ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ลิปสติกเปลี่ยนสีกลับมาฮิตอีกครั้ง เข้าใจวิทยาศาสตร์ pH ก่อนเลือกแท่งถัดไป

ลิปสติกเปลี่ยนสีกลับมาฮิตอีกครั้ง เข้าใจวิทยาศาสตร์ pH ก่อนเลือกแท่งถัดไป
ความสนใจ|เทรนด์การแต่งหน้า

ลิปสติกเปลี่ยนสีคืออะไร ทำไมถึงกลับมาฮิตแรง

ลิปสติกเปลี่ยนสีคือเครื่องสำอางกลุ่ม pH reactive lipstick ที่มีเม็ดสีหรือสารเคมีซึ่งตอบสนองต่อค่า pH และความชื้นบนผิว เมื่อสัมผัสริมฝีปากหรือผิวหน้าเฉดสีจะเปลี่ยนไปจากตอนอยู่ในแท่ง ให้ผลเป็นสีที่ปรับตามเคมีของแต่ละคน ทำให้ลุคสุดท้ายดูเป็นเฉดเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน สีมักจะเริ่มจากใสหรืออ่อนแล้วค่อยๆ พัฒนาเป็นโทนชมพูหรือแดงที่แตกต่างกันตามสภาพผิวและความชุ่มชื้นของผู้ใช้ สิ่งที่น่าสนใจคือเทรนด์ลิปสติกเปลี่ยนสีและเครื่องสำอางเปลี่ยนสีทั้งหมดกำลังอยู่ในช่วงรีไววัลครั้งใหญ่ โดยหมายถึงลิปสติก บาล์ม บลัช และรองพื้นที่เปลี่ยนเฉดสีทันทีเมื่อสัมผัสผิวของเรา กระแสนี้ไม่ได้มาแบบคลื่นสั้น แต่กำลังกลายเป็นหมวดหมู่ใหม่ที่แบรนด์ทั้งสายหรูและสายประหยัดแห่กันออกสินค้า ใครเคยเล่นลิป Tangee ในวัยเด็กคงรู้สึกถึงความย้อนยุคที่กลับมาพร้อมภาพลักษณ์วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งทำให้ลิปสติกกลับมาฮิตแบบมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่แค่เพราะความแปลกตาเท่านั้น

ลิปสติกเปลี่ยนสีกลับมาฮิตอีกครั้ง เข้าใจวิทยาศาสตร์ pH ก่อนเลือกแท่งถัดไป

วิทยาศาสตร์ pH เบื้องหลังลิปสติกเปลี่ยนสี ทำงานอย่างไรบนริมฝีปาก

หัวใจของลิปสติกเปลี่ยนสีอยู่ที่เคมี pH บนผิวเรา ไม่ใช่เวทมนตร์แต่เป็นการออกแบบสูตรอย่างตั้งใจ แพทย์ผิวหนังอธิบายว่าเครื่องสำอางแบบ pH activated ใช้เม็ดสีหรือสารเคมีที่เปลี่ยนสีตามค่า pH ของผิว เมื่อเม็ดสีเหล่านี้สัมผัสน้ำและความชื้น การละลายและค่า pH ที่เปลี่ยนไปทำให้สีเปลี่ยนเฉดทันที นักเคมีเครื่องสำอางระบุว่าเม็ดสีอย่าง Red 27 เป็นตัวอย่างที่ขับเคลื่อนด้วย pH โดยเมื่อสัมผัสความชื้น การเปลี่ยนของการละลายและค่า pH จะทำให้สีย้อมกลายเป็นชมพูสด กล่าวอีกแบบ เม็ดสีเหล่านี้ทำงานเหมือนตัววัด pH ขนาดจิ๋วบนริมฝีปาก ทำให้สีที่ได้ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละคน ความต่างเล็กๆ เช่นความมันบนริมฝีปาก ระดับความแห้ง หรือว่าเราทาลิปบาล์มรองพื้นหรือไม่ ล้วนส่งผลต่อเฉดสุดท้าย นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนหนึ่งได้ชมพูหวาน แต่อีกคนได้ชมพูอมแดงเซ็กซี่จากแท่งเดียวกัน และมันคือเสน่ห์ที่ลิปสติกทั่วไปให้ไม่ได้

เสน่ห์ความวินเทจเจอกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จาก Tangee สู่เทรนด์เครื่องสำอางเปลี่ยนสีทั้งหน้า

