จากสเปกเครื่องยนต์สู่ตัวตนเจ้าของรถ ทำไมไลฟ์สไตล์จึงสำคัญ
ไลฟ์สไตล์ยานยนต์ไฟฟ้า คือแนวคิดการออกแบบและสร้างแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่มองรถไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต การเดินทาง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเทคโนโลยี โดยผสมผสานสมรรถนะ ระบบอัจฉริยะ และกิจกรรมรอบแบรนด์ให้กลายเป็นประสบการณ์เจ้าของรถที่มีทั้งด้านอารมณ์ สังคม และภาพลักษณ์ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นทั่วโลก แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่จึงไม่อาจแข่งกันแค่ตัวเลขแรงม้า ระยะทางวิ่ง หรือฟังก์ชันอีกต่อไป ผู้ใช้เริ่มถามว่า รถคันนี้สะท้อนตัวตนอย่างไร ทำให้ชีวิตประจำวันต่างไปแค่ไหน และพาเขาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแบบใด แนวโน้มนี้ผลักให้แบรนด์อย่าง LEPAS และ ZEEKR ปรับกลยุทธ์ตำแหน่งแบรนด์จากการขายผลิตภัณฑ์ มาสู่การขายวิธีใช้ชีวิตและประสบการณ์เจ้าของรถอย่างเต็มรูปแบบ
LEPAS เมื่อเทคโนโลยีถูกเล่าเป็นความสง่างามในทุกการเดินทาง
LEPAS แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่จาก Chery Auto วางตำแหน่งตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งเพื่อไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม” บนพื้นฐานแพลตฟอร์มอัจฉริยะ LEX ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ นี่ไม่ใช่แค่การอวดเทคโนโลยี แต่คือการห่อหุ้มเทคโนโลยีให้กลายเป็นความรู้สึกของการขับที่นุ่มนวล หนักแน่น นั่งสบาย และปลอดภัยรอบด้านผ่านแนวคิด Elegant Technology ที่ครอบคลุมระบบไฟฟ้า ระบบขับขี่อัจฉริยะ และสถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์ม LEX รองรับทั้ง BEV และ PHEV พร้อมตัวถังหลายขนาด จูนให้สมดุลพละกำลัง ระยะทาง และการควบคุมรถในแต่ละภูมิภาค จุดที่น่าสนใจคือ LEPASไม่หยุดแค่สมรรถนะ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ 12-in-1 ให้ประสิทธิภาพระบบสูงถึง 90.8% และแบตเตอรี่ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ใน 20 นาที พร้อมช่วงอุณหภูมิการทำงานกว้าง -25°C ถึง 55°C ถือเป็นตัวเลขที่ถูกใช้เล่าเป็น “ความมั่นใจ” และ “ความสบายใจ” มากกว่าจะเป็นสเปกบนโบรชัวร์

เทคโนโลยีที่ไม่หยุดอัปเดต กลายเป็นประสบการณ์ที่โตไปพร้อมเจ้าของรถ
จุดแข็งที่ทำให้ LEPAS โดดเด่นในสนามไลฟ์สไตล์ยานยนต์ไฟฟ้า คือการออกแบบแพลตฟอร์มให้ “เติบโตไปพร้อมผู้ใช้” ไม่ใช่รถนิ่งๆ ตั้งแต่วันรับรถถึงวันขายต่อ แพลตฟอร์ม LEX รองรับระบบช่วยขับระดับ Level 2 และวางแผนเปิดใช้ระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง Highway NOA ภายในปีนี้ ขณะที่ระบบจอดรถอัจฉริยะ Super Intelligent Valet Parking ถูกเตรียมลงในบางตลาดเพื่อรองรับการจอดในพื้นที่แคบและการนำทางในอาคาร หัวใจคือ Full-domain OTA ที่ให้อัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งคันรถต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ทำให้ประสบการณ์ขับขี่อันสง่างามไม่หยุดนิ่ง แต่พัฒนาไปตามความต้องการด้านการเดินทางของผู้ใช้ ด้านความปลอดภัย LEX ถูกออกแบบให้สอดคล้องมาตรฐาน Euro NCAP ปี 2026 และระบบ ADAS ผ่านการทดสอบมากกว่า 1,200 สถานการณ์จำลอง เมื่อเทคโนโลยีถูกเล่าเป็น “ความอุ่นใจระยะยาว” มากกว่าคำศัพท์เทคนิค ผู้ใช้จึงรู้สึกว่าตัวเองได้ซื้อประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์

ZEEKR จาก Premium EV สู่ Modern Lifestyle Brand ที่ขายช่วงเวลา
ฝั่ง ZEEKR เลือกเดินอีกเส้นทางในกลยุทธ์ตำแหน่งแบรนด์ คือก้าวจาก Premium EV Brand ไปสู่ “Modern Lifestyle Brand” อย่างเต็มตัว ผ่านกลยุทธ์ Brand Experience ที่ผสานสุขภาพ เทคโนโลยี ศิลปะ ครอบครัว และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างช่วงเวลาสุดประทับใจให้ผู้ใช้งาน กิจกรรมไม่ได้มีเป้าหมายแค่โปรโมตรถรุ่นใหม่ แต่สร้างโมเมนต์ที่ทำให้เจ้าของรถรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจวิธีคิดและรสนิยมของตน กิจกรรม Mother’s Day Exclusive Experience – ZEEKR x SARRAN จับมือแบรนด์จิวเวลรีไทย สร้างประสบการณ์แม่ลูกผ่านงานออกแบบ กลิ่น และวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ชูภาพ Luxury ที่ผูกกับ Craftsmanship และเวลาคุณภาพมากกว่าวัสดุ ขณะที่ ZEEKR On Ice พาผู้แทนจากหลายประเทศไปทดสอบสมรรถนะบนลานน้ำแข็งธรรมชาติที่นิวซีแลนด์ เน้นให้ผู้ใช้เห็นและสัมผัสการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

ประสบการณ์เจ้าของรถสำคัญกว่าแรงม้า เมื่อแบรนด์ต้องแย่งชิงความผูกพัน
สิ่งที่ ZEEKR ทำชัดเจนที่สุดคือการสร้าง Community ให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ผ่านกิจกรรม ZEEKR Society และคลับวิ่ง ZEEKR RUN CLUB รวมถึงเวิร์กช็อป “Rain Ready – Drive with Confidence” ที่ให้ความรู้การดูแลรถในฤดูฝนสำหรับเจ้าของ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 เพื่อเติมความมั่นใจในการใช้งานทุกวัน แนวคิดเบื้องหลังคือการนิยามคำว่า Luxury ให้หมายถึงคุณภาพของเวลา ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างรถกับผู้ใช้ ไม่ใช่แค่ดีไซน์หรือสมรรถนะเพียงอย่างเดียว เมื่อเปรียบเทียบ LEPAS กับ ZEEKR จะเห็นว่าทั้งคู่กำลังแข่งกันในสนามเดียวกัน คือสนามความรู้สึกและความผูกพันกับแบรนด์ แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่จึงต้องใช้กลยุทธ์ตำแหน่งแบรนด์ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์เจ้าของรถที่ยืดหยุ่นและเติบโตไปกับผู้ใช้ ยิ่งตลาด NEV อัดแน่นด้วยตัวเลือก การขาย “ตัวตนและเวลาคุณภาพ” อาจเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเหนือการขาย “สเปกและตัวเลข” และนี่คือทิศทางที่ผู้บริโภคในยุคยานยนต์ไฟฟ้าน่าจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ


