เล็บแมวเรื่องเล็กที่บานปลายได้เสมอ
เย็นวันก่อนชาไทย nhảyขึ้นมานอนบนตัก เราลูบขนเพลินๆ แล้วรู้สึกจี๊ดที่แขน พอพลิกดูเจอรอยขาวๆ สามรอยจากปลายเล็บที่คมเหมือนเข็ม นี่แหละเหตุผลที่บ้านเราต้องตัดเล็บแก๊งแมวทุกสองสัปดาห์ พอใช้นิ้วกดที่อุ้งเท้าเบาๆ เล็บจะยื่นออกมาให้เห็นชัด ทั้งเล็บขาวๆ ที่ตัดได้ และเส้นสีชมพูด้านในที่เราต้องหลบให้พ้น

เส้นสีชมพูนั้นคือเร็วเล็บ มีทั้งเลือดและเส้นประสาท ถ้าตัดโดนเมื่อไหร่เลือดออกและน้องจะจำไปจนโต เราเลยถือคติว่าตัดน้อยแต่บ่อยดีกว่าปล่อยยาวแล้วตัดพรวดเดียว ที่บ้านเรามีที่ตัดเล็บอยู่สามแบบ สั่งมาจากช้อปปี้ทั้งหมด ลองใช้กับถุงเงิน กะทิ และชาไทยมาแล้วครบทุกตัว วันนี้เล่าให้ฟังตรงๆ ว่าตัวไหนตัดง่าย ตัวไหนเหมาะกับแมวแบบไหน
แบบแรก กรรไกรโค้งงบประหยัดหลักสิบ

หน้าตาคล้ายกรรไกรตัดเล็บเด็กแต่ใบมีดโค้งรับทรงเล็บแมว ราคาเป็นมิตรมาก อย่างฮูปเพ็ทอยู่ที่ 68 บาท และในหน้ารวมกรรไกรตัดเล็บแมวในช้อปปี้มีราคาแสดงตั้งแต่ 1 บาทไปถึง 204 บาท เลือกได้จนตาลาย จุดดีของมันคือตัดขาดในครั้งเดียว จบเร็ว เหมาะกับแมวที่ยอมนอนนิ่งให้จับอุ้งเท้าแบบกะทิ บ้านเราตัดตัวหนึ่งไม่ถึงสองนาที
แต่ข้อเสียก็ตรงไปตรงมา มันไม่มีตัวกันตัดลึกและไม่มีไฟส่อง ถ้ามือสั่นหรือกะระยะพลาดคือโดนเร็วทันที ใบมีดยัง mònไวพอใช้ไปหลายเดือนจะเริ่มบีบเล็บแทนที่จะตัด เรารู้สึกว่าแบบนี้เป็นตัวเริ่มต้นที่ดีมาก แต่ต้องใจนิ่งหน่อย ใครที่เพิ่งตัดเล็บแมวครั้งแรกแล้วมือสั่นเหมือนเราตอนแรก ข้ามไปดูแบบถัดไปก่อนก็ได้
แบบที่สอง กรรไกรมีไฟส่องและช่องกันตัดลึก

แบบนี้เกิดมาเพื่อคนมือสั่นจริงๆ ช่องตัดปรับได้สี่ระดับคือ 1.0 2.0 2.5 และ 3.0 มิลลิเมตร เลือกให้พอดีขนาดเล็บแมวแต่ละตัว ช่องเล็กช่วยกันไม่ให้ใบมีดกินลึกเกินปลายเล็บ แถมมีไฟแอลอีดีส่องตรงช่องตัด มองเห็นเส้นสีชมพูด้านในชัดขึ้นมากแม้ตัดในห้องแสงน้อย ด้านหลังยังมีช่องใสรองรับเศษเล็บไม่ให้ดีดกระจายเต็มพื้น และใต้ด้ามมีตะไบซ่อนไว้เก็บคมหลังตัดเสร็จในชิ้นเดียว

ราคาในช้อปปี้รุ่นมีไฟแอลอีดีอยู่ที่ 99 ถึง 123 บาท ส่วนรุ่นที่มีทั้งไฟส่องและช่องเก็บเศษเล็บอยู่ที่ 240 บาท ถ้าอยากได้ใบมีดสแตนเลสเกรดดีของโฮมรันเพ็ทอยู่ที่ 200 บาท ลดจาก 290 บาท เราคิดว่าแบบนี้นคุ้มที่สุดสำหรับบ้านที่มีแมวเล็บเล็กเล็บใหญ่ปนกัน เพราะปรับช่องได้ตามตัว ไม่ต้องเดาระยะเองทุกครั้งที่ตัด ดูรุ่นมีไฟส่องพร้อมช่องเก็บเศษเล็บในช้อปปี้ หรือกรรไกรตัดเล็บโฮมรันเพ็ทในช้อปปี้ ได้เลย
แบบที่สาม เครื่องเจียรไฟฟ้า สำหรับแมวที่ดิ้นสุดแรง

