ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ครบศตวรรษของ Nivea จุดเปลี่ยนสู่มาตรฐานใหม่ Body Care เพื่อผิวยุคต่อไป

ครบศตวรรษของ Nivea จุดเปลี่ยนสู่มาตรฐานใหม่ Body Care เพื่อผิวยุคต่อไป
ความสนใจ|สกินแคร์

นิยามใหม่ของการดูแลผิวเมื่อ Nivea 100 ปีเดินหน้าสู่อนาคต

ครบรอบ Nivea 100 ปี คือจุดเปลี่ยนจากแบรนด์มอยส์เจอไรเซอร์คลาสสิกสู่ผู้กำหนดมาตรฐาน Body Care ใหม่ที่เน้นผิวสุขภาพดีมากกว่าผิวขาว การเฉลิมฉลองครั้งนี้สะท้อนการทรานส์ฟอร์มทั้งด้านนวัตกรรมสกินแคร์ กลยุทธ์การตลาด และวิธีสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในยุคที่สื่อและไลฟ์สไตล์เปลี่ยนเร็ว การดูแลผิวจึงไม่ใช่แค่ประสบการณ์บนตลับสีน้ำเงิน แต่คือระบบคิดที่ยึดผิวเป็นหัวใจ และต่อยอดให้ตอบโจทย์ Pain Point เฉพาะของผิวในแต่ละภูมิอากาศและพื้นที่วัฒนธรรมอย่างจริงจัง

เรื่องราว Nivea 100 ปีในตลาดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2469 ด้วย NIVEA Creme ตลับสีน้ำเงินที่เข้ามาวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกและค่อยๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ความยาวนานนี้ไม่ได้มีค่าแค่ในเชิงประวัติศาสตร์ แต่กลายเป็นทุนทางความเชื่อใจ ที่แบรนด์เลือกใช้เป็นฐานในการขยับบทบาทจากไอคอนการดูแลผิวพื้นฐานไปสู่ผู้นำหมวดหมู่ Body Care ใหม่ที่ตั้งใจออกแบบเพื่อผิวในท้องถิ่นโดยเฉพาะ นี่คือสัญญาณชัดว่า Nivea ไม่ต้องการอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่ต้องการสร้างหมุดหมายใหม่ของการดูแลผิวในศตวรรษถัดไป

จากตลับสีน้ำเงินสู่ Body Care ใหม่ที่เข้าใจ Pain Point ผิวในพื้นที่ร้อนชื้น

หัวใจของหมุดหมายครบรอบ Nivea 100 ปี คือการประกาศมาตรฐาน Body Care ใหม่ที่ตั้งต้นจาก Pain Point ผิวในภูมิอากาศร้อนชื้น ไม่ใช่ผิวในตำราตะวันตก การที่ตลาดต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอคิดเป็นราว 74% ของตลาด Body Care ขณะที่ผลิตภัณฑ์เน้นความชุ่มชื้นมีเพียงประมาณ 26% และยังมีผู้บริโภค 32% กังวลเรื่องผิวแห้ง แสดงให้เห็นช่องว่างชัดว่า “ผิวขาดน้ำแต่ไม่อยากเหนอะหนะ” กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่แบรนด์ต้องตอบ

Nivea เลือกตอบโจทย์นี้ด้วยการยกระดับสู่ Targeted Body Care ผ่านส่วนผสมสกินแคร์ระดับหน้า อย่าง Gluta Niacinamide และ Thiamidol เข้ามาอยู่ในหมวดผิวกายมากขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดตัว NIVEA Skin Refining Body Serum เนื้อเซรั่มเบิร์สท์น้ำนมที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน 72 ชั่วโมง และถูกประกาศว่าเป็นมอยส์เจอไรซิ่งเซรั่มตัวแรกในกลุ่มบอดี้ของ Nivea เพื่อปลดล็อก Pain Point ผู้บริโภคที่ต้องการผิวอิ่มน้ำแต่ไม่ยอมรับเนื้อครีมเหนียวหนัก เมื่อแบรนด์ระดับโลกหันมาออกแบบเนื้อสัมผัสและผลลัพธ์จากผิวในพื้นที่ร้อนชื้นเป็นหลัก นั่นคือสัญญาณว่ามาตรฐาน Body Care กำลังถูกเขียนใหม่

ครบศตวรรษของ Nivea จุดเปลี่ยนสู่มาตรฐานใหม่ Body Care เพื่อผิวยุคต่อไป

ใช้ความเชื่อใจหนึ่งศตวรรษขับเคลื่อนด้วย 4 แกนกลยุทธ์ยุคสื่อเปลี่ยน

การฉลอง Nivea 100 ปี ไม่ใช่แค่การมองย้อน แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ภายใต้โลกสื่อที่ผู้บริโภคไม่ได้รอรับโฆษณาอีกต่อไป แบรนด์ระบุชัดว่าต้องเปลี่ยนจากการสื่อสารเพื่อสร้าง Awareness เพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในทุกจุดสัมผัส โดยใช้จุดแข็งเรื่องความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์กว่า 100 ปี และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผิว มาผสานกับรูปแบบคอนเทนต์ที่เข้าถึงคนยุคใหม่ การปรับวิธีคิดเช่นนี้ทำให้ Nivea ไม่ใช่เพียง “ครีมของบ้านเรา” แต่เป็นแบรนด์ที่พยายามพูดภาษาของผู้ใช้ในทุกแพลตฟอร์ม

