ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โครงการเขียนบทไทย-เกาหลี SCIP ก้าวสู่เวที 40 โปรเจกต์สร้างสรรค์

โครงการเขียนบทไทย-เกาหลี SCIP ก้าวสู่เวที 40 โปรเจกต์สร้างสรรค์
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

SCIP คืออะไร และทำไมรอบ Immersive Program จึงสำคัญ

โครงการเขียนบทไทย-เกาหลีในกรอบ Thailand Screenplay to Content Industry Program หรือ SCIP คือกระบวนการพัฒนานักเขียนบทเพื่อผลักดันให้ผลงานเขียนบทเติบโตสู่การสร้างภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และบริษัทโปรดักชัน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้ เครือข่าย และมาตรฐานงานเขียนบทที่แข่งขันได้ในระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์เอเชีย หัวใจของข่าวนี้คือการที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าสานต่อ SCIP เข้าสู่รอบ Immersive Program อย่างเข้มข้น ดำเนินโครงการโดยบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด มหาชน จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 18 - 24 กันยายน 2569 ณ CONEX SPACE ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน รอบนี้ไม่ใช่แค่การอบรมทั่วไป แต่เป็นการลงลึกในระดับโปรเจกต์ ที่เปิดพื้นที่ให้ผลงาน 40 โปรเจกต์ซึ่งผ่านการคัดเลือกจาก 96 โปรเจกต์ได้ร่วมพัฒนากับผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่าย นี่คือจุดเปลี่ยนที่บอกว่า การพัฒนานักเขียนบทเอเชียจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ห้องเรียนอีกต่อไป แต่เดินหน้าไปสู่เวทีการสร้างงานจริง

จาก Intensive Class สู่ 40 โปรเจกต์ที่กำลังถูกขัดเกลา

สิ่งที่ทำให้รอบ Immersive Program น่าสนใจไม่ใช่เพียงจำนวนโปรเจกต์ แต่คือกระบวนการเตรียมพื้นฐานที่ถูกออกแบบอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะมาถึงรอบนี้ SCIP จัด Intensive Class ระหว่างวันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 เพื่อวางรากฐานความรู้และทักษะการเขียนบทให้ผู้เข้าร่วมทุกคน จากนั้นจึงคัดเลือก 40 โปรเจกต์จากทั้งหมด 96 โปรเจกต์เข้าสู่การพัฒนาเชิงลึก แบ่งเป็น 4 แนว Horror Thriller Drama Comedy และ Action แนวละ 10 โปรเจกต์ การออกแบบให้มีทั้งการเรียนแบบกลุ่มและการคัดกรองเข้าสู่รอบเข้มข้น เป็นสัญญาณว่าผู้จัดไม่ได้มองโครงการนี้เป็นเวิร์กชอปสั้นๆ แต่เป็นสายพานสร้างนักเขียนบทมืออาชีพ ความสำคัญจึงไม่ใช่แค่ตัวเลข 40 โปรเจกต์ แต่คือการยืนยันว่าผลงานที่จะถูกผลักดันต่อไป ล้วนผ่านการกลั่นกรองทั้งด้านแนวคิด โครงเรื่อง และศักยภาพในการเติบโตเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์ละครเอเชียในอนาคต

ทีมเมนเทอร์เกาหลี: พา 4 แนวหลักก้าวสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมซีรีส์ละครเอเชีย

