Hazel Eyes คืออะไร และทำไมอัลบั้มที่ 5 ของ Sam Smith จึงสำคัญกว่าครั้งไหน
Hazel Eyes คืออัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ของ Sam Smith ศิลปินเจ้าของรางวัล GRAMMY BRIT Golden Globe และ Oscar ที่นำเรื่องราวความรักจากชีวิตจริงของพวกเขามาแปรเป็นเพลงป๊อปหลากกลิ่นอาย ตั้งแต่ baroque pop folk ไปจนถึง R&B สายทดลอง เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ ความเปราะบาง และการยอมรับตัวตนของคนเควียร์ผ่านดนตรีที่ตั้งใจให้เข้าถึงผู้ฟังทุกเส้นทางชีวิต
ประเด็นสำคัญของ Sam Smith อัลบั้มใหม่ ชุดนี้คือการเลือกถอยออกจากความหวือหวาของเพลงฮิตกระแสหลัก แล้วกลับมาเน้นสิ่งที่ทำให้ Sam เป็นชื่อที่แฟนเพลงเชื่อใจตั้งแต่แรก นั่นคือการเล่าเรื่องรักอย่างซื่อสัตย์และไม่กลบเกลื่อนความเจ็บปวด Hazel Eyes ถูกพัฒนายาวนานถึง 3 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งการตกหลุมรักและการย้ายบ้านมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในมหานครอีกฟากหนึ่งของโลก ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่อัลบั้มที่ฟังเพราะ แต่เป็นบันทึกช่วงชีวิตที่ชัดเจนว่าศิลปินคนนี้กำลังเป็นใครในตอนนี้
น่าสังเกตว่าครั้งนี้ Sam รับบท co-producer ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ทำงานร่วมกับ Simon Aldred และ David Odlum เพื่อไล่เก็บรายละเอียดเสียงที่ “เป็นธรรมชาติที่สุด” เท่าที่จะทำได้ เมื่อศิลปินระดับนี้เลือกลงมือกำกับเสียงของตัวเองอย่างใกล้ชิด แปลว่าพวกเขาไม่ได้แค่ปล่อยอัลบั้มที่ 5 Sam Smith ตามจังหวะตลาด แต่กำลังประกาศจุดยืนด้านศิลปะใหม่อย่างเต็มตัว

Constant Companion เพลงเดียวที่เล่าเรื่องรักได้มากกว่าโรแมนติกป๊อปทั่วไป
Constant Companion เพลง คือประตูบานแรกที่ Sam Smith เลือกให้ผู้ฟังเดินเข้าสู่โลกของ Hazel Eyes โดยจงใจใช้บรรยากาศแบบภาพยนตร์ Western คลาสสิก ผสมเสียงร้องโทนต่ำกับกีตาร์หม่นและเครื่องสายจาก Rob Moose ผู้เคยร่วมงานกับ Bon Iver และ The National เสียงทุกชั้นเหมือนถูกออกแบบให้โอบกอดเนื้อเพลงที่พูดถึงการมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ แต่แน่นแฟ้น
แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ลงรายละเอียดเนื้อร้องทีละบรรทัด แต่จากบริบทที่อัลบั้มนี้หยิบ “เรื่องรักที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต” ขึ้นมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา ซิงเกิลนำอย่าง Constant Companion จึงฟังดูต่างจากเพลงรักสำเร็จรูปที่เน้นภาพฝันสวยงาม เพลงนี้พูดถึงความเป็นเพื่อนร่วมทาง ความมั่นคงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ สร้างความรู้สึกปลอดภัย มากกว่าความหวือหวาชั่วคราว
มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทำในประเทศสเปน ภายใต้การกำกับของ Albert Moya และออกแบบท่าเต้นโดย (LA)HORDE ยิ่งตอกย้ำว่าซิงเกิลนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นแค่เพลงประกอบเพลย์ลิสต์ แต่เป็นชิ้นส่วนสำคัญของเรื่องเล่าใน Hazel Eyes ซิงเกิลนี้คือคำชวนฟังว่า ถ้าอยากรู้ว่าความรักในชีวิต Sam ตอนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ให้เริ่มจากเพลงนี้ก่อน
เมื่อชีวิตส่วนตัวกลายเป็นโครงสร้างของ Hazel Eyes ทั้งอัลบั้ม
เสน่ห์ของ Sam Smith อัลบั้มใหม่ ชุดนี้คือการจัดลำดับเพลงให้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ตั้งแต่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะตกหลุมรัก ไปจนถึงปีแรก ๆ ของการใช้ชีวิตคู่ เพลงเปิด Everlasting Love คือจุดเริ่มต้นของการโหยหาความสัมพันธ์ ส่วนชื่ออัลบั้ม Hazel Eyes มาจากหนึ่งในเพลงรักที่ Sam บอกว่าเขียนได้ตรงไปตรงมามากที่สุด และสะท้อนการเลือกใช้ชีวิตแบบไม่สร้างกำแพงป้องกันตัวเอง
