จากงานแสดงสินค้า สู่วิสัยทัศน์บ้านที่คิดและทำงานแทนคน
AI และหุ่นยนต์บ้านอัจฉริยะคือระบบและอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ผสานการรับรู้ วิเคราะห์ และลงมือทำงานดูแลบ้านโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่การวางแผนเมนูอาหาร จัดการซักผ้า ไปจนถึงการทำความสะอาดพื้น กระจก สนามหญ้า และสระว่ายน้ำ เพื่อให้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยสะดวก ปลอดภัย และใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทั้งหมดเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายและแพลตฟอร์มเทคโนโลยี AI บ้านที่สื่อสารกันได้ภายในระบบเดียว
หัวใจสำคัญที่งาน IFA ปีล่าสุดคือการประกาศว่าอนาคตสมาร์ทโฮมไม่ใช่แค่บ้านที่มีแกดเจ็ต แต่เป็นบ้านที่เข้าใจมนุษย์และลงมือทำแทนเรามากขึ้น Hisense ในฐานะแบรนด์ผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับโลกชวนผู้เข้าชมสัมผัสว่า AI สามารถทำให้กิจวัตรในบ้านง่ายและเป็นธรรมชาติกว่าเดิมได้อย่างไร ขณะที่ ECOVACS แสดงภาพของหุ่นยนต์บ้านอัจฉริยะที่ไม่ได้ดูแลแค่พื้นแต่ขยายไปสู่ทุกมุมของบ้านและพื้นที่กลางแจ้ง แนวโน้มนี้สะท้อนชัดว่าบ้านกำลังเปลี่ยนจากพื้นที่ที่เราต้องคอยจัดการ ไปสู่ระบบนิเวศที่จัดการตัวเองได้
Hisense และ AI Companion เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้ากลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัว
โซนของ Hisense ที่งาน IFA ใช้ธีม Innovating a Brighter Life นำชุด Hisense AI Companion Suite ที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม ConnectLife เข้ามาเชื่อมความฉลาดให้ห้องครัว ห้องซักผ้า และพื้นที่นั่งเล่นในบ้าน จุดเปลี่ยนสำคัญคือเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้แค่รอคำสั่ง แต่เริ่มคิดและประสานงานกันเองผ่านความสามารถ Sense Think Communicate Execute ของระบบ V AIOS เพื่อให้บ้านทำงานได้มากขึ้นโดยที่เจ้าของบ้านต้องทำให้น้อยลง
ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุดคือ AI Companion Refrigerator ที่รู้ว่ามีวัตถุดิบอะไรอยู่ในตู้เย็นและเสนอเมนูตามความชอบ เมื่อเลือกเมนูแล้วก็ซิงก์กับเตาอบเพื่อควบคุมการอบอัตโนมัติ และให้ตู้เก็บไวน์แนะนำการจับคู่ พร้อมรักษาสภาพการเก็บอย่างเหมาะสม หลังมื้ออาหาร เครื่องล้างจานก็ตรวจสภาพภาชนะและปรับโปรแกรมล้างเอง ทำให้การวางแผน ทำอาหาร และเก็บล้างเป็นประสบการณ์ต่อเนื่องเดียวกัน แนวทางนี้ต่อยอดไปสู่ชุดซักผ้า AI Companion Laundry Suite ที่มองดูผ้าแล้วเลือกโปรแกรมซักอบเหมาะสมเอง และระบบปรับอากาศกับระบบจัดการพลังงานที่อ่านสภาพอากาศและช่วงราคาค่าไฟเพื่อช่วยให้บ้านใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
ที่น่าสนใจคือ Hisense ไม่มองสมาร์ทโฮมแบบปิด แต่เลือกเชื่อมต่อกับ Alexa+ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานเครื่องปรับอากาศบางรุ่นด้วยประโยคธรรมชาติ แล้วให้ Alexa+ ใช้ Smart Home AI Toolkit แปลความต้องการและจัดการตั้งค่าต่าง ๆ ให้เอง นี่คือก้าวสำคัญของเทคโนโลยี AI บ้าน ที่เริ่มหลอมรวมเสียง การรับรู้บริบท และการจัดการอุปกรณ์หลายประเภทเข้าด้วยกัน ทำให้การควบคุมบ้านอัจฉริยะใกล้เคียงกับการคุยกับผู้ช่วยส่วนตัวมากกว่าการกดปุ่มบนรีโมต
