ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมลาโทนินและโรคหัวใจ เมื่อยานอนหลับยอดฮิตอาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด

เมลาโทนินและโรคหัวใจ เมื่อยานอนหลับยอดฮิตอาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

เมลาโทนินคืออะไร และทำไมผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรังต้องเริ่มระวัง

เมลาโทนินคือฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างจากต่อมไพเนียลในสมอง มีหน้าที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพและวงจรการหลับตื่น ระดับเมลาโทนินจะสูงขึ้นเมื่อมืดลงและลดลงในตอนเช้า ผลิตภัณฑ์เมลาโทนินสังเคราะห์ถูกทำให้มีโครงสร้างเหมือนของธรรมชาติ ใช้ในรูปอาหารเสริมเพื่อช่วยการหลับหรือบรรเทาอาการเจ็ตแล็ก อย่างไรก็ตามแม้จะถูกมองว่าเป็นวิธีธรรมชาติและปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญเริ่มตั้งคำถามถึงความเสี่ยงต่อหัวใจเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากหลักฐานเกี่ยวกับผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดระยะยาวยังมีจำกัด การใช้เมลาโทนินจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นยานอนหลับเอนกประสงค์สำหรับปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรังทุกกรณี

งานวิจัยขนาดใหญ่ที่นำเสนอในการประชุมวิชาการโรคหัวใจประจำปี พบว่าการใช้เมลาโทนินระยะยาวในผู้ที่มีการนอนไม่หลับเรื้อรังสัมพันธ์กับความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว การนอนโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์นี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า เมลาโทนินอาจไม่ใช่คำตอบที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ทุกคืนแบบไม่มีกำหนด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจอยู่แล้ว ผู้ที่กำลังใช้เมลาโทนินประจำจึงควรเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองและแพทย์ว่า การพึ่งพาเม็ดช่วยหลับชนิดนี้ยังคุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่ และถึงเวลาหันไปหาวิธีจัดการการนอนไม่หลับเรื้อรังที่ปลอดภัยกว่าหรือยัง

เมลาโทนินและโรคหัวใจ เมื่อยานอนหลับยอดฮิตอาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด

ตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม เมลาโทนินระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงหัวใจล้มเหลวแค่ไหน

การศึกษานี้ใช้ข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการนอนไม่หลับจำนวน 130,828 คน อายุเฉลี่ยประมาณ 55.7 ปี และร้อยละ 61.4 เป็นเพศหญิง ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้เมลาโทนินอย่างน้อย 12 เดือน และกลุ่มที่ไม่มีประวัติใช้เมลาโทนิน โดยคัดคนที่เคยเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวหรือใช้ยานอนหลับชนิดอื่นออกไปก่อนเพื่อลดปัจจัยกวน จากนั้นนักวิจัยใช้ตัวแปรด้านคลินิกและปัจจัยประชากรศาสตร์ถึง 40 ปัจจัย เช่น อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย ความดันโลหิต และโรคหัวใจหรือระบบประสาทเดิม เพื่อให้สองกลุ่มใกล้เคียงกันมากที่สุด

ผลที่ได้ชัดเจนและน่ากังวล ผู้ที่ใช้เมลาโทนินนานอย่างน้อยหนึ่งปีมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในอีกห้าปีข้างหน้าสูงกว่ากลุ่มไม่ใช้เมลาโทนินประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ โดยอัตราเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอยู่ที่ 4.6 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 2.7 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มควบคุม นอกจากนี้การวิเคราะห์เสริมในกลุ่มที่มีใบสั่งเมลาโทนินอย่างน้อยสองครั้งห่างกัน 90 วันยังพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 82 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่าความสัมพันธ์นี้ไม่น่าจะเกิดจากความบังเอิญของข้อมูลเพียงครั้งเดียว ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่การบอกให้ทุกคนเลิกเมลาโทนินทันที แต่เป็นสัญญาณว่าการใช้ยานี้ทุกคืนเป็นปีไม่ใช่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้อีกต่อไป

เมลาโทนินและโรคหัวใจ งานวิจัยบอกอะไร และยังมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

หัวใจของข้อถกเถียงคือ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต ไม่ใช่การทดลองแบบสุ่มแบ่งกลุ่ม ผลลัพธ์จึงแสดงเพียงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เมลาโทนินระยะยาวกับความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว การนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเมลาโทนินเป็นสาเหตุโดยตรง นักวิจัยเองย้ำว่า ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้การตีความต้องระมัดระวัง เช่น ความแตกต่างของขนาดยา ยี่ห้อ และความเคร่งครัดในการกินยาที่ไม่ได้ถูกบันทึกทั้งหมด รวมถึงปัจจัยไลฟ์สไตล์ที่อาจไม่ครบถ้วนในฐานข้อมูล

