อาหารริมถนนเข้าเซเวน: จากเสน่ห์เตาถ่านสู่สงครามตู้แช่
การที่อาหารริมถนนเข้าเซเวนคือปรากฏการณ์ที่แบรนด์สตรีทฟู้ดชื่อดังแปลงเมนูขายหน้าร้านให้กลายเป็นสตรีทฟู้ดพร้อมทานในระบบร้านสะดวกซื้อ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กินง่ายขึ้น เข้าถึงได้ทุกซอย และต่อยอดมูลค่าแบรนด์จากจานเดี่ยวบนโต๊ะพลาสติกสู่สินค้าบนชั้นวางที่หยิบได้ตลอดวันในราคาเข้าถึงได้.
หัวใจของเทรนด์นี้คือ “การขยายตลาดแบรนด์อาหาร” จากพื้นที่จำกัดไปสู่เครือข่ายร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่มีสาขามากกว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศ ผลคือแบรนด์ที่เคยขายได้แค่ในย่านหนึ่ง เปลี่ยนตัวเองเป็นสินค้ามวลชนในทันที แถมยังตอบรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่อยากกินของอร่อยระดับตำนาน แต่ไม่มีเวลาเดินทางหรือรอคิวเป็นชั่วโมง บทความนี้จึงชวนมองเรื่องนี้แบบมีมุมมอง ว่าใครได้อะไร และเกมนี้กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์อาหารริมถนนอย่างไร.
เจ๊ไฝ: มิชลิน 1 ดาวบนชั้นวางร้านสะดวกซื้อ
กรณีของเจ๊ไฝคือสัญลักษณ์ชัดเจนว่า สตรีทฟู้ดระดับมิชลินพร้อมลงจากเตาถ่านสู่ตู้แช่ในร้านสะดวกซื้อเต็มตัว ใครที่เคยคิดว่าต้องไปถึงย่านประตูผีเท่านั้นถึงจะลิ้มรสมือเจ๊ไฝ วันนี้สามารถหยิบเมนู ‘ฟูซิลี่ผัดขี้เมาไก่’ ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นหรือสั่งผ่านแอป ALL Online ได้แล้ว ความพิเศษคือใช้เส้นฟูซิลลี่นำเข้าผัดกับไก่เบญจาและพริกแกงสูตรเฉพาะในราคากล่องละ 69 บาท.
เบื้องหลังไม่ได้มีแค่โอกาสทางธุรกิจ แต่ผูกกับภารกิจสังคมผ่านโครงการ Chef Cares Ready Meal ที่ร่วมกับเชฟแถวหน้าผลิตอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดคืนสู่สังคม นี่คืออีกมิติของการขยายตลาดแบรนด์อาหาร ที่ไม่ได้แค่หาเงินให้เจ้าของร้าน แต่ยังใช้ชื่อเสียงของสตรีทฟู้ดระดับโลกมาปั้นระบบสนับสนุนคนรุ่นใหม่ เช่น โครงการ Chef Cares Dream Academy ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนด้อยโอกาสได้ฝึกงานกับเชฟชื่อดัง.

CP x ตำมั่ว x 7-Eleven: สูตรลับร้านดังกลายเป็นสตรีทฟู้ดพร้อมทาน
อีกตัวอย่างของอาหารริมถนนเข้าเซเวนที่น่าสนใจคือดีลสามฝ่ายระหว่างซีพี ร้านตำมั่ว และร้านสะดวกซื้อ นำไก่ส่วนหลังตัดแต่งพิเศษหรือชิคเก้นริบที่กินง่ายเพราะมีกระดูกเดียว มาหมักและปรุงตามสูตรลับของตำมั่ว กลายเป็นเมนูยอดฮิต “ชิคเก้นริบโบราณสูตรแม่น้อย” แล้วพัฒนาเป็นสินค้าแบบพร้อมทานวางขายทั่วประเทศ.
กลยุทธ์นี้ชัดเจนมาก: ใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาประกบกัน ซีพีดูแลวัตถุดิบคุณภาพและการผลิต ตำมั่วใส่ตัวตนด้วยรสชาติอีสานสูตรแม่น้อย ส่วนร้านสะดวกซื้อมีมากกว่า 13,000 สาขาเป็นฐานกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น สินค้าถูกสื่อสารด้วยแคมเปญ “รูดง่าย อร่อย นัว วิทยัวชิกเก้นริบ” ขายประสบการณ์กินไก่แบบรูดเดียวหมดชิ้น พร้อมโปรโมชันเปิดตัวราคา 29 บาทจากปกติ 39 บาท เพื่อเร่งลองครั้งแรกของผู้บริโภค.

