คอนเสิร์ตที่ไม่ใช่แค่การแสดงสด แต่คือพิธีอำลาบนเวที
คอนเสิร์ตอาลัยของศิลปินคือการแสดงดนตรีแบบอารมณ์ที่ผสมระหว่างเพลงอาลัย เพื่อน คำพูดจากหัวใจ และพลังของแฟนเพลงเพื่อร่วมรับมือความสูญเสีย โดยศิลปินใช้ประพฤติกรรมสดบนเวทีเป็นพื้นที่ระบายความรู้สึก ปล่อยน้ำตา ความคิดถึง และความทรงจำให้หลอมรวมเป็นเสียงเพลง เพื่อให้ทั้งตัวเองและผู้ชมได้ร่วมกันเยียวยาหัวใจผ่านดนตรีที่พูดแทนคำพูดทั้งหมด สำหรับต้าร์ บาร์บี้ หรือ เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา การขึ้นเวทีคอนเสิร์ตแรกหลังการจากไปของเพื่อนสนิท เร แม๊คโดแนลด์ นักแสดงและพิธีกรเจ้าของช่อง Rayron : เร่ร่อนที่เสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา คือช่วงเวลาที่โหดร้ายและเปราะบางที่สุดในชีวิต ค่ำคืนนั้นจึงไม่ใช่เพียง ต้าร์ บาร์บี้ คอนเสิร์ต ทั่วไป แต่คือพิธีอำลาเพื่อนรักต่อหน้าคนดูที่พร้อมจะเป็นกำลังใจมากกว่าจะเป็นผู้ชม

เมื่อเพื่อนรักจากไป ดนตรีกลายเป็นภาษาสุดท้ายที่ใช้พูดด้วย
สิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้ทรงพลังไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบของประพฤติกรรมสด หากเป็นการที่ศิลปินยอมรับความอ่อนแอของตัวเองต่อหน้าคนดู ต้าร์ บาร์บี้ยังอยู่ในภาวะเศร้าจากการสูญเสียเพื่อนสนิทอย่างเร แต่ต้องกลับมาทำงานตามแผนเดิม ทั้งการเดินทางไปถ่ายรายการที่ญี่ปุ่นในทริปที่เรเคยตั้งใจจะร่วมไปกับกลุ่มเพื่อน และกลับมาขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่ร้านหนึ่งในจังหวัดชลบุรีท่ามกลางแฟนเพลงที่มารวมตัวกันแน่นร้านเพื่อส่งกำลังใจ จุดที่บีบหัวใจที่สุดคือช่วงที่เขาต้องเล่นเพลง "ในความทรงจำ" ของวง Barbies เพลงที่เจ้าตัวแต่งให้เพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อเพื่อนอีกคนคือเรต้องจากไปตามกัน เพลงอาลัย เพื่อน เพลงเดิมจึงมีน้ำหนักทางอารมณ์ทวีคูณ กลายเป็นจดหมายฉบับใหม่ถึงเพื่อนที่เพิ่งหายไปจากวงชีวิต

ประโยคสั้นบนเวทีที่กลายเป็นคำพูดแทนคนเคยสูญเสีย
ค่ำคืนนั้น ต้าร์ บาร์บี้ไม่ได้เป็นแค่ร็อกสตาร์ แต่เป็นคนธรรมดาที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจุกอกว่า "ผมแต่งเพลงนี้ให้เพื่อนสนิทที่ตายไป เขาตายไปก่อน แล้วเพื่อนสนิทอีกคนก็มาตายไป ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลยว่ะ ช่วยผมร้องแล้วกัน ร้องให้สุดเสียงเลย" ก่อนจะเริ่มร้องเพลง "ในความทรงจำ" ท่ามกลางแฟนเพลงที่ช่วยร้องตามอย่างสุดเสียงเพื่อประคองหัวใจเขาบนเวที ประโยคนี้สะท้อนความจริงอีกด้านของวงการดนตรี ว่าหลังแสงไฟบนเวทีคือมนุษย์ที่ต้องรับมือกับความสูญเสียไม่ต่างจากใคร การยอมพูดว่า "ไม่รู้จะพูดยังไง" คือการปฏิเสธภาพศิลปินที่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และยอมให้ดนตรีแบบอารมณ์เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการร้องไห้ การที่คนดูพากันร้องเพลงอาลัย เพื่อนไปพร้อมกับเขา จึงไม่ใช่แค่การร่วมสนุก แต่เป็นการแบกความเศร้าไปด้วยกัน
จากคอนเสิร์ตส่วนตัวสู่ช่วงเวลาการเยียวยาของทั้งวงการเพลง
แม้เวทีจะตั้งอยู่ในร้านเล็กๆ ที่ชลบุรี แต่คอนเสิร์ตนี้สะท้อนพลังของดนตรีในระดับวงกว้าง ต้าร์ บาร์บี้ คอนเสิร์ต ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าการกลับขึ้นเวทีหลังการสูญเสียไม่ใช่แค่การทำหน้าที่ แต่เป็นการประกาศกับตัวเองและเพื่อนรักที่จากไปว่า ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ และดนตรีจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนเป็นกับคนที่ไม่มีโอกาสกลับมายืนบนเวทีแล้ว การที่แฟนเพลงแน่นร้านเพื่อส่งกำลังใจ ไม่เพียงปลอบศิลปิน แต่ยังทำให้ผู้ชมหลายคนที่เคยสูญเสียเพื่อนหรือคนรักรู้สึกว่าตัวเองได้รับการแทนใจ เพลงอาลัย เพื่อน ไม่ว่าจะชื่อเดิมหรือถูกแต่งขึ้นใหม่ ล้วนทำหน้าที่เป็นสมุดบันทึกความทรงจำรูปแบบเสียง ที่ทุกคนสามารถเปิดอ่านซ้ำผ่านการฟัง การกลับมาทำประพฤติกรรมสดในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทำงาน แต่เป็นการประกาศว่าดนตรียังเป็นที่พึ่งทางใจของคนทั้งวงการ