อย่างไรก็ตามเมื่อปรับปัจจัยเสี่ยงอื่นจำนวนมากแล้ว ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นยังคงชัดเจนจนทำให้ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า เมลาโทนินอาจไม่ปลอดภัยเท่าที่ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อ โดยมีคำเตือนว่า “เมลาโทนินอาจไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีอันตรายอย่างที่มักเข้าใจกัน หากผลการศึกษานี้ได้รับการยืนยัน อาจต้องเปลี่ยนวิธีที่แพทย์ให้คำแนะนำผู้ป่วยเรื่องยาช่วยนอนหลับ” จุดสำคัญคือ ผู้ที่มีการนอนไม่หลับเรื้อรังและคิดจะใช้เมลาโทนินต่อเนื่องควรเข้าใจว่าความเสี่ยงการนอนหลับเรื้อรังนั้นไม่ได้มาจากตัวโรคอย่างเดียว แต่อาจมาจากวิธีรักษาที่ใช้ผิดแบบหรือผิดระยะเวลาด้วย

กินเมลาโทนินระยะสั้นพอได้ แต่ระยะยาวอาจต้องคิดใหม่

สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือความแตกต่างระหว่างการใช้เมลาโทนินเป็นครั้งคราวกับการกินทุกคืนเป็นปี สำหรับการนอนไม่หลับชั่วคราวหรือการปรับเวลาเจ็ตแล็ก การใช้เมลาโทนินขนาดต่ำในช่วงสั้นภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญยังอาจมีที่ทาง แต่เมื่อกลายเป็นการกินทุกคืนเกินหนึ่งปี โดยเฉพาะในผู้ที่มีการนอนไม่หลับเรื้อรัง ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นตามงานวิจัยนี้ทำให้การใช้ต่อเนื่องยาวนานดูไม่คุ้ม

ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับบางรายถึงกับตั้งคำถามว่าทำไมแพทย์จึงให้เมลาโทนินใช้ต่อเนื่องเกิน 365 วัน ทั้งที่ในบางประเทศเมลาโทนินไม่ได้ถูกระบุให้ใช้รักษาการนอนไม่หลับโดยตรง และเตือนว่าไม่ควรใช้เป็นประจำโดยปราศจากข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม สำหรับผู้บริโภค นี่คือสัญญาณว่าควรหยุดคิดว่าเมลาโทนินเป็นวิตามินช่วยหลับที่กินได้เรื่อยๆ ไม่มีผลเสีย การอ่านฉลากไม่พอ ต้องถามตัวเองว่าทำไมถึงต้องกินทุกคืน และได้วางแผนหยุดใช้หรือยัง หากยังไม่มีคำตอบชัดเจน นั่นคือเวลาที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับหรือแพทย์ประจำตัวโดยตรง

ถ้าไม่พึ่งเมลาโทนินระยะยาว เราจะจัดการการนอนไม่หลับเรื้อรังอย่างปลอดภัยได้อย่างไร

ข่าวเรื่องเมลาโทนินและโรคหัวใจไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีการนอนไม่หลับเรื้อรังต้องยอมทนทรมานกับการนอนไม่หลับตลอดไป แต่เป็นการชี้ว่าเราควรเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งเม็ดยานานปีไปสู่การแก้ที่ต้นตอของปัญหามากขึ้น วิธีที่ได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐานแน่นคือการบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรมสำหรับการนอนไม่หลับ การจัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ ลดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ใส่ใจสภาพแวดล้อมในห้องนอน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ การทำสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา ไม่หวือหวาเหมือนกลืนเม็ดเมลาโทนิน แต่ไม่เพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวเช่นกัน

หัวข้อสำคัญที่ผู้อ่านควรจดจำคือ ความเสี่ยงการนอนหลับเรื้อรังไม่ได้จำกัดเฉพาะผลต่อสมาธิหรืออารมณ์ แต่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ หลอดเลือด และคุณภาพชีวิตระยะยาว การเลือกวิธีแก้ปัญหาการนอนจึงต้องวางแผนรอบด้าน หากกำลังใช้เมลาโทนินอยู่ ควรประเมินร่วมกับแพทย์ว่าจำเป็นต้องใช้ต่อหรือไม่ มีทางเลือกอื่นที่เหมาะกับร่างกายและโรคประจำตัวหรือไม่ และจะลดหรือหยุดเมลาโทนินอย่างปลอดภัยอย่างไร บทสรุปคือ เมลาโทนินไม่ใช่ปีศาจ แต่ก็ไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับการนอนไม่หลับเรื้อรัง การใช้ด้วยความเข้าใจ มีระยะเวลาชัดเจน และมีแพทย์ดูแล คือทางสายกลางที่ปลอดภัยที่สุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!