ECOVACS ขึ้นแท่นผู้นำหุ่นยนต์ดูแลบ้าน ขยายจากพื้นสู่ทุกมุมพื้นที่
ในฝั่งหุ่นยนต์ ECOVACS ROBOTICS แสดงภาพอนาคตที่ชัดเจนว่า หุ่นยนต์บ้านอัจฉริยะจะกลายเป็นแรงงานหลักในการดูแลบ้าน จากเดิมที่เน้นดูดฝุ่นและถูพื้น วันนี้แบรนด์ขยายบทบาทไปสู่การเช็ดกระจก ดูแลสนามหญ้า และทำความสะอาดสระว่ายน้ำ โดยอาศัยชุดเทคโนโลยี Robotics ระบบตรวจจับ การควบคุมการเคลื่อนไหว เทคโนโลยีการทำความสะอาด และการจัดการพลังงานที่สามารถต่อยอดข้ามหมวดผลิตภัณฑ์ได้ แนวทางนี้ทำให้หุ่นยนต์บริการของ ECOVACS เข้าไปดูแลมากกว่า 38 ล้านครัวเรือนในเกือบ 180 ตลาดทั่วโลก
คำพูดของซีอีโอ เดวิด เฉียน สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ เขามองว่าอนาคตของหุ่นยนต์สำหรับบ้านไม่ใช่การเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ แต่คือการช่วยให้ผู้คนหลุดพ้นจากภาระซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำเทคโนโลยีหลักราว 80% มาใช้ร่วมกัน และปรับอีก 20% ให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ เพื่อขยายหุ่นยนต์จากพื้นและกระจกไปสู่สนามหญ้าและสระว่ายน้ำ ข้อมูลสนับสนุนจากภายนอกยิ่งย้ำภาพนี้ เมื่อ Forbes China ระบุให้ ECOVACS เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของโลกด้าน Home Robotics และในทุก 10 เครื่องของหุ่นยนต์ Roller Wash ที่จำหน่ายมีถึง 8 เครื่องที่เป็นของ ECOVACS จากยอดขายภายในช่วงปี 2023–2024
เบื้องหลังการเติบโตคือทีมวิจัยและพัฒนามากกว่า 900 คน เงินลงทุนด้าน R&D 554 ล้านหยวนในครึ่งแรกของปี 2026 และสิทธิบัตรกว่า 3,100 รายการ ผลคือยอดจัดส่งหุ่นยนต์บริการทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกปี 2026 เติบโต 44.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างหุ่นยนต์เช็ดกระจก หุ่นยนต์ตัดหญ้า และหุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เพิ่มขึ้น 75.1% ในตลาดต่างประเทศ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าหุ่นยนต์เป็นของเล่นไฮเทค แต่ยืนยันว่ามันกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

Winbot, GOAT, OZMO และ ULTRAMARINE หุ่นยนต์เฉพาะทางที่ทำงานแทนมือคน
เมื่อมองลงไปที่ผลิตภัณฑ์ จะเห็นว่ากลยุทธ์ Technology Stack ของ ECOVACS แปลงเป็นหุ่นยนต์เฉพาะทางหลายกลุ่มที่แก้ปัญหางานบ้านที่ยุ่งยาก WINBOT W3 OMNI เป็นตัวอย่างของหุ่นยนต์เช็ดกระจกที่พัฒนามายาวนานตั้งแต่รุ่นแรกในปี 2011 รุ่นล่าสุดมาพร้อมเทคโนโลยี Vortex Wash ช่วยทำความสะอาดผ้าเช็ดกระจกอัตโนมัติ ลดขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องถอดผ้าที่สกปรกไปซักเอง นี่คือภาพของการยกงานเช็ดกระจกที่เสี่ยงและต้องใช้แรงขึ้นไปอยู่บนภาระของหุ่นยนต์
