EEC กับยุทธศาสตร์เส้นทางบินตรงสู่ฮับท่องเที่ยวพรีเมียม
เส้นทางบินตรง EEC คือการเปิดเที่ยวบินระหว่างสนามบินในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกับเมืองหลักต่างประเทศโดยไม่ต้องต่อเครื่อง ผูกเข้ากับโครงข่ายระบบรางและสนามบิน เพื่อทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักเดินทางไมซ์สะดวก เร็ว และมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับการยกระดับคุณภาพปลายทางท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนคนเดินทาง แต่เพิ่มคุณค่าการใช้จ่ายและโอกาสลงทุนรอบเส้นทางคมนาคม
หัวใจของการเปลี่ยนพัทยาและพื้นที่อู่ตะเภา-พัทยาให้เป็นฮับท่องเที่ยวพรีเมียม ไม่ใช่การสร้างแหล่งเที่ยวใหม่อย่างเดียว แต่คือการเชื่อมโลกเข้ามาถึงเมืองทะเลแห่งนี้โดยตรง สมาคมโรงแรมไทยออกมาเสนอชัดให้ EEC เร่งเปิดเส้นทางบินตรงจากต่างประเทศมายังสนามบินอู่ตะเภา ควบคู่กับรถไฟด่วนจอดน้อยเชื่อมอู่ตะเภา-พัทยา เพื่อยกระดับคุณภาพนักท่องเที่ยวและดึงเอกชนลงทุนโรงแรมหรูและธุรกิจไมซ์เพิ่มขึ้น การขยับครั้งนี้จึงไม่ใช่รายละเอียดเทคนิคด้านคมนาคม แต่เป็นเกมเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวทั้งโซนชายฝั่งตะวันออก
ต่อจิ๊กซอว์สนามบิน-รถไฟด่วน จากเมืองชายทะเลสู่ฮับไมซ์
ข้อเสนอของสมาคมโรงแรมไทยชี้ชัดว่า การท่องเที่ยวมักมาก่อนการลงทุน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม เงินทุนเอกชนก็จะตามมา พัทยาเคยดังเหนือภูเก็ต แต่พอภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติรองรับเที่ยวบินตรง การเติบโตด้านท่องเที่ยวก็พุ่งจนกลายเป็นกรณีศึกษา ส่วนพัทยาแม้เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก แต่หากมีเที่ยวบินตรงลงอู่ตะเภาและระบบรางที่มีประสิทธิภาพ ภาพการเดินทางเข้าเมืองก็จะเปลี่ยนทันที
บนโต๊ะเสวนา “EEC NEVER STOPS THE NEXT CHAPTER” ภาคโรงแรมเสนอชัดว่า รถไฟความเร็วปานกลางราว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็เพียงพอ หากออกแบบเป็นรถไฟด่วนจอดไม่เกินสองสถานีตรงถึงพัทยา จะจูงใจให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้รถไฟด่วน ท่องเที่ยว แทนการขับรถส่วนตัวได้จริง คล้ายกรณีศึกษาประเทศที่กระจายการท่องเที่ยวด้วยเครือข่ายรางที่คล่องตัว เมื่อจิ๊กซอว์สนามบินและระบบรางลงล็อก พื้นที่นี้ก็พร้อมก้าวสู่ศูนย์กลางการประชุม นิทรรศการ และกิจกรรมไมซ์เต็มตัว
เจาะยุทธศาสตร์เจาะกลุ่มพรีเมียมและไมซ์ ยกระดับมากกว่าปริมาณ
การเร่งเส้นทางบินตรง EEC ไม่ได้หวังดึงนักท่องเที่ยวแบบใครมาก็รับ แต่ตั้งใจเลือกดึงนักเดินทางที่ใช้จ่ายสูงและกลุ่มไมซ์โดยเฉพาะ สมาคมโรงแรมไทยมองว่า เมื่อมีเที่ยวบินตรงเข้าพัทยามากขึ้น คุณภาพของนักท่องเที่ยวจะสูงขึ้น และเอกชนจะกล้าลงทุนโรงแรมหรูและสถานที่ท่องเที่ยวระดับบนเพิ่มขึ้นตาม ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ประกอบการก็เรียกร้องให้ลงทุนศูนย์ประชุมและนิทรรศการเพิ่ม เพื่อให้ไมซ์ ท่องเที่ยว ในอีอีซีเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดึงชุมชนท้องถิ่นมาพัฒนากิจกรรมหัตถกรรมและวัฒนธรรมรองรับตลาดไมซ์
