AI สองด้านของเหรียญเดียวกัน ในสงครามออนไลน์ผิดกฎหมาย
การใช้ AI สกัดพนันออนไลน์และตรวจจับกิจกรรมผิดกฎหมายคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยค้นหา วิเคราะห์ และปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ตลอดจนโฆษณาอำพรางที่ส่งเสริมการพนันหรือสินค้าต้องห้าม เพื่อบังคับใช้กฎหมายบนโลกดิจิทัล ลดการเข้าถึงของประชาชน และปกป้องธุรกิจถูกกฎหมายไม่ให้เสียเปรียบจากคู่แข่งใต้ดินที่ใช้ช่องโหว่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ในการทำมาหากิน
ภาพใหญ่วันนี้คือสงครามดิจิทัลที่ทั้งรัฐและเครือข่ายอาชญากรรมต่างก็ใช้ AI เป็นอาวุธฝ่ายหนึ่งใช้ระบบ AI บังคับใช้กฎหมายเพื่อไล่ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายและสกัดพนันออนไลน์ ขณะที่อีกฝ่ายใช้ AI สร้างภาพการ์ตูนและคอนเทนต์อำพรางเพื่อหลบการตรวจจับ เมื่อเทคโนโลยีเป็นสนามรบ ใครปรับตัวช้าก็เสียเปรียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การกำกับดูแลแบบเดิมที่รอให้มีการร้องเรียนแล้วค่อยตามปิดจึงไม่เพียงพอ ต้องยกระดับสู่การเฝ้าระวังเชิงรุกที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นศูนย์กลาง

ดีอีเดินเกมเชิงรุก ใช้ AI ไล่ปิด URL พนันเฉียดล้านรายการ
ทิศทางที่น่าสนใจคือการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประกาศชัดว่าจะใช้ AI สกัดพนันออนไลน์ผ่านมาตรการเชิงรุก แทนการรอข้อมูลจากตำรวจเพียงอย่างเดียว รัฐมนตรีระบุว่ามีการนำเทคโนโลยี AI มาตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนันออนไลน์ควบคู่กับข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสนอศาลสั่งปิดกั้น URL ที่ผิดกฎหมาย นี่คือการยอมรับว่า หากไม่มีเครื่องมืออัตโนมัติ ระดับการแพร่กระจายของเว็บพนันในปัจจุบันจะเกินกว่าที่มนุษย์จะตามทัน
ตัวเลขที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นหลักฐานว่าแนวทางนี้ไม่ได้มีไว้โชว์คือ การปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์รวม 945,075 รายการในปีงบประมาณ 2569 จากข้อมูลมาตรการเชิงรุกของกระทรวงดีอี 749,546 รายการ ข้อมูลจากตำรวจ 85,661 รายการ และการประสานกับแพลตฟอร์มดิจิทัลอีก 109,868 รายการ ประโยคนี้ควรถูกจดจำ เพราะมันสะท้อนว่าระบบ AI บังคับใช้กฎหมายเริ่มทำงานในระดับโครงสร้างแล้ว ไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง ถ้าปรับให้แม่นขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น การลดการเข้าถึงเว็บไซต์พนันโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนย่อมมีผลเชิงสังคมตามมาอย่างชัดเจน
Dark Post และภาพการ์ตูนจาก AI กลายเป็นเกราะให้บุหรี่เถื่อน
ด้านมืดของ AI ไม่ได้ปรากฏเฉพาะในเว็บพนันออนไลน์ แต่ยังลุกลามไปถึงการขายบุหรี่เถื่อนบนโซเชียลมีเดีย สมาคมการค้ายาสูบไทยได้รับเบาะแสจากสมาชิกที่เห็นโฆษณาขายบุหรี่เถื่อนบน Facebook แต่เมื่อเข้าไปดูหน้าเพจกลับไม่พบโพสต์ที่เห็น จึงอัดหน้าจอโฆษณาที่ได้รับการสนับสนุนส่งให้สมาคมตรวจสอบ และพบว่าเป็นการทำโฆษณาแบบ Dark Post ส่งคอนเทนต์ตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยไม่แสดงบนหน้าเพจ เพื่อหลบการตรวจสอบของแพลตฟอร์ม
