ภาพรวมเลนส์เทเล 70-200mm และ 70-300mm สำหรับงานมืออาชีพ
เลนส์ซูมเทเลช่วง 70-200mm และ 70-300mm คือเลนส์ซูมระยะกลางถึงไกลที่ออกแบบมาเพื่องานถ่ายภาพกีฬา สัตว์ป่า และอีเวนต์ที่ต้องการระยะยืดหยุ่นและระบบ AF มืออาชีพ โครงสร้างมักใช้กระจกพิเศษหลายชิ้นเพื่อลดความคลาด สีและความบิดเบือน พร้อมระบบกันสั่นหลายสต็อปและซีลกันละอองน้ำเพื่อความทนทานในงานสนาม ผู้ใช้หลักคือช่างภาพที่ต้องการความเร็วรูรับแสง การโฟกัสแม่นยำ และคุณภาพภาพระดับโปร โดยต้องเลือกให้เหมาะทั้งบอดี้ กล้องที่ใช้และสไตล์การทำงานของตนเอง ในบทความนี้เราจะโฟกัสสามตัวเลือกหลัก เลนส์ซูม 70-200mm ระดับโปรจาก Nikon และ Tamron บนระบบ DSLR เปรียบเทียบกับ Fujinon XF 70-300mm บนบอดี้มิเรอร์เลส X เพื่อให้เห็นชัดว่าควรอยู่กับระยะ 70-200mm รูรับแสงคงที่ f/2.8 หรือยอมลดความสว่างเล็กน้อยแลกกับช่วงซูมไกลและบอดี้เบาสำหรับเดินทาง
| สเปกหลัก | Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR | Fujifilm XF 70-300mm f/4-5.6 R LM OIS WR |
|---|---|---|
| ช่วงซูม | 70-200mm เลนส์ซูม 70-200mm | 70-300mm ระยะเทียบฟูลเฟรมราว 107-457 มม |
| รูรับแสงสูงสุด | f/2.8 คงที่ตลอดช่วงซูม | f/4-5.6 ไม่ใช่เลนส์กลางคืน ต้องมีแสงพอ |
| ระบบกันสั่น | VR เสถียรภาพภาพ 4 สต็อป | OIS มีบทบาทตอนถือมือที่ปลายเทเล |
| โฟกัสใกล้สุด | 1.1 เมตร กำลังขยายสูงสุด 0.21x | ออกแบบใช้งานทั่วไปทั้งคน ต้นไม้ และพระจันทร์ |
| โครงสร้างเลนส์ | 22 ชิ้นเลนส์ 18 กลุ่ม มีชิ้น FL และ HRI | โครงสร้างสำหรับบอดี้ X มิเรอร์เลส APS-C |
| น้ำหนักตัวเลนส์ | 1430 กรัม พร้อมบอดี้แมกนีเซียม | ออกแบบสำหรับเลนส์ตัวเดียวเดินทาง น้ำหนักบาลานซ์กับบอดี้ X |

Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR ตัวสุดท้ายของเทเลโปร DSLR Nikon
Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR คือวิวัฒนาการล่าสุดของเลนส์ซูม 70-200mm เร็วแสงกลางเทเลของ Nikon บนเมาท์ F และถูกยกให้เป็นเลนส์เทเลซูมโปรตัวสุดท้ายสำหรับกล้อง DSLR ของค่ายนี้ โครงสร้างใช้กระจก 22 ชิ้น 18 กลุ่ม มีทั้งชิ้น ED ชิ้นฟลูออไรต์ FL และชิ้น HRI พร้อมเคลือบ Nano Crystal และเคลือบฟลูออรีนที่หน้าเลนส์ช่วยลดแฟลร์และไล่คราบมัน ระบบ AF มืออาชีพแบบ Silent Wave ให้การโฟกัสเร็วมากและเงียบ รองรับการใช้งานร่วมกับบอดี้รุ่นสูงที่ยิงรัวต่อเนื่อง