ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย
ความสนใจ|ทำอาหาร

เมื่อร้านอาหารญี่ปุ่นเลือกโตด้วยคุณภาพ มากกว่าด้วยเสียงโฆษณา

กลยุทธ์ขยายธุรกิจอาหารของแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นยุคนี้คือการเติบโตแบบออร์แกนิกผ่านคุณภาพสินค้า ประสบการณ์ร้าน และการสร้างฐานลูกค้าประจำ มากกว่าการทุ่มงบโฆษณาหนัก ๆ เพื่อซื้อการรับรู้แบบฉาบฉวย ความสำเร็จจึงวัดได้จากการกลับมาซ้ำของลูกค้า การบอกต่อกันเอง และการขยายสาขาที่มั่นคง ไม่ใช่ยอดวิวแคมเปญชั่วคราวเท่านั้น. ปรากฏการณ์นี้เห็นชัดจากแบรนด์ที่เน้นตลาดปิ้งย่างญี่ปุ่นและร้านอาหารญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ ยากินิกุขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยใช้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ญี่ปุ่นและการออกแบบคอนเซ็ปต์ร้านให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ขณะที่กลุ่มร้านอาหารรายใหญ่สร้างแฟรนไชส์อาหารญี่ปุ่นและเลือกแบรนด์ที่ติดอันดับต้น ๆ ในญี่ปุ่นเข้าพอร์ต เพื่อเติมเต็มเซกเมนต์พรีเมียมที่กำลังเติบโตแทนการรบด้วยสงครามโปรโมชันราคา.

ยากินิกุขยายสาขาแบบเงียบ ๆ แต่แน่น: โมเดลออร์แกนิกที่พิสูจน์แล้ว

กรณีของ Yakiniku Like คือหลักฐานสดว่าร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตได้โดยแทบไม่ต้องพึ่งการตลาดดั้งเดิมเลย แบรนด์นี้อยู่ในตลาดปิ้งย่างญี่ปุ่นมา 3 ปี โดยอาศัยการบอกต่อและภาพจำ “ปิ้งย่างคนโสด” ให้ลูกค้าเข้ามาลองและกลับมาซ้ำ จนสามารถเปิดสาขาเพิ่มต่อเนื่องและล่าสุดเดินหน้าถึงสาขาที่ 15 ที่โครงการ One Bangkok เพื่อจับกลุ่ม Young Adult และ First Jobber. ที่น่าสนใจคือการผลักดันระบบสมาชิกอย่างจริงจัง ยิ่งตอกย้ำแนวคิดเติบโตจากฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ไม่ใช่จากคูปองลดราคาสั้น ๆ ปัจจุบันแบรนด์มีสมาชิกกว่า 100,000 คน และมีสัดส่วน Active สูงถึง 90% ซึ่งสะท้อนชัดว่าลูกค้าไม่ได้แค่สมัครเล่น ๆ แต่กลับมาใช้สิทธิและใช้จ่ายในร้านอย่างต่อเนื่อง. นี่คือโมเดลร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตแบบออร์แกนิกที่หลายแบรนด์ควรศึกษา.

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย

ตลาดปิ้งย่างญี่ปุ่นโตแรง และการเลือกจับเซกเมนต์ที่ใช่

แม้ตลาดปิ้งย่างโดยรวมจะถูกกดดันจากเศรษฐกิจซบเซา แต่ตลาดปิ้งย่างญี่ปุ่นกลับเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเมื่อดูจากทั้งยอดขายและจำนวนสาขาของแบรนด์ยากินิกุ. การที่ปิ้งย่างสไตล์อื่นครองส่วนแบ่งมากกว่าไม่ได้หมายความว่าปิ้งย่างญี่ปุ่นอ่อนแรง ตรงกันข้าม การเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่มองหาเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและประสบการณ์การกินแบบเฉพาะตัว ทำให้ตลาดนี้ขยายตัวด้วยฐานแฟนที่ชัดเจน. Yakiniku Like จับจุดนี้ด้วยการออกแบบโต๊ะเตาเดี่ยว เซตเมนูสำหรับหนึ่งคน และการรองรับเทรนด์ “การกินคนเดียว” ซึ่งคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความแปลก ในบางสาขา ลูกค้าอายุ 25–30 ปีคือกลุ่มหลัก แบ่งเป็นคนมากินคนเดียว คู่รัก และกลุ่มเพื่อนในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าร้านไม่ได้อาศัยแต่ปริมาณ แต่เลือกเซกเมนต์ที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์และบรรยากาศที่ตรงใจ ซึ่งสะท้อนภาพใหญ่ของร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตสายพรีเมียมมากกว่าสตรีทฟู้ดปริมาณ.

