ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

ดีลเอ็มบัปเป้–ออน จุดเปลี่ยนของนักฟุตบอลสัญญาสปอร์ต

ดีลระหว่างคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับแบรนด์สปอร์ตแวร์ออน คือการย้ายค่ายจากไนกี้ไปสู่แบรนด์หน้าใหม่ในตลาดฟุตบอล โดยมีทั้งบทบาทพรีเซนเตอร์และการมีส่วนร่วมเชิงธุรกิจผ่านหุ้นในบริษัท ทำให้ดีลนี้สะท้อนการรับรองนักกีฬายุคใหม่ ที่สตาร์ไม่ได้ขายแค่ภาพลักษณ์ แต่เข้าไปถือสิทธิ์ในแบรนด์และร่วมสร้างผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง เปลี่ยนสมการอำนาจระหว่างแบรนด์สปอร์ตแวร์แข่งขันกับนักเตะจากสัญญาสปอนเซอร์แบบเดิมสู่ความเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมเติบโต

สิ่งที่ควรเห็นตั้งแต่ต้นคือ นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนโลโก้บนรองเท้าสตั๊ด แต่คือการหันหลังให้ระบบสัญญาสปอนเซอร์แบบเก่าที่นักเตะมีสถานะเป็นผู้รับค่าตัว แล้วหันไปจับดีลคุณภาพผู้เล่นในแบบผู้ร่วมลงทุน เอ็มบัปเป้ยุติความสัมพันธ์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2006 กับไนกี้ก่อนสัญญาจะหมดลงและไม่มีการขยายออกไป จากนั้นจึงอำลาไนกี้และเซ็นสัญญายาว 10 ปีกับออน พร้อมรับบทโกลบอลแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ที่กำลังเข้าสู่ธุรกิจรองเท้าสตั๊ด การประกาศความร่วมมือเมื่อวันที่ 18 กันยายนยังเป็นหมุดหมายที่ออนใช้เปิดตัวสู่ตลาดฟุตบอลอย่างเป็นทางการ โดยเลือกใช้เอ็มบัปเป้เป็นหัวหอกในการสร้างแบรนด์

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

จากไนกี้สู่ออน: เมื่อแบรนด์ใหญ่เริ่มเปราะบางต่อพลังอำนาจนักกีฬา

การที่เอ็มบัปเป้โบกมือลาไนกี้หลังร่วมงานเกือบ 20 ปี ไม่ใช่แค่ข่าวใหญ่ของแฟนบอล แต่เป็นสัญญาณเตือนสำหรับเจ้าตลาดที่เคยผูกขาดการรับรองนักกีฬาในฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ไนกี้และคู่แข่งรายใหญ่เคยครองพื้นที่แทบทั้งหมดในสัญญาสปอร์ตของนักฟุตบอลระดับท็อป แต่การเสียหน้าไปให้แบรนด์ที่ยังไม่มีรองเท้าสตั๊ดวางขายแม้แต่คู่เดียวชี้ให้เห็นว่าทุกวันนี้อำนาจต่อรองเริ่มไหลออกจากบริษัทไปสู่ตัวนักกีฬาเอง นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์สามารถเลือกแบรนด์ที่เปิดพื้นที่ให้เขามีเสียงในผลิตภัณฑ์และมีส่วนร่วมในมูลค่าบริษัท มากกว่าค่าตอบแทนก้อนโตเพียงอย่างเดียว

ดีลของออนกับเอ็มบัปเป้ถูกมองว่าเป็นการท้าทายโดยตรงต่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดฟุตบอล ซึ่งเคยมีอำนาจผูกขาดเกือบทั้งหมดในภาคส่วนนี้ น่าสนใจว่าแม้ขนาดธุรกิจของออนยังเล็กกว่ามาก โดยมูลค่าตลาดของ On Holding อยู่ที่ 9.13 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Nike อยู่ที่ 53.94 พันล้านดอลลาร์ แต่แบรนด์เล็กกลับกล้าปะทะด้วยกลยุทธ์ใหม่ที่ใช้สตาร์ฟุตบอลเป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์ การตอบรับของตลาดทุนยิ่งตอกย้ำพลังดีลนี้ เพราะทันทีที่ออนประกาศจับมือเอ็มบัปเป้ ราคาหุ้นของบริษัทขยับขึ้นทันที แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจะยังลดลงอยู่ก็ตาม

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

ดีลคุณภาพผู้เล่น: จากค่าตัวสปอนเซอร์สู่การถือหุ้นในแบรนด์

หัวใจของดีลเอ็มบัปเป้–ออนอยู่ที่โครงสร้างสัญญา นักฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงใบหน้าบนโปสเตอร์หรือคนใส่รองเท้าในสนาม แต่กลายเป็นผู้ร่วมสร้างแบรนด์ทั้งทางการตลาดและทางการเงิน มีรายงานว่าเอ็มบัปเป้ได้รับทั้งค่าตอบแทนและหุ้นในบริษัท หรือ Equity ไม่ต่างจากโมเดลที่ออนเคยใช้กับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ซึ่งเข้าซื้อหุ้นและร่วมพัฒนารองเท้าภายใต้ชื่อของตัวเองมาก่อน นี่คือรูปแบบดีลคุณภาพผู้เล่นที่กำลังยกระดับการรับรองนักกีฬา ให้กลายเป็นความร่วมมือแบบหุ้นส่วนแท้จริง นักเตะได้สิทธิประโยชน์จากการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว ขณะที่แบรนด์ได้ความผูกพันระดับลึกกับสตาร์ที่พร้อมลงทุนทั้งชื่อเสียงและเวลา