โดยมีไดอะแฟรมอิเล็กทรอนิกส์แบบ E คุมแสงให้คงที่เฟรมต่อเฟรม จุดเด่นอีกอย่างคือกันสั่น VR ที่ผู้ผลิตระบุว่าช่วยได้ถึง 4 สต็อป "VR/Optical Image Stabilizer (4 f-stop efficiency)" ซึ่งในงานจริงช่วยยืดความเร็วชัตเตอร์มือถือลงได้หลายสต็อปเมื่อเทียบกับเลนส์ไม่มีกันสั่น ด้านคุณภาพภาพ เลนส์รุ่นนี้คมมากตั้งแต่กลางเฟรมจนถึงขอบ โดยเฉพาะช่วง 70-135mm ที่ให้ความคมระดับยอดเยี่ยมแม้ใช้บนเซนเซอร์ความละเอียดสูง แถมควบคุมความคลาดสีทั้งด้านข้างและตามแนวลึกได้ดีมากจนแทบไม่เห็นในงานจริง

Tamron 70-200mm G2 และ Fujinon XF 70-300mm ทางเลือกเรื่องระยะ โฟกัส และกันสั่น
ฝั่ง Tamron SP 70-200mm f/2.8 Di VC USD G2 เน้นเป็นเลนส์ซูม 70-200mm ระดับโปรที่ให้รูรับแสง f/2.8 คงที่เหมือน Nikkor แต่มีจุดขายด้านเสถียรภาพภาพ 4 สต็อปจากระบบ VC และระบบโฟกัสแบบ USD ที่ผสานการทำงานได้หลายรูปแบบในราคาที่แข่งขันได้ เหมาะกับคนที่อยากได้เลนส์เทเลโปรแต่ต้องดูงบ จากมุมใช้งาน Tamron G2 จึงเด่นเรื่องสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและราคาสำหรับช่างภาพกีฬาและอีเวนต์ที่ต้องการเลนส์เดียวจบ ฝั่งมิเรอร์เลส Fujinon XF 70-300mm f/4-5.6 R LM OIS WR จะเน้นต่างออกไป เลนส์นี้ขยายช่วงซูมไปถึง 300mm ให้ระยะเทียบฟูลเฟรมราว 107 ถึง 457 มิลลิเมตร ตอบโจทย์งานสัตว์ป่า นก และพระจันทร์ในบอดี้ X มอเตอร์ LM ช่วยโฟกัสเงียบและเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับเลนส์รุ่นเก่า ส่วนกันสั่น OIS ทำงานดีที่ปลายเทเลแต่ยังแนะนำให้ใช้ท่าจับมั่นหรือขาตั้งในแสงน้อย เลนส์นี้ยังมีซีล WR กันละอองน้ำ ทำให้ใช้เป็นเลนส์ตัวเดียวติดกล้องเดินทางได้ทั้งวันโดยไม่ต้องแบกเทเลใหญ่

ประสบการณ์ใช้งานจริงและการเลือกเลนส์ให้เข้ากับสไตล์งาน
เมื่อดูจากงานสนาม Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR จะเหมาะกับคนที่ยังใช้ DSLR Nikon เป็นหลัก ต้องการเลนส์เทเลระดับธงที่บอดี้แข็งแรง ใช้แมกนีเซียมอัลลอย ซีลกันฝุ่นและละอองน้ำเต็มรูปแบบ มีฮูดลึกและฐานรองขาตั้งมาให้ พร้อมปุ่มโฟกัส 4 จุดรอบกระบอกสำหรับการจับถือหลายท่าทาง เพียงแต่ต้องรับน้ำหนักระดับ 1430 กรัมและราคาที่จัดอยู่กลุ่มพรีเมียม Tamron 70-200mm G2 จะเหมาะกับคนที่ใช้ทั้ง Canon และ Nikon DSLR ต้องการระบบ AF มืออาชีพและกันสั่นหลายสต็อป