ที่น่ากังวลกว่านั้นคือผู้ขายบุหรี่เถื่อนปรับวิธีโฆษณาอยู่ตลอด เมื่อใช้ภาพซองบุหรี่ตรงๆ เสี่ยงถูกปิดกั้น ก็เปลี่ยนไปใช้ภาพการ์ตูน ภาพบุคคล หรือสิ่งของที่สร้างด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมใส่ชื่อยี่ห้อและสีประจำแบรนด์ เช่น สีเขียวหรือสีแดง เพื่อให้ผู้ซื้อจำได้และผ่านการตรวจของระบบโฆษณา นี่คือการใช้ AI ตีโต้ AI ในขั้นตอนตรวจจับภาพที่มักเน้นหาสินค้าตรงตัว ผลคือทุกซองบุหรี่เถื่อนไม่ได้หมายถึงแค่ภาษีรัฐที่หายไปเข้ากระเป๋าเครือข่ายอาชญากรรม แต่ยังหมายถึงรายได้ของร้านค้าถูกกฎหมายที่ถูกแย่งไป และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมโดยไม่มีระบบสื่อสังคมมาช่วยคัดกรอง

ระบบนิเวศการบังคับใช้กฎหมายด้วย AI ต้องมีคนและแพลตฟอร์มร่วมด้วย
แม้ AI จะช่วยตรวจจับกิจกรรมผิดกฎหมายได้เร็วและครอบคลุม แต่หน่วยงานรัฐเองก็ยอมรับว่าการแก้ปัญหาพนันออนไลน์และ URL ผิดกฎหมายไม่สามารถทำโดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน กระทรวงดิจิทัลฯ จึงเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนมีส่วนร่วม ผ่านช่องทางแจ้งข้อมูลและเบาะแสเกี่ยวกับพนันออนไลน์ เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเฝ้าระวังอย่างรวดเร็ว นี่เป็นการยอมรับว่าผู้ใช้ทั่วไปคือเซนเซอร์ด่านแรก ที่เห็นความผิดก่อนระบบหลายครั้ง
ควบคู่กันมีการตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง TikTok และ Meta เพื่อจัดชุดข้อมูลสำหรับเฝ้าระวังและส่งต่อให้ตำรวจดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ อีกด้านหนึ่งก็ประสานกับแพลตฟอร์ม Search Engine เพื่อลดการเข้าถึงเว็บไซต์พนันจากการค้นหา และบูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสร้างทักษะรู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ หากมองผ่านกรอบนี้ ระบบ AI บังคับใช้กฎหมายจึงไม่ใช่แค่โค้ดและเซิร์ฟเวอร์ แต่เป็นโครงสร้างความร่วมมือที่มีทั้งข้อมูลจากประชาชน การตอบสนองจากแพลตฟอร์ม และการลงมือของฝ่ายสืบสวน
จากการปิดเว็บสู่การรื้อขบวนการ ปกป้องตลาดที่เป็นธรรม
ข้อเสนอที่ชัดจากฝั่งธุรกิจถูกกฎหมายคือ การบังคับใช้กฎหมายบนโลกออนไลน์ต้องไม่หยุดแค่การปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายหรือการนำโฆษณาชิ้นหนึ่งออกจากระบบ สมาคมการค้ายาสูบไทยเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาเป็นผู้นำในการจัดการปัญหาบุหรี่เถื่อนบนโลกออนไลน์ ร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบโฆษณาอำพรางที่ทันต่อพฤติกรรมใหม่ๆ ครอบคลุมทั้งภาพ AI ภาพการ์ตูน ชื่อยี่ห้อ สี ข้อความ และลิงก์สั่งซื้อ หากไม่ทำเช่นนี้ ระบบตรวจจับก็จะตามเกมของเครือข่ายผิดกฎหมายไม่ทันอยู่เสมอ
สมาคมฯ ยังชี้ว่าการดำเนินการไม่ควรสิ้นสุดที่การปิดโฆษณา แต่ต้องตรวจสอบความเชื่อมโยงของบัญชีผู้ลงโฆษณา ช่องทางรับคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และการส่งพัสดุ เพื่อขยายผลถึงผู้ค้ารายใหญ่และป้องกันการกลับมาเปิดเพจใหม่ซ้ำๆ เพราะหากปิดได้เพียงชั้นบนโดยปล่อยให้โครงข่ายเดิมยังทำงาน ร้านค้าถูกกฎหมายก็ยังเสียโอกาสและประเทศก็ยังสูญเสียรายได้ภาษีต่อไป เมื่อมองจากมุมนี้ การลงทุนใน AI สกัดพนันออนไลน์และสินค้าผิดกฎหมายจึงไม่ใช่แค่การปกป้องผู้ใช้จากความเสี่ยง แต่ยังเป็นการปกป้องตลาดที่เป็นธรรมให้ธุรกิจที่ทำทุกอย่างตามกฎหมายมีพื้นที่หายใจอย่างสมศักดิ์ศรี






