ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากห้องเรียนท่องจำสู่ห้องเรียนสร้างคิด: GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูเทศบาลให้เป็นโค้ช

จากห้องเรียนท่องจำสู่ห้องเรียนสร้างคิด: GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูเทศบาลให้เป็นโค้ช
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับเด็กวัยเรียน

GPAS 5 Steps คืออะไร และกำลังเปลี่ยนห้องเรียนแบบใด

GPAS 5 Steps framework คือกรอบพัฒนากระบวนการคิดเชิงระบบที่ออกแบบให้ผู้เรียนก้าวจากการท่องจำ ไปสู่การค้นคว้า วิเคราะห์ ลงมือทำ สื่อสาร และประเมินตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ลำดับขั้นการคิดที่ชัดเจนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเนื้อหาวิชากับทักษะแห่งศตวรรษใหม่ ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่ให้เด็กตั้งคำถาม แก้ปัญหา และสร้างผลงาน มากกว่ารับฟังครูบรรยายเชิงเดียว

หัวใจของกรอบนี้คือการกำหนดขั้นคิดห้าช่วง เริ่มจากการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล Gathering การจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูล Processing การลงมือปฏิบัติและสรุปองค์ความรู้ Applying 1 การสื่อสารและขยายผล Applying 2 ไปจนถึงการกำกับและประเมินตนเอง Self-Regulating เมื่อครูออกแบบการสอนให้เดินครบทั้งห้าขั้น เด็กจะไม่ได้แค่ตอบคำถามปลายปิด แต่ต้องต่อยอดความรู้ให้เกิดผลงานและนวัตกรรมการเรียนรู้ของตนเอง

มุมมองเชิงวิเคราะห์สำคัญคือ GPAS 5 Steps ไม่ใช่หลักสูตรใหม่ แต่เป็นโครงสร้างคิดที่สอดเข้าไปในทุกวิชา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา ไปจนถึงสังคมศึกษา จึงกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ของผู้บริหารการศึกษาเทศบาลที่ต้องการยกทั้งระบบจากวัฒนธรรม “สอนเนื้อหาให้ทันเวลา” ไปสู่ “ออกแบบประสบการณ์คิดให้ทันโลกยุค AI”

จากห้องเรียนท่องจำสู่ห้องเรียนสร้างคิด: GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูเทศบาลให้เป็นโค้ช

ดรุณาราชบุรี: ห้องทดลองจริงของ Active Learning และครูในบทบาทโค้ช

โรงเรียนดรุณาราชบุรีกำลังทำหน้าที่เหมือนห้องทดลองใหญ่ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า Active Learning classroom ไม่ใช่คำสวยหรูในแผนงาน แต่ทำได้จริงเมื่อมีกรอบคิดที่ชัดเจนและผู้บริหารลงมือขับเคลื่อน คณะผู้บริหารและครูจากเครือข่ายหลายแห่งจึงหลั่งไหลมาดูงาน ทั้งคณะจากเทศบาลนครสมุทรปราการเมื่อวันที่ 7 กันยายน และคณะรักกางเขนแห่งจันทบุรีพร้อมพันธมิตร 7 โรงเรียนเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ลงพื้นที่ดูการจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ปฐมวัยถึงมัธยมศึกษา

แนวทางของโรงเรียนนี้คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้บอกความรู้” ไปเป็นผู้สร้างพื้นที่ให้เด็กได้พัฒนากระบวนการคิด เด็กจึงเรียนรู้ผ่านการตั้งคำถาม คิดเชิงวิเคราะห์ ลงมือแก้ปัญหาจริง และสร้างผลงานที่ใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่เรียนเพื่อท่องจำไปสอบ ข้อสังเกตสำคัญคือ เมื่อ Active Learning เชื่อมกับ GPAS 5 Steps เด็กจะถูกผลักให้ คิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง จนแสดงศักยภาพทางความคิดที่ผู้ใหญ่จำนวนมากอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

คำกล่าวของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ว่า “หัวใจของโรงเรียนดรุณาราชบุรี คือการเปลี่ยนบทบาทของโรงเรียนจากการเป็นผู้บอกความรู้ไปสู่การสร้างพื้นที่ให้เด็กได้พัฒนากระบวนการคิด” ไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่สะท้อนแนวคิดเชิงระบบที่ย้ำว่า การปฏิรูปห้องเรียนต้องเริ่มจากการปฏิรูปบทบาทครูและผู้บริหารก่อนเสมอ

จากห้องเรียนท่องจำสู่ห้องเรียนสร้างคิด: GPAS 5 Steps เปลี่ยนครูเทศบาลให้เป็นโค้ช

เทศบาลนครสมุทรปราการ: จากดูงานสู่แผนปฏิบัติการยกเครื่องครูอบรมการสอน

การที่คณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 1–5 นครสมุทรปราการ เดินทางมาศึกษาดูงาน GPAS 5 Steps ที่ดรุณาราชบุรี ไม่ใช่แค่ทริปดูผลงาน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการยกเครื่องครูอบรมการสอนทั้งระบบ คณะทำงานนำทีมโดยผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลนครสมุทรปราการลงพื้นที่ห้องเรียนจริง เห็นตั้งแต่กิจกรรมของเด็กเล็กไปจนถึงผลงานนวัตกรรมของนักเรียน จึงมองภาพออกชัดว่า กรอบนี้สามารถลงสู่ห้องเรียนจริงได้อย่างไร