แต่ต้องมองความคุ้มราคามากกว่าแบรนด์หลัก ส่วน Fujinon XF 70-300mm จะต่างอย่างชัดเจนเพราะใช้กับบอดี้ X มิเรอร์เลส มีข้อดีคือขนาดและน้ำหนักโดยรวมเบากว่าเทเล f/2.8 และให้ช่วงไกลกว่า ใช้ได้ทั้งภาพคนระยะกลาง ต้นไม้ และพระจันทร์เมื่อครอปเพิ่ม แต่เพราะรูรับแสง f/4-5.6 ไม่ใช่เลนส์กลางคืน จึงต้องมีแสงพอหรือยอมดัน ISO สูงขึ้นในการใช้งานจริง
ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เลือกระบบ เลือกระยะ และงานที่ทำบ่อย
การเลือกเลนส์ซูม 70-200mm หรือ 70-300mm สำหรับงานกีฬา สัตว์ป่า และอีเวนต์ควรเริ่มจากระบบกล้องที่ใช้บ่อยที่สุด ถ้าอยู่บน Nikon DSLR และต้องการเลนส์เทเลโปรตัวจริง Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR จะให้ทั้งรูรับแสงสว่าง ระบบ AF มืออาชีพและกันสั่น 4 สต็อป จนหลายคนมองว่าเป็นเลนส์เทเลซูมโปรตัวสุดท้ายของยุค F-mount ถ้าใช้ DSLR แต่เน้นความคุ้มค่า Tamron 70-200mm G2 เป็นตัวเลือกที่ลดงบแต่ยังให้ฟังก์ชันหลักครบ สำหรับคนที่ใช้บอดี้ X ของ Fujifilm อยู่แล้วและต้องการเลนส์ตัวเดียวเดินทาง XF 70-300mm f/4-5.6 R LM OIS WR จะตอบโจทย์ ทั้งเรื่องช่วงไกล การมี OIS และซีล WR ป้องกันละอองน้ำ เหมาะกับคนที่ถ่ายนก ถ่ายพระหรือทิวเขาไกลๆ โดยพร้อมยอมแลกแสงกับความคล่องตัว
- Buy the Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR if ใช้ Nikon DSLR เป็นหลัก ต้องการเลนส์ซูม 70-200mm โปรที่คมจัดทั้งเฟรมและได้กันสั่น 4 สต็อป
- Skip the Nikkor AF-S 70-200mm f/2.8 E FL ED VR if ไม่พร้อมรับน้ำหนักเลนส์เทเลหนักกว่า 1 กิโลกรัมและต้องการชุดถ่ายเบาสำหรับเดินทางยาว
- Buy the Tamron SP 70-200mm f/2.8 Di VC USD G2 if ต้องการเลนส์ถ่ายกีฬาและอีเวนต์รูรับแสง f/2.8 คงที่ แต่ให้ความคุ้มค่าเรื่องราคาเมื่อเทียบสเปก
- Skip the Tamron SP 70-200mm f/2.8 Di VC USD G2 if ให้ความสำคัญกับการจับคู่เลนส์แท้ของค่ายเดียวกันและการรองรับอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางของแบรนด์หลัก
- Buy the Fujifilm XF 70-300mm f/4-5.6 R LM OIS WR if มีบอดี้ X มิเรอร์เลสอยู่แล้ว ต้องการเลนส์ตัวเดียวเดินทางช่วงไกลพร้อมกันสั่นและซีลกันละอองน้ำ
- Skip the Fujifilm XF 70-300mm f/4-5.6 R LM OIS WR if ทำงานหลักเป็นการถ่ายในร่มกลางคืนหรือคอนเสิร์ตที่ต้องอาศัยรูรับแสง f/2.8 เป็นมาตรฐาน






