ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมซอฟต์แวร์องค์กรกำลังเสียลูกค้าให้การพัฒนา AI ภายใน

ทำไมซอฟต์แวร์องค์กรกำลังเสียลูกค้าให้การพัฒนา AI ภายใน
ความสนใจ|เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

นิยามใหม่ของ SaaS disruption AI: เมื่อลูกค้ากลายเป็นคู่แข่ง

SaaS disruption AI คือการเปลี่ยนแปลงตลาดซอฟต์แวร์แบบบริการสมาชิกเมื่อองค์กรใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อเขียนโค้ดและสร้างซอฟต์แวร์ใช้งานเองแทนการซื้อจากผู้ให้บริการภายนอก ทำให้สมการ Build vs Buy software เอียงไปทางการสร้างระบบภายใน ลดรายได้ของผู้ให้บริการเดิมและบีบให้ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจและบุคลากรครั้งใหญ่ สาระสำคัญคือ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรไม่ได้แข่งกันเองเป็นหลักอีกต่อไป แต่ต้องรับมือกับลูกค้าที่หันมาใช้ AI coding tools enterprise เพื่อสร้างเครื่องมือเฉพาะของตนเอง บริษัทหลายแห่งทั้งขนาดเล็กและใหญ่เริ่มใช้แนวทาง DIY software development ทำเครื่องมือที่เดิมเคยต้องซื้อจากผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Workday SAP หรือ Salesforce แนวโน้มนี้ไม่ใช่การแต่งสีข่าว แต่สะท้อนถึงการสั่นสะเทือนที่หลายคนเรียกว่า SaaSpocalypse ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการจำนวนมากเริ่มตระหนักว่าคู่แข่งอันตรายที่สุดอาจคือฐานลูกค้าเดิมของตัวเอง

ทำไมซอฟต์แวร์องค์กรกำลังเสียลูกค้าให้การพัฒนา AI ภายใน

เมื่อ SaaSpocalypse ทำให้ Workday ต้องปลดคน และตลาดต้องชั่งน้ำหนักใหม่

ภาพที่ชัดที่สุดของ SaaSpocalypse คือการที่ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรรายใหญ่ต้องเริ่มปลดคน Workday ประกาศตัดตำแหน่ง 500 งานในระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เนื่องจากต้องเผชิญกับลูกค้าที่ใช้ generative AI พัฒนาซอฟต์แวร์ของตนเอง การปลดคนไม่ใช่เพียงเรื่องการลดต้นทุน แต่คือสัญญาณว่ารูปแบบรายได้เดิมกำลังถูกบีบจากทุกทิศทาง สาเหตุไม่ใช่แค่เศรษฐกิจชะลอ แต่คือการที่ลูกค้ามองว่า AI coding ช่วยให้สร้างเครื่องมือได้เร็วและถูกกว่าการซื้อซอฟต์แวร์องค์กรเต็มชุด หลายปีที่ผ่านมาทางเลือกขององค์กรคือ ซื้อ หรือทำงานมือ แต่ generative AI กลายเป็นตัวเลือกที่สามที่ทรงอิทธิพลที่สุด ผลการสำรวจผู้บริหารและผู้จัดการ 1,719 คน ชี้ว่า ประมาณหนึ่งในสามขององค์กรตัดสินใจไม่ซื้อซอฟต์แวร์หรือฟีเจอร์อย่างน้อยหนึ่งรายการ เพราะสามารถสร้างเองด้วย AI tools ได้ นี่คือการบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าโมเดล SaaS แบบเดิมกำลังเสียความได้เปรียบเชิงราคาและเวลา