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย

CRG และยุทธศาสตร์แฟรนไชส์อาหารญี่ปุ่น: จากช่วงเงียบสู่การลุยเต็มพอร์ต

อีกฝั่งหนึ่งของสมรภูมิ ร้านอาหารญี่ปุ่นเติบโตผ่านกลยุทธ์แฟรนไชส์อาหารญี่ปุ่นและการสร้างพอร์ตโฟลิโอหลายแบรนด์ของกลุ่มใหญ่ CRG ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา กลุ่มนี้หยุดซื้อ Franchise และ Exclusive Right แบรนด์ใหม่ ๆ และเน้นต่อยอด 6 แบรนด์ญี่ปุ่นเดิมผ่านเมนูใหม่และการขยายช่องทางบริการ. การหยุดซื้อไม่ได้แปลว่าหยุดโต แต่เป็นการดึงรายได้เพิ่มจากแบรนด์ที่มีอยู่ให้ถึงขีดสุด. เมื่อสาขาแบรนด์ญี่ปุ่นของกลุ่มเริ่มครอบคลุม พวกเขากลับมาเปิดเกมรุกอีกครั้งด้วยการเพิ่มแบรนด์ใหม่ 4 แบรนด์ แบ่งเป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่น 3 แบรนด์และแบรนด์อาหารเกาหลี 1 แบรนด์ในรูปแบบ Franchise และ Exclusive Right. แนวทางเลือกแบรนด์ที่ติด Top 3 ในกลุ่มอาหารนั้น ๆ แทนการปั้นเองคือการใช้ชื่อเสียงและความคุ้นเคยของร้านดังในญี่ปุ่นเป็นทางลัดสู่การสร้าง Awareness และความเชื่อใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้กลุ่มอาหารญี่ปุ่นในพอร์ตสามารถสร้างรายได้สัดส่วนถึง 20% และมีเป้าคาดว่ารายได้จะแตะ 2,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่เคยตั้งไว้ 1,900 ล้านบาท.

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย

บทสรุป: ญี่ปุ่นชนะด้วยความสม่ำเสมอ ไม่ใช่เสียงดังชั่วคราว

เมื่อมองภาพรวม กลยุทธ์เงียบแต่แน่นของแบรนด์ญี่ปุ่นสะท้อนบทเรียนสำคัญให้ตลาดอาหารเอเชีย ยากินิกุขยายสาขาโดยแทบไม่ใช้แคมเปญโฆษณาใหญ่ แต่พึ่งการออกแบบคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ระบบสมาชิกที่ดึงให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ และการวางแผนขยายสาขาอย่างมีวินัย โดยตั้งเป้าเพิ่มอีก 3 แห่งในปี 2568 และให้ครบ 30 สาขาภายในปี 2571. ฝั่ง CRG เลือกใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์อาหารญี่ปุ่นแบบคัดเฉพาะแบรนด์ Top 3 จากญี่ปุ่น เสริมเข้าในพอร์ตให้ครอบคลุมทั้งแมสและพรีเมียม. คำถามสำคัญสำหรับผู้เล่นในตลาดตอนนี้ไม่ใช่ “จะโฆษณาอะไรดี” แต่คือ “เรามอบคุณภาพและประสบการณ์อะไรที่คนพร้อมบอกต่อให้เรา” เมื่อแบรนด์ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นแล้วว่า ออร์แกนิกโกรทกับการบริหารพอร์ตแบรนด์อย่างมีกลยุทธ์สามารถสร้างทั้งสัดส่วนรายได้และการขยายสาขาที่มั่นคง ผู้เล่นรายอื่นอาจจำเป็นต้องปรับจากการรบด้วยงบการตลาด ไปสู่การลงทุนในคุณภาพและการออกแบบโมเดลธุรกิจเสียใหม่ หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสนามอาหารเอเชียที่กำลังเปลี่ยนไป.

กลยุทธ์เงียบแต่แรง: ทำไมแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังครองตลาดเอเชีย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!