กินเจยุคใหม่ จากประเพณีสู่เทศกาลอาหารที่ทุกคนอยากไป
เทศกาลกินเจคือช่วงเวลาที่ผู้คนงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์และอาหารบางประเภท ควบคู่กับการดูแลใจให้สงบ ลดการเบียดเบียน และหันมาสนใจสุขภาพ ผ่านการเลือกกินอาหารจากพืชอย่างตั้งใจ จนกลายเป็นโอกาสทดลองเมนูใหม่และไลฟ์สไตล์กินดีที่หลายคนรอคอยในรอบปี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ศูนย์การค้าและโรงแรมแข่งกันออกแคมเปญและเมนูเจหลากสไตล์ให้เลือก
ปีนี้ภาพชัดมากว่าเทศกาลกินเจ 2026 ไม่ได้มีไว้เฉพาะสายบุญ แต่กลายเป็นฤดูกาลของคนรักอาหารและคนรักสุขภาพไปพร้อมกัน เซ็นทรัลพัฒนาชูแคมเปญ Thailand J Food Festival 2026 ภายใต้คอนเซปต์ “The Joy of J – อีทเจให้จอย” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม จัดกว่า 500 เมนูจาก 20 แบรนด์ทั่วศูนย์การค้าในเครือ พลิกเทศกาลเจจากมุมเคร่งครัดให้กลายเป็นช่วงเวลาที่สนุก ชวนลอง และเข้าถึงง่ายสำหรับทุกเจน ไฮไลต์คือคนที่ไม่เคยกินเจถึง 83% เปิดใจลองมากขึ้น สะท้อนว่ากินเจกำลังกลายเป็นงานเทศกาลอาหารระดับแมส ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเล็กอีกต่อไป

สายฟู้ดห้ามพลาด เซ็นทรัลและเอ็มดิสทริคกับเมนูเจจากร้านดัง
ใครอยากเริ่มกินเจแบบไม่ยุ่งยาก หรือแค่มองหาเมนูเจใหม่ให้มื้อเที่ยงไม่น่าเบื่อ ควรเริ่มที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่จัดครบทุกแนว แคมเปญ Thailand J Food Festival 2026 ของเซ็นทรัลพัฒนา ยกขบวนสตรีทฟู้ดสไตล์ J Market และเมนูเจกว่า 500 เมนูจาก 20 แบรนด์มาไว้ในที่เดียว ทั้งสาขาปิ่นเกล้า พระราม 3 เวสต์เกต แจ้งวัฒนะ เชียงใหม่ นครสวรรค์ และอาหารเจระดับมิชลินที่เซ็นทรัลเวิลด์อย่างเขียวไข่กา Nara Thai Cuisine และ Baannok Bangkok City Edition นี่ยืนยันชัดว่าร้านอาหารเจยอดนิยมไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพิงริมถนนอีกต่อไป
ฝั่งเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ รวมตัวจัด “EMDINING J Festival 2026” ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม รวบรวมความอร่อยจากกว่า 30 ร้านกว่า 100 เมนูทั่วศูนย์การค้า ตั้งแต่ FOUR SEASONS ที่เสิร์ฟซุปเต้าหู้ผักรวมเจ มะเขือม่วงผัดเปรี้ยวหวาน วุ้นเส้นผัดโปรตีนเจ ไปจนถึง GREYHOUND CAFÉ ที่ตั้งใจ “เปลี่ยนเมนูเจแบบเดิม ให้อร่อย สนุก ไม่จำเจ” ด้วยเมนูสไตล์ฟิวชัน ทั้งข้าวผัดเนื้อเค็มเจ ตำข้าวโพดหมูกรอบเจ สปาเกตตีเจ ฯลฯ ทำให้คำว่าเมนูเจหลากสไตล์ไม่ได้เป็นแค่สโลแกน แต่คือประสบการณ์กินที่คนเมืองรู้สึกได้ทันทีที่เดินเข้าศูนย์

J-Licious และย่านเทศกาลเจ เมื่อห้างออกแบบเจเฮลตี้ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์
จุดที่น่าสนใจที่สุดของเทศกาลกินเจปีนี้คือการที่ห้างไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ขายไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ ไอคอนสยามเปิดแคมเปญ “J-Licious” ระหว่างวันที่ 8–18 ตุลาคม พลิกเทศกาลกินเจสู่เทรนด์เจเฮลตี้ อิ่มอร่อย อิ่มบุญ พร้อมเติมสุขภาพดีให้กายใจ ด้วยเมนูเจ 4 ภาคจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ลองเจเฮลตี้ Longevity กายใจ” ที่เน้นสองมิติ คือ Healthy การเลือกอาหารสมดุลใส่ใจวัตถุดิบ และ Longevity การเริ่มดูแลตัวเองวันนี้เพื่อชีวิตคุณภาพในอนาคต นี่คือเจเฮลตี้ออกแบบอย่างแท้จริง รสชาติดีและตอบโจทย์สุขภาพไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน เดอะมอลล์ กรุ๊ปเดินหมากต่างออกไปด้วย “THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026” ที่สร้างแนวคิด “ย่านเทศกาลเจ” รวมอาหารต้นตำรับจาก 4 ย่านดัง เยาวราช ตลาดน้อย ตลาดพลู และภูเก็ต มารวมไว้ในศูนย์การค้า นี่คือการเปลี่ยนเทศกาลอาหารให้กลายเป็นกลยุทธ์ Food Destination ดึงคนเดินห้างและกระตุ้นการใช้จ่ายในไตรมาส 4 โดยตรง เทศกาลเจจึงไม่ใช่แค่เรื่องบุญหรือสุขภาพ แต่เป็นฤดูกาลธุรกิจเต็มตัว ใครชอบเดินชิมตามย่านดั้งเดิม น่าลองไปสัมผัสประสบการณ์จำลองแบบนี้ที่เดินง่ายและสะดวกกว่า