ทำไมซอฟต์แวร์องค์กรกำลังเสียลูกค้าให้การพัฒนา AI ภายใน

Build vs Buy software กลับด้าน: เมื่อเครื่องมือภายในแทนที่แพลตฟอร์มภายนอก

ก่อนยุค AI การพัฒนา custom software development ภายในถือเป็นเรื่องไกลตัว ต้องใช้ทีมวิศวกรเต็มรูปแบบ ระบบความปลอดภัย การจัดการผู้ใช้ และโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน การซื้อ SaaS จึงดูสมเหตุสมผลกว่า แต่เมื่อมี AI coding tools enterprise สมการ Build vs Buy software ถูกบิดเบือนให้เทน้ำหนักไปฝ่าย Build มากขึ้น มีตัวอย่างของผู้ใช้งานรายหนึ่งที่เดิมใช้แพลตฟอร์มสำหรับงาน SEO ก่อนจะพบว่าโครงสร้างระบบไม่ได้มีความลับซับซ้อนมากนัก เขาจึงตั้งค่า agent ให้ช่วยสร้างแพลตฟอร์ม SEO/AEO สำหรับใช้ภายในองค์กรเอง ครบทั้งการสร้างภาพ การเผยแพร่ผ่าน Webflow การเชื่อมลิงก์ภายใน และแนวปฏิบัติด้าน SEO/AEO ที่ต้องการ แม้ผลงานจะไม่สวยเหมือนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ แต่ให้ผลลัพธ์ได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และมีต้นทุนการใช้งานต่ำลงอย่างมาก ผู้เขียนประโยคหนึ่งที่ควรจดจำคือ “Build would not have even been on the table” หากไม่มี AI coding ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลือก Build เองเพิ่งกลายเป็นทางเลือกจริงในช่วงสั้นๆ นี้

เคสตัวอย่าง Spotify และ Twilio: ผู้ใช้ปลายทางได้อะไรจาก AI ภายใน

คำถามสำคัญคือ แนวโน้มนี้กระทบผู้ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร ตัวอย่างจาก Spotify และ Twilio แสดงให้เห็นชัดว่าการสร้างเครื่องมือภายในด้วย AI ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นฝ่ายเทค แต่เปลี่ยนประสบการณ์ทำงานของพนักงานทั่วทั้งองค์กร พนักงาน Spotify พัฒนา HR Bot ซึ่งทำหน้าที่เป็น help desk ทรัพยากรบุคคลส่วนบุคคล ดึงข้อมูลจากคู่มือพนักงานที่อัปเดตต่อเนื่อง ให้คำตอบเรื่องวันลาพักร้อน สิทธิการลาคลอด และคำถามงานประจำอื่นๆ HR Bot เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน และถูกใช้งานอย่างแพร่หลายจนช่วยให้ทีม HR มีเวลาไปทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น อีกกรณีคือ Twilio ที่สร้าง Jarvis เครื่องมือ AI สำหรับทีมขาย ช่วยฟังการโทร วิเคราะห์ผลงาน และเป็นโค้ชเฉพาะบุคคล ได้อัตราการใช้งานประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของทีมขาย และทำให้วงจรการปิดดีลสั้นลง 54 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ไม่ใช้ ผู้บริหารของบริษัทยังระบุว่าหากมีเครื่องมือแบบ Jarvis วางขาย ก็ไม่น่าจะซื้อ เพราะได้สร้างของตัวเองแล้ว

กำแพงสวนปิดของ SaaS กำลังร้าว: โอกาสและความเสี่ยงสำหรับทั้งผู้ให้บริการและองค์กร

ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR tech เตือนว่าแนวโน้มนี้กำลังทำให้ “สวนที่มีกำแพงล้อม” ของแพลตฟอร์ม SaaS ถูกกัดกร่อน เพราะทีม HR สามารถ self‑serve เครื่องมือของตัวเองได้มากขึ้น บริษัทที่ปรึกษาในชิคาโกแห่งหนึ่งก็เลือกสร้างระบบตรวจสอบเงินเดือนและเครื่องมือให้ insight ผู้จัดการด้วย ChatGPT และ Codex แทนการซื้อจากผู้ขายภายนอก เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาวของซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ผลคือซอฟต์แวร์จำนวนมากกลายเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคนหนึ่งเรียกว่า “SaaS slop” คือแอปคล้ายกันนับพันแอปในตลาด เมื่อการสร้างซอฟต์แวร์ง่ายขึ้น คนจำนวนมากหันมาผลิต แต่มีผู้ซื้อไม่มากนัก กล่าวอีกแบบคือ ความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์มีค่าแค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งคือการหาทางออกสู่ตลาดในโลกที่เต็มไปด้วยคู่แข่งและสัญญาณรบกวน การที่ Workday ต้องปลดพนักงาน 500 คนจึงไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นภาพสะท้อนของอุตสาหกรรมที่ต้องยอมรับว่า ลูกค้าที่ใช้ AI coding tools enterprise ในวันนี้คือคู่แข่งที่พร้อมจะแย่งรายได้ในวันพรุ่งนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!