ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ขาดแคลนชิป AI และข้อจำกัดหน่วยความจำ กำลังเขย่าโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่

ขาดแคลนชิป AI และข้อจำกัดหน่วยความจำ กำลังเขย่าโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

ชิป AI เซิร์ฟเวอร์คืออะไร และทำไมหน่วยความจำจึงกลายเป็นสมรภูมิใหม่

ชิป AI เซิร์ฟเวอร์คือชิปเร่งการประมวลผล เช่น GPU และ AI ASIC ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเชื่อมต่อกับหน่วยความจำความเร็วสูงและระบบเครือข่ายเฉพาะทาง เพื่อให้สามารถฝึกและรันโมเดล AI ที่มีพารามิเตอร์จำนวนมหาศาลได้อย่างต่อเนื่องในระดับอุตสาหกรรม โดยเน้นแบนด์วิดท์หน่วยความจำ ประสิทธิภาพต่อวัตต์ และความหน่วงต่ำมากกว่าความเร็วซีพียูทั่วไป

หัวใจของการเปลี่ยนเกมในตอนนี้ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพของชิป AI เซิร์ฟเวอร์ แต่คือสงครามหน่วยความจำและแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง ความต้องการชิปเร่งการประมวลผลสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI มากกว่า 130 ล้านตัวใน 5 ปีข้างหน้า พร้อมรายได้สะสมเกือบ 65.4 ล้านล้านบาทจากการประมวลผล กำลังผลักให้โซ่อุปทาน เซมิคอนดักเตอร์ ต้องหันโฟกัสจากทรานซิสเตอร์ไปสู่หน่วยความจำ HBM แพ็กเกจจิ้ง CoWoS และอินเตอร์คอนเน็กต์ความเร็วสูง ผู้ผลิตที่คิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนทำชิปกำลังค้นพบว่าเกมใหม่คือการออกแบบระบบทั้งก้อน ตั้งแต่สถาปัตยกรรม 3D หน่วยความจำจนถึงเครือข่ายภายในดาต้าเซ็นเตอร์

ขาดแคลนชิป AI และข้อจำกัดหน่วยความจำ กำลังเขย่าโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่

เมื่อ DRAM หายาก สัญญาระยะยาวและหน่วยความจำ HBM กลายเป็นอาวุธยุทธศาสตร์

การบูมของ AI ทำให้หน่วยความจำ HBM จากเดิมเป็นสินค้าเฉพาะทาง กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดใครจะครองตลาดชิป AI เซิร์ฟเวอร์ ความต้องการ HBM ที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาด DRAM ตึงตัวอย่างชัดเจน เพราะโมดูล HBM หนึ่งชุดต้องประกอบจาก DRAM หลายเลเยอร์ ยิ่งขยับไปสู่ HBM4 ที่ใช้เลเยอร์มากขึ้น ยิ่งดึง DRAM ออกจากการใช้งานทั่วไป ผลคือใครไม่มี HBM ก็เข้าสนามแข่งขัน AI ไม่ทัน

สิ่งที่เปลี่ยนโครงสร้างตลาดคือการที่ผู้ผลิตรายใหญ่ล็อกกำลังการผลิตผ่านสัญญาระยะยาวแทนการขายในตลาดสปอต ผู้เล่นอย่างซัมซุงจองกำลังผลิตหน่วยความจำไว้ราว 70% สำหรับข้อตกลงส่งมอบยาวไปถึงปี 2031 โดยราคาหน่วยความจำ HBM ในสัญญาระยะยาวถูกกว่าราคาสปอตถึงประมาณ 5 เท่า เมื่อมองจากโมดูล HBM3E ขนาด 36GB ที่สปอตราคาราว 2.87 ล้านวอน แต่ในสัญญาระยะยาวเหลือเพียง 500,000–700,000 วอนต่อชุด ใครไม่ยอมผูกสัญญาก็ต้องจ่ายแพงและเสี่ยงขาดของ

สถาปัตยกรรม 3D หน่วยความจำและ NVHBM ทำไมอนาคตดาต้าเซ็นเตอร์ต้องคิดเป็นระบบตั้งแต่ชิปถึงสายไฟ

โครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กำลังชนกำแพงสามชั้น ทั้ง Memory Wall Performance Wall และ Copper Wall เมื่อหน่วยประมวลผลวิ่งได้เร็วแต่หน่วยความจำส่งข้อมูลไม่ทัน ระบบจึงติดคอขวดด้านแบนด์วิดท์และพลังงาน สถาปัตยกรรม 3D หน่วยความจำ และ HBM จึงไม่ใช่ของแต่งหรู แต่เป็นทางรอดเดียวของศูนย์ข้อมูลที่ต้องการรองรับโมเดลขนาดใหญ่โดยไม่ระเบิดค่าไฟและความร้อน

ซัมซุงประกาศยุทธศาสตร์หน่วยความจำยุคใหม่ที่เน้นสถาปัตยกรรม 3D เพื่อเพิ่มความจุ แบนด์วิดท์ และประสิทธิภาพพลังงาน โดยหันไปใช้โครงสร้างแนวตั้งเพื่อเพิ่มความจุโดยไม่ต้องกินพื้นที่บอร์ด พร้อมจัดวางลอจิกกับหน่วยความจำในคอนฟิก 3D เพื่อลดดีเลย์การประมวลผลและเพิ่มความเร็วการส่งข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อระยะสั้น เขาย้ำชัดว่าเป้าหมายสูงสุดของ 3D คือการลดพลังงานต่อหนึ่งบิตข้อมูล และกำลังพัฒนา HBM เจเนอเรชันที่แปดหรือ HBM5 ให้ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า HBM4E สองเท่า พร้อมประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่ม 20% และความต้านทานความร้อนลด 20%

ฝั่งเอ็นวิเดียเองก็ไม่รอผู้ผลิตหน่วยความจำกำหนดเกมแต่เพียงฝ่ายเดียว บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมหน่วยความจำ HBM แบบปรับแต่งเองชื่อ NVHBM ที่ตั้งใจให้แบนด์วิดท์สูงขึ้น ใช้พลังงานลดลง และเพิ่มพื้นที่ซิลิคอนที่ใช้งานได้ เมื่อเทียบกับ HBM4E ปกติ แม้เอ็นวิเดียไม่ได้ผลิตชิปเอง แต่การออกแบบ NVHBM แล้วให้ผู้ผลิตสามรายใหญ่เป็นคนผลิต หมายความว่ามูลค่าทางเทคโนโลยีของ HBM จะเอนเข้าหาผู้ออกแบบอย่างเอ็นวิเดียมากกว่าผู้ขาย DRAM ซึ่งค่อยๆ ถูกดันไปสู่สถานะสินค้าโภคภัณฑ์

Google TSMC และบทบาทของชิปคัสตอมในดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

เมื่อ Memory และการเคลื่อนย้ายข้อมูลกลายเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพระบบ AI มากกว่าตัวประมวลผลเพียงอย่างเดียว แนวคิดเรื่องชิปคัสตอมจึงขยายจากตัวเร่งผลไปสู่ทุกจุดในดาต้าเซ็นเตอร์ Google คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน บริษัทไม่ได้หยุดแค่ TPU แต่ทำข้อตกลงกับ Marvell เพื่อออกแบบชิปเฉพาะทางตั้งแต่ตัวเร่ง inference คอนโทรลเลอร์สตอเรจ คอนโทรลเลอร์อินเตอร์เฟซเครือข่าย คอนโทรลเลอร์อินเตอร์เฟซหน่วยความจำ ไปจนถึง near-memory compute กล่าวอีกอย่างคือกำลังขยายตรรกะของ TPU ไปครอบทั้งสถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูล

ข้อตกลงนี้ผูกกับวอร์แรนต์ให้ Google มีสิทธิ์ซื้อหุ้น Marvell เกือบ 59 ล้านหุ้น โดยการเวสต์ส่วนใหญ่ขึ้นกับยอดรายได้คัสตอมโปรดักต์สะสมสูงสุดถึง 120 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2033 รายได้ที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงจนถึงปีงบประมาณ 2028 ถูกนับรวมในประมาณการเดิมแล้ว และผลเชิงบวกที่อาจใหญ่กว่าจะเริ่มชัดตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไป สำหรับผู้ใช้ปลายทาง นี่หมายความว่าบริการคลาวด์จากผู้ให้บริการรายใหญ่จะมีอิสระเลือกชิปใดก็ได้ที่คุ้มต้นทุนที่สุด ตราบใดที่ทำให้ดีเลย์และราคาต่อการรัน inference เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าข้างใต้คือ GPU ทั่วไปหรือชิปเฉพาะทาง