กระแสลิปสติกเปลี่ยนสีทุกวันนี้ไม่ได้เกิดจากศูนย์ แต่สานต่อสายเลือดจากแท่งวินเทจในตำนานอย่าง Tangee ที่หลายคนเคยเห็นบนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณแม่หรืออยู่ในกระเป๋าเมกอัปใบแรกของตัวเอง ความทรงจำเหล่านั้นกำลังถูกรีแพ็กด้วยภาษาวิทยาศาสตร์ pH และแพ็กเกจล้ำยุค กลายเป็นเทรนด์ที่ทั้งย้อนยุคและดูมีความรู้ไปพร้อมกัน แบรนด์หรูพูดถึงบาล์มที่ทาชัดใสแล้วกลายเป็นชมพูส่วนตัวที่ปรับตาม pH ผิว ขณะที่แบรนด์ราคาย่อมเยาก็ออกลิปเนื้อเจลใสที่ให้ผลเปลี่ยนสีคล้ายกัน น่าสังเกตว่าเครื่องสำอางเปลี่ยนสีไม่ได้หยุดที่ริมฝีปากแล้ว เทคโนโลยีนี้กำลังขยายไปทั้งหน้า ตั้งแต่ทินต์แก้มแบบบาล์มและบลัชออยล์ไปจนถึงรองพื้นที่เคลมว่าปรับสีให้เข้ากับโทนผิวทันที มีสูตรที่ใช้เม็ดสีบรรจุเม็ดเล็กๆ สำหรับปรับโทน และบางสูตรจับคู่กับค่า SPF สูงเพื่อให้เป็นทั้งรองพื้นและกันแดดในหนึ่งเดียว ถ้าแนวคิดนี้ยังเดินหน้า เราอาจเห็นเมกอัปที่ทั้งเปลี่ยนสี ปรับโทน และดูแลผิวในขั้นตอนเดียว ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีที่เราเลือกเบสเมกอัปไปอย่างสิ้นเชิง

มุมคนใช้จริง เลือกลิปสติกเปลี่ยนสีอย่างไรให้คุ้ม และไม่หลงกลคำเคลม

เมื่อเทรนด์ลิปสติกเปลี่ยนสีมาแรง เราในฐานะคนใช้ต้องฉลาดกว่าคำโฆษณา ก่อนอื่นอย่าปล่อยให้คำว่า adaptive หรือ color changing หลอกเราเวลาซื้อรองพื้นหรือเมกอัปฐาน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากจะซื้อรองพื้นใหม่ควรเช็กก่อนว่าคำว่า adaptive หมายถึงเม็ดสีบรรจุเม็ดเล็ก pH reactive dye หรือแค่คำการตลาดลอยๆ เพราะวิธีทำงานให้ผลต่างกันมาก โดยเฉพาะกับผิวที่มีปัญหาและผิวที่มีอายุ อีกอย่าง เทรนด์เครื่องสำอางเปลี่ยนสีถูกขับเคลื่อนด้วยไวรัลบนวิดีโอสั้น ลิปหรือบลัชเปลี่ยนสีบางตัวดังถล่มทลายแล้วแบรนด์กลับไปไม่รอดในระยะยาว ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือรอดูรีวิวระลอกสองหลังผ่านช่วงแกะกล่องแรก และดูว่าแบรนด์มีช่องทางจัดจำหน่ายกว้างกว่าร้านออนไลน์ของตัวเองหรือไม่ ที่สำคัญที่สุด อย่าโฟกัสแค่คำเคลมสี แต่ต้องอ่านส่วนผสมเต็มสูตร เพราะการเปลี่ยนสีคือมาตรฐานพื้นฐานไปแล้ว สิ่งที่ควรจ่ายเงินคือสูตรที่ให้ความชุ่มชื้น ดูแลผิวริมฝีปาก และไม่ทำให้แห้งระหว่างวัน

สรุป เทรนด์ลิปสติกเปลี่ยนสีจะอยู่ยาวหรือแค่กระแสชั่วคราว

เมื่อมองภาพรวม เทรนด์ลิปสติกเปลี่ยนสีและเครื่องสำอางเปลี่ยนสีเริ่มเดินออกจากพื้นที่ลูกเล่นไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มสูตรจริงจัง เม็ดสีแบบ pH indicator ให้สีเฉพาะตัวตามผิวของแต่ละคน และถูกใช้ทั้งในลิป บลัช และรองพื้นแล้ว แบรนด์ที่มีโอกาสอยู่รอดไม่ใช่แบรนด์ที่เล่นสีเปลี่ยนได้派เดียว แต่คือแบรนด์ที่จับคู่วิทยาศาสตร์ pH กับข้อดีด้านสกินแคร์ เช่นความชุ่มชื้น การปกป้องผิว หรือกันแดดในสูตรเดียว สำหรับคนที่รักเมกอัป นี่จึงเป็นจังหวะดีที่จะทดลองลิปสติกเปลี่ยนสีแบบสบายกระเป๋าก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าคุ้มจะขยับไปสูตรพรีเมียมหรือไม่ ถ้าเราเลือกอย่างมีสติ อ่านส่วนผสมให้ครบ และไม่วิ่งตามทุกไวรัลแบบไม่คิด เทรนด์นี้จะเป็นโอกาสให้เราได้เมกอัปที่ทั้งสนุก ใช้ง่าย และปรับให้เข้ากับตัวตนของเราอย่างที่ลิปสติกธรรมดาให้ไม่ได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!