เครื่องเจียรไม่ตัดแต่ค่อยๆ ขัดปลายเล็บให้สั้นและมน จึงแทบไม่มีโอกาสโดนเร็วเลย รุ่นที่รีวิวกันเยอะเคลมเสียงเบาประมาณ 50 เดซิเบล ใช้ต่อเนื่องได้ราว 3 ชั่วโมง ชาร์จผ่านสายยูเอสบีหรือไทป์ซี และมีหัวเจียรสองด้านใช้ได้ทั้งแมวและหมา ราคาเครื่องเจียรไฟฟ้าสองความเร็วพร้อมไฟแอลอีดีอยู่ที่ 255 บาท ลดจาก 420 บาท ค่าส่ง 23 บาท เราคิดว่าราคานี้เหมาะสำหรับคนที่อยากลองก่อนลงทุนเยอะ กดดูเครื่องเจียรเล็บไฟฟ้าสองความเร็วในช้อปปี้ ได้เลย
จุดที่เราชอบ
- ไม่ตัดโดนเร็วแน่นอน เหมาะกับคนใจไม่นิ่ง
- ปลายเล็บมนไม่คมข่วนโซฟาและแขนเรา
- เสียงเบากว่าที่คิด แมวบางตัวนั่งนิ่งได้
จุดที่ต้องทน
- ช้ามาก เล็บหนึ่งข้างต้องแตะหลายครั้ง
- แรงสั่นทำให้แมวบางตัวดึงเท้าหนีแรงกว่าตอนใช้กรรไกร
- ราคาสูงกว่ากรรไกรหลายเท่า
เราลองยืมเครื่องเจียรของเพื่อนบ้านมาใช้กับถุงเงินหนึ่งรอบ สรุปว่าเล็บเนียนจริงแต่ใช้เวลากว่าสิบนาทีต่อตัว แมวเราไม่ได้กลัวเครื่องแต่เราเมื่อยมือก่อน เลยเก็บแบบนี้เป็นตัวสำรองไว้เก็บคมหลังตัดมากกว่าใช้เป็นตัวหลัก
วิธีที่เราใช้ที่บ้าน ตัดยังไงไม่ให้โดนเร็ว

บ้านเราตัดเล็บหลังมื้อเย็นตอนที่น้องง่วงและยอมอยู่นิ่งที่สุด ใช้มือกดแผ่นอุ้งเท้าเบาๆ ให้เล็บยื่นออก แล้วตัดเฉพาะปลายสีขาวเลยเส้นสีชมพูขึ้นมาประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตรเท่านั้น ถ้าเล็งไม่มั่นใจเราเปลี่ยนไปเจียรเก็บแทนทีละนิด แต่ละรอบตัดแค่สองสามเล็บแล้วให้ขนมเลียปิดท้าย น้องจะไม่จำว่าการตัดเล็บคือเรื่องแย่ ครั้งหน้าเรียกมาจะเดินมาเอง
อีกอย่างที่อยากย้ำคือตะไบหลังตัดสำคัญกว่าที่คิด ปลายเล็บที่ตัดแล้วจะคมและเกี่ยวผ้าได้ง่าย การตะไบหรือเจียรเก็บหนึ่งทีช่วยให้ปลายมนขึ้นเยอะ แก๊งแมวบ้านเราเล็บหายคมโซฟาก็รอดไปด้วย
บ้านเราจบที่ตัวไหน
หลังลองครบสามแบบ บ้านเราใช้กรรไกรมีไฟส่องช่องปรับระดับเป็นตัวหลัก เพราะตัดไวและกันพลาดได้ดีที่สุด มีกรรไกรโค้งหลักสิบสำรองไว้ในกระเป๋าเผื่อแบตหมด ส่วนเครื่องเจียรเอาไว้เก็บคมปิดท้ายเดือนละครั้ง เราคิดว่าทาสแต่ละบ้านเหมาะกับคนละแบบจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าแมวเรานิ่งแค่ไหนและมือเรานิ่งแค่ไหนมากกว่า แล้วบ้านเพื่อนๆ ใช้อยู่ตัวไหน กรรไกรโค้ง กรรไกรมีไฟ หรือเครื่องเจียรไฟฟ้า บอกเราหน่อยว่าตัวไหนเอาอยู่กับแก๊งแมวที่บ้าน