ใครได้ ใครเสีย เมื่อสตรีทฟู้ดพร้อมทานยึดร้านสะดวกซื้อ
ในมุมผู้บริโภค ผลประโยชน์แทบจะชัดเจนแบบไม่ต้องเถียง สินค้าอย่างชิคเก้นริบโบราณสูตรแม่น้อยถูกวางตัวเป็น “อีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ชื่นชอบการรับประทานไก่ ต้องการความอร่อย และสะดวกสบาย ทานง่าย และยังสามารถหาซื้อเมนูนี้ได้ง่ายๆ ในร้าน 7-Eleven” และเมนูของเจ๊ไฝก็เปิดทางให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดเข้าถึงรสมือระดับมิชลินโดยไม่ต้องเดินทางไกล.
ฝั่งแบรนด์อาหารริมถนน การขยายตลาดแบรนด์อาหารผ่านร้านสะดวกซื้อทำให้รายได้ไม่ผูกกับจำนวนเก้าอี้ในร้านอีกต่อไป แต่สิ่งที่ต้องแลกคือความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ หากรสชาติบนชั้นวางไม่ใกล้เคียงต้นฉบับพอ แบรนด์อาจถูกตั้งคำถามว่า “ด้อยลงเพราะเข้าระบบโรงงานหรือไม่” เกมนี้จึงบังคับให้ผู้เล่นต้องรักษามาตรฐานสูตรและวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ไม่อย่างนั้นจากโอกาสเพิ่มยอดขายอาจกลายเป็นดาบสองคมที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือระยะยาว.

อนาคตของอาหารริมถนน: จากคิวหน้าร้านสู่การค้นหาและสั่งซื้อออนไลน์
เทรนด์สตรีทฟู้ดพร้อมทานไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนเมืองที่หันมาใช้เดลิเวอรี่มากขึ้นในช่วงโรคระบาด และคุ้นชินกับการสั่งอาหารผ่านแอปจนกลายเป็นนิสัย การที่เมนูดังทั้งของเจ๊ไฝและตำมั่วกระโดดเข้าแพลตฟอร์มร้านสะดวกซื้อและช่องทางออนไลน์ จึงตอบโจทย์การค้นหาและสั่งซื้อได้ทันทีในไม่กี่คลิก.
แนวโน้มนี้บอกเราว่าอนาคตของอาหารริมถนนจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทางเท้าหรือห้องแถวอีกต่อไป แบรนด์ที่คิดใหญ่และยอมให้สูตรของตัวเองถูกแปลงเป็นสินค้าอุตสาหกรรมในแบบที่ยังรักษาเอกลักษณ์ได้ จะมีโอกาสขยายฐานลูกค้าแบบทวีคูณ ตรงกันข้าม คนที่ยึดติดกับรูปแบบเดิมอย่างเดียวอาจถูกแชร์ตลาดไปเรื่อยๆ เมื่อคนรุ่นใหม่คุ้นกับการกินอาหารริมถนนจากตู้แช่มากกว่าจากเตาถ่าน สุดท้ายแล้ว ผู้ชนะคือคนที่ผสมเสน่ห์โลคัลกับความสะดวกในชีวิตประจำวันได้ลงตัวที่สุด.