ในอีกด้านหนึ่ง โรงงานรับจ้างผลิตอย่าง TSMC กลายเป็นเสาหลักที่ยึดโครงสร้างทั้งหมดเข้าด้วยกัน ปัจจุบัน TSMC นำตลาดด้วยเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้ง Chip-on-Wafer-on-Substrate หรือ CoWoS ที่ใช้ซิลิคอนอินเตอร์โพเซอร์เชื่อม GPU หรือชิปประมวลผลเข้ากับหน่วยความจำ HBM ภายในแพ็กเกจเดียว Counterpoint Research มองว่าแม้อีกค่ายอย่าง Intel จะมีแนวทางน่าสนใจ แต่ TSMC ยังได้เปรียบทั้งกำลังการผลิต เทคโนโลยีพร้อมใช้งาน และระบบนิเวศมาตรฐาน JEDEC จุดนี้ทำให้อนาคตของชิป AI เซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ผูกแค่กับความสำเร็จของ GPU รายใดรายหนึ่ง แต่ผูกกับความสามารถของโรงงานอย่าง TSMC ในการป้อนชิปให้ทั้งอุตสาหกรรม

ผลสะเทือนต่อผู้ใช้ทั่วไป และทิศทางต่อไปของโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

เมื่อการเติบโตของ AI ส่งโอกาสไปทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิต GPU และ AI ASIC ผู้ผลิตหน่วยความจำ โรงงานรับจ้างผลิตชิป ผู้ให้บริการแพ็กเกจจิ้ง ผู้ผลิตซับสเตรต ไปจนถึงผู้พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อและการสื่อสารด้วยแสง สิ่งที่ผู้ใช้ปลายทางจะเห็นคือบริการ AI ที่หลากหลายขึ้น ราคาต่อการใช้งานมีแนวโน้มถูกลงในระยะยาว แต่ช่วงเปลี่ยนผ่านอาจมีความผันผวน ทั้งด้านค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์และความพร้อมของทรัพยากรในคลาวด์

ข้อดีคือผู้ให้บริการระดับ hyperscaler มีอิสระมากขึ้นในการย้ายเวิร์กโหลดไปยังชิปของตัวเอง หากสามารถให้ระดับบริการที่ต้องการด้วยต้นทุนต่ำกว่า ก็ไม่มีเหตุผลให้ลูกค้ายึดติดกับชื่อรุ่น GPU ใดเป็นพิเศษ สำหรับเราในฐานะผู้ใช้ ผลสุดท้ายคือมีโอกาสเข้าถึงบริการ AI ที่เร็วขึ้น ถูกลง และกินไฟในดาต้าเซ็นเตอร์น้อยลง เพราะสถาปัตยกรรม 3D หน่วยความจำและแนวทางใหม่ๆ เช่น NVHBM เน้นลดพลังงานต่อหนึ่งบิตข้อมูลและลดความร้อนสะสม

อย่างไรก็ตาม การที่ซัพพลาย HBM และ DRAM ถูกล็อกผ่านสัญญาระยะยาวจนถึงปี 2031 ทำให้ผู้เล่นรายเล็กในตลาดคลาวด์หรือผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปอาจเสียเปรียบอย่างชัดเจน โครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในอีก 5–10 ปีข้างหน้าจึงน่าจะถูกกำหนดโดยไม่กี่บริษัทที่มีเงินพอจะล็อกหน่วยความจำล่วงหน้า และมีความสามารถออกแบบชิปคัสตอมทั้งสแตก ส่วนคนอื่นต้องเลือกว่าจะเข้าไปเป็นพันธมิตรตามเกมของยักษ์ใหญ่ หรือหาโพสิชันนิ่งใหม่ในห่วงโซ่อุปทานที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!