ถ้าถามว่าโครงการเขียนบทไทย-เกาหลีครั้งนี้แตกต่างจากอบรมเขียนบททั่วไปตรงไหน คำตอบอยู่ที่รายชื่อเมนเทอร์จากเกาหลีใต้ที่เข้ามา “ลงมือจับบท” ในแต่ละแนวอย่างจริงจัง รอบ Horror Thriller ได้ จอง อีโด จาก Save Me Strangers from Hell และ Dark Hole ซึ่งเชี่ยวชาญความสยองเชิงจิตวิทยา และ ชเว่ รัน จาก Mouse Black และ God’s Gift - 14 Days ที่ขึ้นชื่อด้านปมปริศนาและการหักมุม ด้าน Drama มี จอง ยุนจอง จาก Misaeng Arang and the Magistrate และ The Bride of Habaek ที่เด่นในการสร้างตัวละครมีมิติและบทสนทนาธรรมชาติ ขณะที่ Comedy ได้ โน จีซอล จาก 100 Days My Prince และ Destined with You มาช่วยขยายมุมมองโรแมนติกคอมเมดี้ ส่วน Action มี มา จินวอน จากซีรีส์ Voice ทั้ง 4 ซีซันซึ่งเชี่ยวชาญงานอาชญากรรมและสืบสวน หนึ่งในประโยคที่สะท้อนมาตรฐานโครงการนี้คือ การที่กิจกรรม “เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาผลงานผ่านการให้คำปรึกษาแบบ Mentor One-on-One ซึ่งจัดขึ้นทุกวันตลอดกิจกรรม” นี่คือระดับการดูแลที่ใกล้เคียงกับการพัฒนาซีรีส์ละครเอเชียในสตูดิโอมืออาชีพ

Mentor One-on-One และการสร้างเครือข่าย เขียนบทให้ไปไกลกว่าหน้ากระดาษ

จุดแข็งที่สุดของรอบ Immersive Program คือการไม่ปล่อยให้ผู้เขียนบทเดินลำพัง แต่จับคู่กับเมนเทอร์อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Mentor One-on-One ตลอดช่วงกิจกรรม การให้คำปรึกษาเป็นรายโปรเจกต์ ทำให้ทุกแนวคิดถูกตั้งคำถาม ถูกเสนอทางเลือกใหม่ และถูกติดตามผลการปรับปรุงอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้ไม่เพียงช่วยขัดเกลาบทให้ชัดเจนและสมบูรณ์ แต่ยังสอนนักเขียนบทให้คุ้นกับกระบวนการทำงานแบบอุตสาหกรรม ที่ต้องรับมือข้อเสนอแนะจากโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ และตลาดไปพร้อมกัน สำคัญกว่านั้นคือ การสร้างเครือข่ายระหว่างนักเขียนบทกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่ากิจกรรมครั้งนี้ “พร้อมสร้างเครือข่ายระหว่างนักเขียนบทไทยและผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้ เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรและวางรากฐานการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยต่อไป” ในยุคที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ภูมิภาคต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้ามพรมแดน การมีเครือข่ายเช่นนี้คือทุนสำคัญกว่าทุนเงิน

ทำไม SCIP จึงเป็นโมเดลความร่วมมือที่ควรจับตา

เมื่อมองภาพรวม SCIP ไม่ใช่แค่โครงการอบรม แต่กำลังกลายเป็นโมเดลว่าความร่วมมือเขียนบทไทย-เกาหลีสามารถพาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้เติบโตพร้อมกันทั้งระบบได้อย่างไร จุดเด่นแรกคือการที่หน่วยงานรัฐอย่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมมือกับเอกชนอย่างกันตนา กรุ๊ป ในการออกแบบโครงสร้างการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ Intensive Class ไปจนถึง Immersive Program จุดเด่นที่สองคือการโฟกัสไปที่การสร้างผลงานทั้งฟิล์ม ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชันในคราวเดียวกัน ไม่แยกฝั่งสร้างคอนเทนต์ออกจากฝั่งเขียนบท ทำให้โครงการนี้มีโอกาสป้อนงานตรงสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ภูมิภาคได้ในระยะยาว แม้แหล่งข่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดผลลัพธ์เชิงธุรกิจ แต่ทิศทางที่ชัดเจนคือการยกระดับมาตรฐานเขียนบทให้ใกล้เคียงกับระบบการผลิตซีรีส์ละครเอเชียที่ประสบความสำเร็จแล้ว บทสรุปคือ หากโครงการสามารถต่อยอดให้ 40 โปรเจกต์ในรอบ Immersive Programเดินหน้าสู่การผลิตจริงได้ แม้เพียงบางส่วน เราจะได้เห็นตัวอย่างว่าการพัฒนานักเขียนบทเอเชียผ่านความร่วมมือข้ามพรมแดน สามารถสร้างผลกระทบที่ใหญ่กว่าพื้นที่ห้องอบรมจนเปลี่ยนภูมิทัศน์คอนเทนต์ในภูมิภาคได้อย่างไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!