สายโรงแรมและคาเฟ่ห้ามพลาด กินเจแบบไฟน์ไดนิงและคอมฟอร์ตฟู้ด
ถ้าอยากอัปเลเวลจากฟู้ดคอร์ตไปสู่มื้อเจแบบไฟน์ไดนิง เครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ และคาเฟ่ แคนทารี ใช้ช่วง 10–18 ตุลาคมจัดคาราวานอาหารเจครบทั้งคาวหวาน ตอบคนสายขาวที่อยากอิ่มบุญ อิ่มใจ และดูแลสุขภาพในบรรยากาศโรงแรม ห้องอาหารจีนแทพเพสทรี โรงแรมแคนทารี โคราช เสิร์ฟเมนูเจสไตล์ภัตตาคารจีน เช่น เป็ดย่างเจ กระเพาะปลาน้ำแดง คะน้าฮ่องกงราดน้ำมันหอย ผัดหมี่ ผัดโหงวก๊วย พุทราจีนทอด และโอนีแปะก๊วย ราคาเริ่มตั้งแต่ 120–300 บาท++ แล้วแต่เมนู เหมาะทั้งสำหรับครอบครัวและมื้อสำคัญกับผู้ใหญ่
ฝั่งระยอง ห้องอาหารจีนแทพเพสทรี โรงแรมคลาสสิค คามิโอ เสิร์ฟเมนูเจที่จับคู่ความคุ้นเคยกับความอินเทรนด์ เช่น ผัดหมี่ซั่วเจ และก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเจ ราคา 100 บาท++ ลาซานญ่าผักโขม 180 บาท++ เต้าทึง และบัวลอยน้ำขิง 100 บาท++ ส่วนคาเฟ่ แคนทารี ในหลายจังหวัดเน้นเมนูเจสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดแบบสากล ทั้งสลัดญี่ปุ่นราคา 165 บาทสุทธิ อุด้งญี่ปุ่น 185 บาทสุทธิ สเต๊กเต้าหู้ชุบเกล็ดขนมปังทอด 175 บาทสุทธิ และสปาเกตตีเต้าหู้ 175 บาทสุทธิ ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศกินเจเป็นมื้อสบายๆ ในคาเฟ่จึงมีตัวเลือกที่ชัดเจนและราคาจับต้องได้

สรุป เทศกาลกินเจปีนี้คือโอกาสลองชีวิตสายเจในแบบของตัวเอง
เมื่อดูภาพรวมทุกศูนย์การค้าและโรงแรม จะเห็นชัดว่าปีนี้เทศกาลกินเจไม่ใช่เพียงประเพณีที่ต้องทำตาม แต่กลายเป็นสนามทดลองไลฟ์สไตล์กินดีของคนเมือง จากเซ็นทรัลที่เน้นความสนุก เข้าถึงง่าย ด้วยเมนูเจจากร้านอาหารเจยอดนิยมและแบรนด์มิชลิน เอ็มดิสทริคที่ให้ประสบการณ์เดินกินเจครบทุกร้านดังในห้างเดียว ไอคอนสยามที่ออกแบบเจเฮลตี้อย่างมีคอนเซปต์ และเดอะมอลล์ที่จำลองย่านต้นตำรับเข้าหาศูนย์การค้า ไปจนถึงกลุ่มโรงแรมที่เสนอประสบการณ์เจแบบไฟน์ไดนิงและคาเฟ่คอมฟอร์ตฟู้ด
สำหรับผู้อ่าน การเลือกไปงานไหนขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากทดลองอะไร ถ้าเพิ่งเริ่มกินเจและอยากได้ทางเลือกง่ายๆ ศูนย์การค้าใหญ่คือคำตอบ เพราะแคมเปญเหล่านี้ตั้งใจออกแบบมา “เหมาะกับคนที่อยากเริ่มลองกินเจแบบไม่ยุ่งยาก หรือมองหาเมนูเจใหม่ ๆ ตลอด 10 วันของเทศกาล” ถ้าสนใจเรื่องสุขภาพแบบจริงจัง J-Licious และคอนเซปต์ Longevity น่าไปจับตา ส่วนคนที่อยากให้มื้อเจเป็นช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัว การจองโต๊ะในโรงแรมหรือคาเฟ่สวยสักแห่งก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ เทศกาลกินเจปีนี้จึงเป็นโอกาสดีในการลองใช้ชีวิตสายเจในแบบที่เข้ากับตัวเองที่สุด







