Hazel Eyes คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อเส้นทางของ Sam Smith
Hazel Eyes คืออัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 5 ของ Sam Smith ศิลปินเพลงป๊อประดับโลกเจ้าของรางวัล GRAMMY BRIT Golden Globe และ Oscar ที่นำประสบการณ์ความรักในชีวิตจริงมาเล่าใหม่ในรูปแบบเพลงป๊อปซึ่งเน้นการเล่าเรื่องและอารมณ์อย่างเป็นส่วนตัว อัลบั้มนี้ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ถึง 3 ปี เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่พวกเขาตกหลุมรักและย้ายบ้านครั้งใหญ่ ทำให้ทุกบทเพลงกลายเป็นเสมือนบันทึกความรู้สึกที่ตรงไปตรงมามากกว่าที่เคย การมาถึงของ Sam Smith Hazel Eyes จึงไม่ใช่แค่ pop album release ทั่วไป แต่เป็นการประกาศว่าพวกเขากำลังพร้อมจะเปิดหัวใจให้ผู้ฟังเห็นทั้งด้านเปราะบางและด้านที่มีความหวังไปพร้อมกัน

จากรางวัลระดับโลกสู่การเปลือยใจ: เมื่อความเปราะบางกลายเป็นหัวใจหลักของอัลบั้ม
สิ่งที่ทำให้ Hazel Eyes น่าสนใจไม่ใช่แค่เครดิตระดับ GRAMMY BRIT Golden Globe และ Oscar ที่ติดตัว Sam Smith มาเท่านั้น แต่คือการที่พวกเขายอมลดเกราะลงเพื่อเล่าความรักในแบบที่ตรงและซื่อที่สุดเท่าที่เคยทำมา Sam บอกชัดว่าอัลบั้มนี้ทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับตัวเองมากกว่าเดิม และทำให้เรียนรู้ว่าความเปราะบางไม่ได้หมายถึงการเล่าความเจ็บปวดอย่างเดียว การกล้าแสดงด้านโรแมนติกออกมาอย่างเปิดเผยก็ทำให้หัวใจเปลือยไม่แพ้กัน การเน้น love storytelling music ในอัลบั้มนี้ยังมีมิติพิเศษเมื่อ Sam เลือกพูดถึงความรักของคนเควียร์แบบตรงไปตรงมา โดยเชื่อว่าการร้องเพลงเกี่ยวกับความรักรูปแบบนี้อย่างสัตย์ซื่อเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน การที่ศิลปินระดับนี้ใช้เวทีของตัวเองเพื่อเล่าความรักอย่างเท่าเทียมจึงเป็นท่าทีที่มีพลังมากกว่าการทำเพลงป๊อปที่ฟังเพลินแต่ไม่พูดอะไรเลย
Constant Companion เมื่อซิงเกิลนำพาเข้าสู่โลกของความรักที่พร้อมเสี่ยง
Constant Companion single ทำหน้าที่เหมือนประตูบานแรกที่พาผู้ฟังเข้าไปในโลกของ Hazel Eyes อย่างเต็มตัว เพลงนี้ถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายภาพยนตร์ Western คลาสสิก ผ่านเสียงร้องโทนต่ำ กีตาร์หม่น และเครื่องสายจาก Rob Moose ผู้เคยร่วมงานกับ Bon Iver และ The National ซาวด์ที่เหมือนภาพยนตร์ทำให้เพลงนี้ไม่ได้เป็นแค่เพลงรัก แต่เป็นฉากหนึ่งของเรื่องเล่าขนาดยาวในอัลบั้ม จุดสำคัญคือเนื้อหาเกี่ยวกับการมีใครสักคนคอยเคียงข้างอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นรูปแบบความโรแมนติกที่ดูเรียบง่ายแต่เสี่ยงสูง เพราะมันหมายถึงการไว้ใจกันอย่างเต็มที่ Constant Companion จึงช่วยตั้งโทนว่าทั้งอัลบั้มจะพาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่แค่ช่วงตกหลุมรัก แต่รวมถึงความกลัว การสูญเสีย และการยืนหยัดเคียงข้างกันด้วย
ซาวด์อบอุ่น รายละเอียดแน่น และการเล่าเรื่องรักตั้งแต่ก่อนตกหลุมรักถึงปีแรกของชีวิตคู่
แม้จะถูกจัดอยู่ในหมวด pop album release แต่ Hazel Eyes ใช้ซาวด์ที่หลากหลายตั้งแต่ baroque pop British folk outlaw country ไปจนถึง left field R&B แทบจะขัดกับภาพเพลงป๊อปสูตรสำเร็จที่หลายคนคุ้นเคย การร่วมงานกับโปรดิวเซอร์อย่าง Simon Aldred และ David Odlum รวมถึงการอัดเสียงในสตูดิโอระดับตำนานอย่าง Electric Lady Studios ทำให้ซาวด์ออกมาอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ฟังแล้วอยากย้อนกลับไปเก็บทุกชั้นเสียง Hazel Eyes ยังใช้โครงสร้างแบบ love storytelling music อย่างชัดเจน เริ่มเล่าตั้งแต่ช่วงก่อนตกหลุมรักในเพลงเปิด Everlasting Love ต่อเนื่องไปถึงปีแรกของชีวิตคู่ ผ่านเพลงอย่าง My Guy When He’s Gone Oh Mother และ Constant Companion จนถึงช่วงที่ตัวละครในเรื่องราวต้องต่อรองกับความกลัว การจากลา และความหวังในอนาคต โดยมี TwoCity Chorus นักร้องประสานเสียง 28 คนช่วยขยายอารมณ์ให้กว้างขวางขึ้น
Hazel Eyes ในฐานะหมุดหมายใหม่ของ Sam Smith และบทพิสูจน์ว่าป๊อปยังเล่าเรื่องได้อีกมาก
ในเชิงอาชีพ Hazel Eyes คืออีกหนึ่งบทใหม่ของ Sam Smith ที่ต่อยอดจากเส้นทาง 14 ปีซึ่งพวกเขาถนัดในการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้องอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการที่ Sam รับบท co producer เองเป็นครั้งแรก ทำให้ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การเลือกซาวด์ไปจนถึงวิธีเล่าเรื่องสะท้อนตัวตนพวกเขาชัดขึ้น ชื่ออัลบั้มมาจากเพลงรักที่ตรงไปตรงมาที่สุดเพลงหนึ่งในชุดนี้ และสื่อถึงการเลือกใช้ชีวิตแบบไม่สร้างกำแพงป้องกันหัวใจ การรักใครด้วยความเชื่อมั่นในความสุขแทนที่จะหมกมุ่นกับความกลัว Hazel Eyes จึงเป็นมากกว่าอัลบั้มรวบรวมเพลงรัก แต่เป็น statement ว่าศิลปินป๊อปยังมีพื้นที่ให้เล่าความรักอย่างซื่อสัตย์ กล้าหยิบรายละเอียดชีวิตจริงมาแบ่งปัน และใช้ดนตรีเป็นภาษาในการยืนยันว่าความรักทุกรูปแบบสมควรถูกบันทึกไว้ในเพลงป๊อปพอๆ กับเรื่องราวแบบใดก็ตาม