ทิศทาง “NIVEA is for Skin” ถูกตั้งผ่าน 3 แกนหลักคือ Science & Innovation ที่นำงานวิจัยและนวัตกรรมมาพัฒนาสูตรให้ตอบปัญหาผิวเฉพาะเจาะจง Targeted Body Care ที่ยกระดับการดูแลผิวกายสู่การแก้ปัญหาเฉพาะจุดและบำรุงเข้มข้นแบบเซรั่ม และ Sustainability Focus ที่พัฒนาสูตรและบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความยั่งยืน เมื่อมองผ่านเลนส์กลยุทธ์ จะเห็น 4 เสาหลักที่ชัดเจน คือ ผิวเป็นศูนย์กลาง วิทยาศาสตร์เป็นฐาน การดูแลเฉพาะจุดเป็นแนวทาง และความยั่งยืนเป็นเงื่อนไขใหม่ของแบรนด์ในยุคที่คนรุ่น Gen Z ให้ค่ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากพอๆ กับผลลัพธ์บนผิว

งานครบรอบ Nivea 100 ปี การเล่าเรื่องแบรนด์ผ่านประสบการณ์และลิมิเต็ดอิดิชั่น

การจัดงาน “NIVEA 100 ปี สัมผัสแห่งการดูแลผิว” แสดงให้เห็นว่าบริษัทเข้าใจดีว่าประวัติศาสตร์แบรนด์ต้องถูกเล่าผ่านประสบการณ์ไม่ใช่เพียงคำบอกเล่า งานนี้พาผู้บริโภคย้อนเส้นทางจาก NIVEA Creme ตลับสีน้ำเงินไอคอนที่อยู่ในความทรงจำของหลายครอบครัว ไปจนถึงนวัตกรรม Body Care ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แต่ละยุค พื้นที่จัดงานถูกเนรมิตให้เป็น Experience Zone ให้คนสัมผัสเรื่องราวและนวัตกรรมการดูแลผิวในรูปแบบนิทรรศการและกิจกรรม สะท้อนแนวคิดว่าความผูกพันกับแบรนด์ในศตวรรษต่อไปต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เห็นโลโก้บนชั้นวาง

อีกหนึ่งสัญญะสำคัญคือการจับมือกับครีเอเตอร์ท้องถิ่น สร้างลาย NIVEA Creme Limited Edition ใน 3 ธีม Care Love และ Celebration เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีโดยเฉพาะ การเปลี่ยนตลับสีน้ำเงินให้กลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องใหม่ แสดงให้เห็นว่าตำนานแบรนด์ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ถูกตีความให้ร่วมสมัยอยู่เสมอ เมื่อสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่นเดินคู่กับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ แบรนด์จึงสื่อสารได้ทั้ง “ความทรงจำ” และ “อนาคต” ในชิ้นเดียว

บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์ จากไอคอนครีมสู่ผู้นำหมวดหมู่ Body Care แห่งอนาคต

การเดินทาง 115 ปีของ Nivea ในระดับโลกมีจุดกำเนิดจากการค้นพบสาร Eucerit ที่ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวกันเป็นเนื้อครีมสูตร Water in Oil จนนำไปสู่การเปิดตัว NIVEA Creme ในปี 1911 และชื่อแบรนด์ที่หมายถึงความขาวดุจหิมะ แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าประวัติ คือวิธีที่แบรนด์ใช้ตำนานตลับสีน้ำเงินเป็นฐานเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำหมวดหมู่ Body Care ในการสำรวจตลาดสกินแคร์ที่มีมูลค่าราว 109,906 ล้านบาทและเติบโต 9.4% ในปี 2568 การย้ายโฟกัสจากครีมเอนกประสงค์ไปสู่เซรั่มบอดี้ที่ตอบโจทย์เฉพาะ คือตัวอย่างของการยอมเปลี่ยนตัวเองก่อนตลาดจะเปลี่ยนให้

ในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ การฉลอง Nivea 100 ปีจึงไม่ใช่งานเชิงสัญลักษณ์ แต่คือจุดประกาศว่าบริษัทเลือกเส้นทาง Body Care ใหม่ที่ตั้งใจครองความเป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายต่อไป การเน้นความชุ่มชื้นเป็นฐานผิวสุขภาพดี การใช้ส่วนผสมและเนื้อสัมผัสแบบสกินแคร์หน้า และการยึดความยั่งยืนเป็นข้อกำหนด ไม่ใช่ทางเลือก ทำให้แบรนด์ส่งสัญญาณชัดว่าศตวรรษต่อไปจะถูกนิยามด้วยมาตรฐานการดูแลผิวที่ลึกกว่าแค่ “ขาวและหอม” ใครที่มองตลาดสกินแคร์ในอนาคต จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้กรณี Nivea เป็นตัวอย่างของแบรนด์ระดับโลกที่กล้าเปลี่ยนก่อนจะถูกโลกบังคับให้เปลี่ยน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!