อีกมุมหนึ่งจากผู้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ชี้ว่า ทิศทางตลาดกำลังเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจต่อหัว นักเดินทางพรีเมียมต้องการประสบการณ์ดี สะดวก ปลอดภัย และมีกิจกรรมหลากหลาย การมีเส้นทางบินตรงและรถไฟด่วนจอดน้อยจึงเป็น “สัญญาณคุณภาพ” ตั้งแต่เริ่มทริป ทำให้โซนอู่ตะเภา-พัทยาดูเป็นจุดหมายที่พร้อมรับการประชุมใหญ่ ทริปแรงจูงใจบริษัท และงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยวทะเลระยะสั้นอีกต่อไป
เอกชนเดินหน้า Aquatique รอรัฐเร่งอินฟรา ปลดล็อกดีมานด์
ขณะที่ภาครัฐยังต่อจิ๊กซอว์โครงสร้างพื้นฐาน ภาคเอกชนรายใหญ่บางรายลงสนามไปก่อนแล้ว ตัวอย่างชัดคือโครงการ Aquatique District Pattaya มิกซ์ยูสริมทะเลพัทยากลางที่ออกแบบให้เป็น Destination ขนาดใหญ่ มีโรงแรมหลายแบรนด์ชั้นนำ รีเทลกว่า 200,000 ตารางเมตร และสวนน้ำที่ร่วมมือกับ Universal โครงการนี้วางแผนพัฒนาเป็นเฟสใช้เวลาราว 5 ปี พร้อมกับทยอยเปิดโรงแรมและรีสอร์ตในย่านพัทยาเพื่อรับดีมานด์ใหม่ในพื้นที่
ท่าทีของผู้ลงทุนย้ำว่า EEC ไม่ควรถูกมองเป็นแค่ฐานอุตสาหกรรม แต่ต้องมี Ecosystem ครบทั้งสันทนาการ ช้อปปิ้ง Wellness โรงพยาบาล และโรงแรม เพื่อรองรับคนทำงาน นักลงทุน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอยู่และใช้ชีวิตในพื้นที่ พูดอีกแบบคือ เมื่อสนามบิน การเชื่อมต่อระบบราง และรถไฟความเร็วสูงเกิดตามแผน จะยิ่งเพิ่มศักยภาพการเดินทางและช่วยปลดล็อกดีมานด์ที่โครงการขนาดใหญ่รออยู่ เส้นทางบินตรง EEC และรถไฟด่วน ท่องเที่ยว จึงเป็นทั้งตัวดึงและตัวเร่งผลตอบแทนของการลงทุนเอกชน
พัทยา-อู่ตะเภา ทางเลือกใหม่แทนภูเก็ต และบทสรุปเชิงยุทธศาสตร์
แนวคิดสำคัญที่ซ่อนอยู่ในข้อเสนอทั้งหมดคือการวางพัทยาและ EEC ให้เป็นทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยพุ่งตรงไปภูเก็ต พัทยายังมีโปรดักต์ทะเล หาดทราย แสงแดดแบบ Sea Sand Sun ไม่ต่างจากภูเก็ต แต่ได้เปรียบด้านค่าครองชีพที่ต่ำกว่า นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาปลายทางที่ไม่แพงเกินไป ขณะที่ยังได้ประสบการณ์ทะเลคุณภาพ หากมีเส้นทางบินตรงเข้าสนามบินอู่ตะเภามากขึ้นและระบบรางเชื่อมเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ พัทยาย่อมมีโอกาสดึงส่วนแบ่งจากตลาดเดิมและสร้างตลาดใหม่ของตนเอง
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าการเชื่อมสนามบินอู่ตะเภา-พัทยา เส้นทางบินตรง EEC และรถไฟด่วนจอดน้อย ไม่ใช่เรื่องแยกส่วน หากแต่เป็นยุทธศาสตร์เดียวกันในการเปลี่ยนพื้นที่ชายฝั่งอุตสาหกรรมให้กลายเป็นฮับท่องเที่ยวและไมซ์ ท่องเที่ยว ระดับพรีเมียม สำหรับคนทั่วไป สิ่งนี้หมายถึงเมืองที่เดินทางง่ายขึ้น มีงาน มีบริการ และมีทางเลือกใช้ชีวิตมากขึ้น สำหรับรัฐและเอกชน นี่คือเวลาตัดสินใจว่าจะเร่งต่อจิ๊กซอว์ให้ทันดีมานด์ที่กำลังก่อตัว หรือปล่อยให้โอกาสไหลออกไปสู่ปลายทางคู่แข่งอีกรอบ






