โดยตั้งเป้าพัฒนาครูในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ 2,500 คน จังหวัดละ 500 คนภายในระยะเวลา 3 ปี นี่ไม่ใช่แค่โครงการอบรมทั่วไป แต่คือความพยายามออกแบบ “ครูรุ่นใหม่” ให้ทำหน้าที่ Teacher as Coach ที่ตั้งคำถาม กระตุ้นการคิด และออกแบบกิจกรรมมากกว่าบรรยายเนื้อหา

บริบทชายแดนใต้มีความท้าทายทั้งโอกาสทางการศึกษา การเดินทาง ความปลอดภัย ภาษา และคุณภาพโรงเรียน การที่กว่า 70% ของผู้เรียนในพื้นที่อยู่ในระบบเอกชน และมีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนากว่า 300 แห่ง ทำให้การยกระดับคุณภาพต้องมองทั้งคุณภาพและความเท่าเทียมควบคู่กัน สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวทาง Active Learning ห้องเรียน และ GPAS 5 Steps ไม่ได้จำกัดอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเท่านั้น แต่จะขยายไปสู่ปอเนาะและตาดีกา ซึ่งเป็นสถาบันศาสนาระดับชุมชน นั่นแปลว่ากระบวนการคิดขั้นสูงกำลังไหลเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เคยถูกมองว่าไกลจากระบบการศึกษาแนวใหม่

มุมมองที่ว่า “เด็กเก่งได้ ครูต้องเก่งก่อน” และการย้ำเรื่องการปรับ Mindset ให้ผู้บริหารและครูเดินไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนว่าการยกระดับการเรียนการสอนไม่อาจสำเร็จด้วยตำราใหม่หรือหลักสูตรใหม่ลำพัง หากครูยังเชื่อว่าการสอนคือการบอก เด็กก็จะยังเรียนแบบท่องจำ ความร่วมมือเพื่อพัฒนาครูในชายแดนใต้จึงเป็นบททดสอบว่าการพัฒนาครูแบบใหม่ จะช่วยลดช่องว่างระหว่างพื้นที่ทุนสูงกับพื้นที่เปราะบางได้แค่ไหน

Active Learning และ GPAS 5 Steps พลิกห้องเรียนจากท่องจำสู่คิดวิเคราะห์

GPAS 5 Steps กระบวนการคิด กับภารกิจแก้เด็กอ่านไม่ออก และลดความเหลื่อมล้ำ

ปัญหาใหญ่ที่สังคมมักพูดกันว่า “เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” ไม่ได้เกิดจากเด็กขาดความสามารถ แต่เกิดจากการจัดการเรียนรู้ที่บังคับให้เด็กท่องจำก่อนเข้าใจความหมาย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อธิบายว่า GPAS 5 Steps กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ที่จัดการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เพราะเด็กถูกฝึกให้ค้นหา รวบรวม วิเคราะห์ ทดลอง สื่อสาร และสะท้อนการเรียนรู้ของตัวเองอย่างเป็นระบบ

ในพื้นที่ชายแดนใต้ ผลการประเมินพบว่า เด็กราวหนึ่งในสามของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามีปัญหาการอ่านภาษาไทย ขณะที่พื้นที่นั้นมีพรมแดนติดกับประเทศที่จัดอยู่ในอันดับต้นด้านคุณภาพการศึกษา แต่คุณภาพการศึกษาภายในกลับรั้งท้าย การนำ GPAS 5 Steps มาใช้จึงถูกมองว่าเป็นความหวังในการยกระดับทั้งการเรียนสายสามัญและสายศาสนา ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม สนุกกับการเรียน และสร้างความหมายจากสิ่งที่อ่าน ไม่ใช่แค่การอ่านตัวอักษรแล้วท่องตาม

กระบวนการห้าขั้น ได้แก่ Gathering การค้นหาและรวบรวมข้อมูล Processing การจัดกระทำข้อมูล Applying 1 การลงมือปฏิบัติและสรุปความรู้ Applying 2 การสื่อสารและนำไปใช้ และ Self-Regulating การประเมินและต่อยอดคุณค่า ไม่ใช่เพียงเทคนิคการสอน แต่คือแบบฝึกการคิดที่ถ้าเด็กทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นนิสัยการคิดที่ติดตัวไปตลอดชีวิต การที่หลายเครือข่ายโรงเรียนเลือกกรอบนี้มาปรับห้องเรียน จึงสะท้อนความเชื่อว่า การลดความเหลื่อมล้ำต้องเริ่มจากการให้เด็กทุกคนเข้าถึง “กระบวนการคิดที่ดี” ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่พื้นที่ใดหรือเรียนในระบบแบบไหน

ข้อสรุปเชิงนโยบาย เปลี่ยนจากระบบท่องจำสู่ระบบคิดวิเคราะห์ให้ทันเวลา

เมื่อมองภาพรวมของความเคลื่อนไหวตั้งแต่เทศบาลสมุทรปราการไปศึกษาดูงานดรุณาราชบุรี ไปจนถึงการลงนามความร่วมมือพัฒนาครู 2,500 คนในชายแดนใต้ด้วย Active Learning และ GPAS 5 Steps กระบวนการคิด จะเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านจากการสอนแบบท่องจำสู่การสอนแบบคิดวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเพียงประโยคในเอกสารเชิงนโยบาย แต่เริ่มมีการลงมือทำทั้งในเมืองและชายแดน การยกระดับการเรียนการสอนจึงต้องมองเป็น “การปฏิรูปห้องเรียน” มากกว่าการ “ปฏิรูปหลักสูตร”

ในทางปฏิบัติ สิ่งที่โรงเรียนและหน่วยงานท้องถิ่นควรทำต่อเนื่องคือ หนึ่ง ลงทุนพัฒนาครูให้เป็นผู้ออกแบบและ Coach กระบวนการคิด สอง สร้างวัฒนธรรมโรงเรียนที่ให้คุณค่ากับการตั้งคำถามมากกว่าเฉลยคำตอบ สาม เชื่อมเครื่องมือหลากหลายตั้งแต่สื่อดิจิทัลถึงโครงงาน STEAM เข้ากับโครงสร้าง GPAS 5 Steps เพื่อให้เด็กได้คิดและทำจริง และสี่ วัดผลด้วยสมรรถนะการคิด การสื่อสาร และการแก้ปัญหา ไม่ใช่เฉพาะคะแนนสอบแบบปรนัย หากสังคมการศึกษากล้าปรับระบบให้คิดวิเคราะห์เป็นศูนย์กลาง เราจะไม่ต้องถามซ้ำว่าเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่จะเริ่มถามแทนว่า เด็กคิดอย่างไรกับโลกที่พวกเขากำลังเติบโตเข้าไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!