ความเปราะบางถูกขยายผ่านเพลงอื่น ๆ เช่น When He's Gone ที่สำรวจความกลัวการสูญเสียคนสำคัญ Oh Mother ที่ใช้เสียงประสานของ TwoCity Chorus จำนวน 28 คนสร้างบรรยากาศ call-and-response เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และ My Guy ที่เผยภาพความสุขเรียบง่ายในชีวิตประจำวันของ Sam แทบทุกเพลงถักทอจากประสบการณ์ตรง มากกว่าจินตนาการในสตูดิโอ
คำพูดของ Sam ที่ว่าอัลบั้มนี้ทำให้พวกเขา “ใกล้ชิดกับตัวเองมากกว่าที่เคย” ไม่ได้เป็นแค่ประโยคโปรโมต เพราะเมื่อดูภาพรวม จะเห็นว่า Hazel Eyes ใช้โครงเรื่องชีวิตสามปีที่ผ่านมาเป็นกระดูกสันหลังของทั้งอัลบั้ม นี่คือกรณีตัวอย่างว่าศิลปินป๊อประดับกระแสหลักก็สามารถทำงานแบบอัลบั้มคอนเซ็ปต์ที่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตจริงได้โดยไม่ต้องทิ้งความเป็นเพลงฟังง่าย
ซาวด์อบอุ่น รายละเอียดแน่น และความน่าเชื่อถือจากรางวัลระดับโลก
ด้านดนตรี Hazel Eyes ซิงเกิล และเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มยืนยันว่าการทดลองแนวเสียงของ Sam Smith ไม่ใช่การเปลี่ยนทางแบบสุดขั้ว แต่เป็นการขยายขอบเขตในกรอบที่ผู้ฟังคุ้นเคย จาก baroque pop British folk outlaw country ไปจนถึง left-field R&B ทุกแนวถูกผสมจนกลายเป็นซาวด์อบอุ่นเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ชวนฟังซ้ำ
การเข้าทำงานที่ Electric Lady Studios ร่วมกับศิลปินอย่าง Feist Shahzad Ismaily Rob Moose และคอรัส TwoCity Chorus 28 คน ทำให้อัลบั้มที่ 5 Sam Smith มีมิติทางเสียงที่หลากหลาย แต่ไม่หลุดโทน ความนุ่มนวลของเสียงร้องถูกโอบไว้ด้วยเครื่องสาย ฮาร์โมนี และอารมณ์แบบดนตรีสดมากกว่าการพึ่งพาเทคนิคสตูดิโอจัดหนัก
เมื่อรวมความประณีตด้านโปรดักชันกับเครดิตรางวัลระดับ GRAMMY BRIT Golden Globe และ Oscar ความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์นี้จึงไม่ได้มาจากชื่อเสียงเก่าเท่านั้น แต่อยู่ที่การที่ Sam กล้าทำอัลบั้มที่คืนอำนาจให้กับ “เพลงป๊อปเหนือกาลเวลา” ตามที่พวกเขาบอกเองว่าเป็นดนตรีที่รักมากที่สุด และอยากให้เชื่อมโยงกับผู้คนจากทุกเส้นทางชีวิตได้
Hazel Eyes ในสายตาผู้ฟังยุคสตรีมมิง ทำไมเราควรให้เวลาอัลบั้มทั้งชุด
ในยุคที่ผู้ฟังจำนวนมากเลือกกดฟังแค่เพลงฮิตจากเพลย์ลิสต์ การที่ Sam Smith ปล่อยงานเต็มความยาวอย่าง Hazel Eyes พร้อมเล่าเรื่องรักแบบเป็นเส้นเดียวตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้าย คือคำท้าต่อยุคสตรีมมิงกลาย ๆ ผู้ฟังที่ยอมให้เวลาทั้งอัลบั้ม จะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของความสัมพันธ์ ตั้งแต่ความคาดหวัง ความกลัว ไปจนถึงการยอมรับว่าไม่มีรักไหนสมบูรณ์แบบ แต่มีค่าเพราะมัน “จริง”
สำหรับคนฟังทั่วไป ผลกระทบที่จับต้องได้คือ เราได้เพลงรักที่พูดเรื่องความรักของคนเควียร์อย่างเปิดเผย ซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมา ซึ่ง Sam ย้ำว่ามองว่าสำคัญมากในโลกทุกวันนี้ นั่นหมายความว่า Hazel Eyes ไม่ได้เป็นแค่ซาวด์แทร็กประกอบชีวิตคู่ของใครบางคน แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ใครก็ตามที่รู้สึกต่างจากมาตรฐานเดิม ๆ รู้ว่าความรักของตัวเองก็มีที่ยืน
สุดท้าย หากจะเริ่มฟัง Sam Smith อัลบั้มใหม่ ชุดนี้ทางลัดคือเปิด Constant Companion แล้วไล่ย้อนกลับไปฟังทั้งอัลบั้มผ่านลิงก์สตรีมมิงที่ปล่อยอย่างเป็นทางการ การฟังเรียงตามลำดับคือวิธีที่ดีที่สุดจะเข้าใจว่า Hazel Eyes ไม่ใช่แค่การกลับมาของซูเปอร์สตาร์ป๊อป แต่เป็นการประกาศว่าพวกเขาจะเล่าเรื่องรักต่อจากนี้อย่างตรงไปตรงมา และให้พื้นที่กับทุกความรู้สึกมากกว่าที่เคย