หลังการดูงาน เทศบาลประกาศชัดว่าจะนำต้นแบบดังกล่าวกลับไปขับเคลื่อนโรงเรียนในสังกัด ผ่านทั้งกระบวนการ PLC เพื่อพัฒนาครู ยกระดับบทบาทครูจากผู้ถ่ายทอดความรู้ไปสู่ Teacher as Coach และสนับสนุนสื่อดิจิทัลรวมถึงแอปพลิเคชันที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ไปสู่พื้นที่ที่เด็กได้คิดและสร้างนวัตกรรม นี่คือแผนเดินเกมที่ชัดเจนว่า การย้ายจากระบบท่องจำไปสู่คิดเชิงวิเคราะห์จะสำเร็จได้ต้องลงทุนกับครูเป็นลำดับแรก

สิ่งที่น่าสนใจคือผู้นำการศึกษาในพื้นที่เห็นคุณค่าไม่ใช่เพียงในระดับกิจกรรม แต่ตั้งเป้าพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย พร้อมติดตามผลด้านผลสัมฤทธิ์และคุณภาพผู้เรียนให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อไป ท่าทีเช่นนี้สะท้อนว่าการนำ GPAS 5 Steps framework มาใช้ กำลังถูกมองเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ใช่โครงการสั้นที่หมดกระแสแล้วจบ

จากกรอบคิดสู่การสร้างสมรรถนะ: ทำไมต้องเปลี่ยนจากท่องจำเป็นคิดเชิงวิเคราะห์

โลกยุค AI ทำให้ข้อมูลและความรู้พื้นฐานหาได้ง่ายกว่าที่เคย ประเด็นจึงไม่ใช่เด็ก “รู้มากแค่ไหน” แต่คือ “คิดกับความรู้นั้นอย่างไร” กรอบ GPAS 5 Steps จึงถูกนำมาใช้เพื่อฝึกให้ผู้เรียนคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ไม่ผูกติดกับวิชาเดียว แต่ใช้ได้ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา และสังคม เด็กจะต้องรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สร้างความรู้ สื่อสาร และประเมินตนเอง จนกระบวนการคิดกลายเป็นทักษะติดตัว

แนวทาง Active Learning classroom ที่ใช้กรอบนี้ทำให้บทบาทครูเปลี่ยนจากผู้สอนมาเป็นโค้ช ตั้งคำถาม กระตุ้นการคิด และติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง หากทำได้ต่อเนื่อง เด็กจะไม่เพียงคิดเป็น แต่สามารถนำทักษะดังกล่าวไปแก้ปัญหาสถานการณ์ใหม่ในชีวิตจริงได้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าการได้คะแนนสอบดีในระยะสั้น

การเปลี่ยนจากท่องจำสู่คิดเชิงวิเคราะห์จึงไม่ใช่ทางเลือกหรูหรา แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการสร้างผู้เรียนที่พร้อมรับอนาคต Future-ready Learners ที่สามารถประสานกระบวนการคิดเข้ากับเทคโนโลยีและ AI และยังเติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านความรู้และด้านจิตใจ เพื่อใช้ความสามารถไปพัฒนาสังคมต่อไป

เครือข่ายการเรียนรู้ครู: เมื่อการอบรมไม่ใช่เวิร์กช็อปครั้งเดียวแล้วจบ

ภาพที่สำคัญไม่แพ้ห้องเรียนของเด็กคือเครือข่ายการเรียนรู้ของครูเอง โรงเรียนดรุณาราชบุรีพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วย GPAS 5 Steps มาอย่างต่อเนื่องร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ และยังขยายความร่วมมือไปยังโรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลราชบุรี 12 แห่ง ขณะเดียวกัน สถานศึกษากลุ่มรักกางเขนและพันธมิตรอีก 7 โรงเรียนก็เข้าศึกษาดูงานเพื่อถอดบทเรียนว่าทำอย่างไรให้ห้องเรียนหลุดจากวัฒนธรรมท่องจำ

สิ่งที่สะท้อนชัดคือแนวคิดว่า ครูอบรมการสอนต้องไม่จบที่การรับฟังแนวคิด แต่ต้องมีการทำงานร่วมกันแบบใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารและครู ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ และเข้าใจสภาพจริงของเด็กในแต่ละห้อง การปรับ Mindset ของครูไปสู่ Growth Mindset จึงเป็นกลไกที่ทำให้วิธีสอนเปลี่ยนตาม เมื่อครูเชื่อว่าการเปลี่ยนห้องเรียนทำได้จริง ก็จะออกแบบการเรียนรู้ที่ท้าทายให้เด็กคิดลึกขึ้น

มองไปข้างหน้า การขยายเครือข่ายโรงเรียนที่ศึกษาดูงานและนำ GPAS 5 Steps framework ไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง จะเป็นตัวชี้วัดว่า การปฏิรูปเชิงนวัตกรรมการเรียนรู้ครั้งนี้จะฝังรากลึกในระบบการศึกษาท้องถิ่นได้มากเพียงใด ถ้าผู้บริหารยังลงไปใกล้ชิดครู ครูยังมองเด็กเป็นผู้สร้างความรู้ ไม่ใช่เพียงผู้รับเนื้อหา โอกาสที่ห้องเรียนเทศบาลจะกลายเป็นพื้นที่สร้างนักคิดและนักสร้างสรรค์ย่อมจับต้องได้มากขึ้น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!