สำหรับพื้นที่กลางแจ้ง หุ่นยนต์ตัดหญ้า GOAT T Series ใช้ TruEdge Trimmer เพื่อตัดใกล้ขอบสนามมากขึ้น และระบบนำทาง HoloScope 360 Dual LiDAR Navigation เพื่อจัดการรูปแบบสนามที่แตกต่างได้อย่างเป็นอิสระ จนถึงปัจจุบัน GOAT ทำงานครอบคลุมพื้นที่สนามหญ้าทั่วโลกรวมเกือบ 1.4 พันล้านตารางเมตร หรือเทียบได้กับสนามฟุตบอลมาตรฐานราว 200,000 สนาม ด้านการดูแลพื้นในบ้าน เทคโนโลยี OZMO ROLLER 3.0 ถูกนำมาใช้กับรุ่น DEEBOT X12S OmniCyclone เพื่อผสานแรงกดถูพื้นกับการล้างม็อบโรลเลอร์อย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสที่สิ่งสกปรกจะถูกปาดกลับไปบนพื้น และนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน 2024 ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ OZMO ROLLER มียอดจัดส่งสะสมทั่วโลกมากกว่า 2.8 ล้านเครื่อง ณ กรกฎาคม 2026
หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระ ULTRAMARINE L1 PRO ช่วยปิดช่องว่างสุดท้ายของงานดูแลพื้นที่ ด้วยการออกแบบให้สามารถนำทางและทำความสะอาดสระในสภาพแวดล้อมหลากหลายแบบโดยอัตโนมัติ เมื่อผสานเข้ากับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น เช็ดกระจก และตัดหญ้า ภาพที่ได้คือบ้านและพื้นที่รอบบ้านที่สามารถดูแลตัวเองได้แทบทุกมิติ สำหรับผู้บริโภค นี่ไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่คือการได้เวลาและพลังกลับคืนมา เพื่อนำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกว่าในชีวิต

สมาร์ทโฮมยุคใหม่ คือบ้านที่เชื่อมต่อ คิดเป็น และขยายตัวได้
เมื่อเชื่อมภาพของ Hisense และ ECOVACS เข้าด้วยกัน จะเห็นแกนสำคัญสามอย่างของสมาร์ทโฮมยุคใหม่ หนึ่ง เทคโนโลยี AI บ้านไม่ได้อยู่แยกเป็นแอปหรืออุปกรณ์โดดเดี่ยว แต่ฝังอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าและหุ่นยนต์บ้านอัจฉริยะตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้มันรับรู้บริบทและลงมือทำงานได้ทันที สอง ระบบนิเวศสมาร์ทโฮมต้องเชื่อมโยงได้ ทั้งผ่านแพลตฟอร์มอย่าง ConnectLife และผ่านผู้ช่วยเสียงอย่าง Alexa+ ที่ทำให้การสั่งงานหลายอุปกรณ์เหมือนการคุยกับคนเดียว และสาม ฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ต้องเติบโตไปพร้อมกัน ด้วยชุดเทคโนโลยีหลักที่ต่อยอดไปหลายหมวดผลิตภัณฑ์ในแบบที่ ECOVACS ทำ
ในมุมผู้ใช้ ผลลัพธ์คือบ้านที่ใช้เวลาและแรงจากเจ้าของน้อยลง แต่ให้คุณภาพชีวิตสูงขึ้น การทำอาหาร ซักผ้า ปรับอากาศ จัดการพลังงาน และดูแลพื้น กระจก สนามหญ้า สระน้ำ ถูกผลักให้เป็นงานของหุ่นยนต์และระบบ AI มากขึ้น ทุกอย่างเชื่อมเป็นภาพเดียว ไม่ใช่การซื้อแกดเจ็ตแยกชิ้น ๆ มาวางรวมกัน แน่นอน สมาร์ทโฮมแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียว ผู้บริโภคยังต้องคิดเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการดูแลระบบระยะยาว แต่ทิศทางจากงาน IFA ชัดเจนว่า ถ้าเราตั้งคำถามว่าอนาคตบ้านควรเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้จะไม่ใช่บ้านที่มีของเยอะขึ้น แต่คือบ้านที่คิดเป็น ทำงานเอง และปล่อยให้คนมีเวลาใช้ชีวิตมากกว่าเดิม


![[New!] ECOVACS WINBOT W3 OMNI หุ่นยนต์ทำความสะอาดกระจกอัจฉริยะ พร้อมสถานีชาร์จ OMNI Station ซักผ้าถูอัตโนมัติ ทำควา](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/12/914b7741-da43-4f83-9b10-614eff19c5e9.png)





