ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คอนเสิร์ต K-Pop กลายเป็น New S-Curve ใหม่ของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์

คอนเสิร์ต K-Pop กลายเป็น New S-Curve ใหม่ของธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

คอนเสิร์ต K-Pop ในฐานะธุรกิจ ไม่ใช่งานแฟนคลับอีกต่อไป

คอนเสิร์ต K-Pop ในบริบทธุรกิจสมัยใหม่ คือการจัดแสดงลายฟ์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ใช้ศิลปินเกาหลีเป็นแกนกลาง เชื่อมเวที การขายบัตร สปอนเซอร์ และประสบการณ์แฟนดอมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรายได้เชิงโครงสร้างและต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มอีเวนต์เอนเตอร์เทนเมนต์รูปแบบอื่น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมแฟนคลับครั้งคราวอีกต่อไป ทิศทางล่าสุดของ GPI สะท้อนชัดว่าบริษัทเริ่มมองคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีเป็น “ธุรกิจหลักสายใหม่” มากกว่าการทดลองงาน เมื่อบริษัทขยับจากการจัดแฟนมีตติ้งไปสู่การจัดคอนเสิร์ตศิลปินชั้นนำจากเกาหลีใต้ Doh Kyung Soo แบบเต็มรูปแบบครั้งแรก พร้อมจัดแสดง 2 รอบ วันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน 2569 รวม 10,000 ที่นั่ง ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี นี่คือการประกาศตัวว่าลานคอนเสิร์ตไม่ใช่เพียงเวที แต่เป็นกลยุทธ์

จากมอเตอร์โชว์สู่ลานคอนเสิร์ต ขยายสเกลอย่างไรให้คุ้ม

การที่ GPI เลือกยกระดับสู่คอนเสิร์ต K-Pop เต็มรูปแบบ ไม่ได้เป็นการหันหลังให้ธุรกิจหลัก แต่เป็นการต่อยอดโครงสร้างเดิมที่มีความพร้อมสูง ทั้งทีมโปรดักชัน ระบบบริหารพื้นที่ และประสบการณ์การดึงคนเข้าชมงานขนาดใหญ่จากงานมอเตอร์โชว์ที่ทำมายาวนาน ประโยคที่น่าอ้างอิงคือ บริษัทระบุว่าตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาได้สะสมประสบการณ์ด้านอีเวนต์ไลฟ์สไตล์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จนสามารถยกระดับสู่การจัดงานขนาดใหญ่และเป็นงานหลักประจำปี แปลตรงไปตรงมาว่า บริษัทไม่ได้มองคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีเป็นงานครั้งเดียวจบ แต่เป็นเสาหลักใหม่ของผังรายได้ การกล้าจองฮอลล์ใหญ่จำนวน 10,000 ที่นั่งตั้งแต่ครั้งแรกจึงสะท้อนความมั่นใจว่าตลาดแฟนคลับรองรับได้ และโครงสร้างต้นทุนจะยิ่งคุ้มเมื่อสเกลใหญ่ขึ้น

พันธมิตรและอีเวนต์ไลฟ์สไตล์ วิธีปั้นรายได้ให้เกินคอนเสิร์ตเดียว

หัวใจของการทำธุรกิจลายฟ์เอนเตอร์เทนเมนต์ให้คุ้มทุนไม่ใช่แค่ขายบัตรคอนเสิร์ต แต่คือการสร้างอีโคซิสเต็มของอีเวนต์ที่กินพื้นที่ทั้งปี GPI เลือกเดินเกมนี้ผ่านการผนึกพันธมิตรตั้งบริษัทร่วมทุน IGP Global กับอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เพื่อจัดงาน Hungry Highway อีเวนต์คอมมูนิตี้สำหรับผู้รักการเดินทางและการขับขี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Road for Ride and Bite งาน Hungry Highway กำหนดจัดวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ คาดผู้เข้าชมประมาณ 10,000 คนตลอด 3 วัน เมื่อมองร่วมกับคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีที่จัดในเดือนเดียวกัน จะเห็นสูตรธุรกิจชัดเจน คือใช้ความชำนาญด้านอีเวนต์เดิม สร้างทั้งคอนเสิร์ต K-Pop และอีเวนต์เอนเตอร์เทนเมนต์แนวไลฟ์สไตล์ เพื่อเติมรายได้หลายทางบนโครงสร้างต้นทุนใกล้เคียงกัน

เมื่อธุรกิจลายฟ์เอนเตอร์เทนเมนต์กลายเป็น New S-Curve รายได้

สิ่งที่สะท้อนมุมคิดเชิงกลยุทธ์ที่สุดคือ การที่ GPI แยกกลุ่มธุรกิจใหม่ด้านอีเวนต์ลายฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และกีฬาออกมาอย่างชัดเจน และประเมินว่าจะสร้างรายได้ทั้งปีที่ระดับ 70-80 ล้านบาท โดยไม่รวมกับรายได้จากธุรกิจอื่น นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล่นๆ แต่คือการประกาศว่ากลุ่มลายฟ์เอนเตอร์เทนเมนต์ตั้งแต่คอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีไปจนถึงงานคอมมูนิตี้อย่าง Hungry Highway ถูกวางให้เป็น New S-Curve ใหม่ของบริษัท ในมุมมองเชิงธุรกิจ นี่คือทิศทางที่สมเหตุสมผล เพราะรายได้จากการจัดงานออฟไลน์ให้ประสบการณ์ที่จับต้องได้ มีมาร์จินและโอกาสต่อยอดสูงกว่าโมเดลสตรีมมิงที่แข่งขันดุเดือด การที่ GPI กระจายความเสี่ยงจากงานมอเตอร์โชว์ไปสู่ธุรกิจคอนเสิร์ต K-Pop และอีเวนต์เอนเตอร์เทนเมนต์ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับการเติบโตระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!