สิ่งที่ทำให้ดีลนี้ทรงพลังคือบทบาทของเอ็มบัปเป้ในทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เขาไม่เพียงสวมรองเท้าเพื่อถ่ายภาพ แต่จะทำงานร่วมกับทีมของออนโดยตรง ทั้งการออกแบบ ทดสอบ และปรับรายละเอียดของรองเท้าให้ตรงกับสไตล์การเล่นของตัวเอง นี่เป็นการพลิกมุมมองของนักฟุตบอลสัญญาสปอร์ต จากรับชุดที่ออกแบบเสร็จแล้วไปใส่ เป็นการร่วมสร้างรองเท้ารุ่นใหม่ ตั้งแต่ระดับต้นแบบจนถึงรุ่นวางขาย เมื่อเชื่อมพลังความคิดของนักเตะเข้ากับเทคโนโลยีของแบรนด์ ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่รองเท้าที่ขายได้ แต่คือสินค้าที่สะท้อนตัวตนและความต้องการจริงในสนามของผู้เล่นระดับสูง

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

กลยุทธ์นวัตกรรมของออนและบทบาทเอ็มบัปเป้ในสนามจริง

ออนไม่ได้บุกตลาดฟุตบอลด้วยการโหนชื่อสตาร์เพียงอย่างเดียว จุดแข็งที่แบรนด์เลือกใช้คือการผลักดันนวัตกรรมรองเท้า แล้วดึงนักกีฬาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา เทคโนโลยี LightSpray ซึ่งใช้แขนกลหุ่นยนต์ฉีดพ่นเส้นใยเทอร์โมพลาสติกต่อเนื่องลงบนหุ่นรูปเท้า เพื่อสร้างส่วนอัปเปอร์แบบไร้รอยต่อและน้ำหนักเบา กำลังถูกต่อยอดจากรองเท้าวิ่งมาสู่รองเท้าสตั๊ดโดยเฉพาะ ผลที่ได้คือรองเท้าที่ให้สัมผัสลูกบอลใกล้เคียงการเล่นเท้าเปล่า และลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตส่วนอัปเปอร์ลงได้ราว 75 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิม นี่คือคำตอบว่าทำไมออนจึงเชื่อว่าตัวเองสามารถท้าชนเจ้าตลาดที่ครองเกมมานานหลายทศวรรษได้

ออนยังเดินเกมรุกด้วยการแต่งตั้งเธียร์รี อองรีเป็นผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล และดึงนักกีฬาหลากหลายประเภทเข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ตลาดวิ่ง เทนนิส ไปถึงรองเท้าแฟชั่น เพื่อสร้างแบรนด์สปอร์ตแวร์แข่งขันที่มีภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม สำหรับรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรก แบรนด์มีแผนจะออกสู่ตลาดในปี 2027 และก่อนถึงวันนั้น เอ็มบัปเป้จะเริ่มสวมรองเท้าต้นแบบ LightSpray Prototype ลงสนามการแข่งขันจริงกับเรอัล มาดริดในช่วงฤดูกาลนี้ เพื่อเก็บข้อมูลและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป นี่คือการทดสอบในสถานการณ์จริงที่ทำให้รองเท้าไม่ใช่แค่โปรเจ็กต์วิจัยในห้องแล็บ แต่เป็นอุปกรณ์ที่ผ่านการพิสูจน์ในเกมระดับสูงสุดของฟุตบอลอาชีพ

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

อำนาจใหม่ของนักกีฬา และความหมายต่ออนาคตการรับรองนักกีฬา

เมื่อมองภาพรวม ดีลเอ็มบัปเป้–ออนไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่วางแนวทางใหม่ให้กับการรับรองนักกีฬาทั้งวงการ มันบอกเราว่าสำหรับสตาร์ฟุตบอลยุคนี้ การเลือกแบรนด์สปอร์ตแวร์แข่งขันไม่ได้วัดจากชื่อเสียงหรือประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบคำถามว่าแบรนด์ให้พื้นที่เขาเป็นเจ้าของเกมมากแค่ไหน นักฟุตบอลต้องการดีลคุณภาพผู้เล่นที่เปิดให้ถือหุ้นในบริษัท เข้าถึงโต๊ะประชุม และร่วมกำหนดทิศทางผลิตภัณฑ์ไปพร้อมแบรนด์ การตัดสินใจเดินออกจากไนกี้ไปสู่ออนจึงเป็นการส่งสัญญาณว่า นักกีฬาไม่ได้อยากเป็นแค่สัญลักษณ์ของแบรนด์ แต่อยากเป็นผู้ร่วมออกแบบอนาคตของธุรกิจ

จากมุมมองแบรนด์ การเปิดดีลแบบนี้หมายถึงการยอมรับว่าพลังตัวตนของนักกีฬาสามารถยกระดับสินค้าจากการเป็นรองเท้าคู่หนึ่ง ไปเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องเล่าชัดเจน หากออนพิสูจน์ได้ว่ารองเท้าสตั๊ดของตัวเองตอบโจทย์ในสนามจริง และใช้โมเดลหุ้นส่วนกับนักกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง เราอาจเห็นการแข่งขันด้านนักฟุตบอลสัญญาสปอร์ตที่ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม เมื่อแบรนด์ใหญ่ต้องหันมาทบทวนว่าเพดานความร่วมมือที่เคยเสนอให้สตาร์นั้นสูงพอหรือยัง ดีลเอ็มบัปเป้จึงเป็นมากกว่าการย้ายค่าย มันคือโจทย์ใหม่ที่บังคับให้ทั้งวงการสปอนเซอร์กีฬา อุตสาหกรรมรองเท้า และนักเตะรุ่นต่อไปต้องคิดใหม่ว่าคำว่าการรับรองนักกีฬาจะหมายถึงอะไรในทศวรรษหน้า

เมื่อดีลเอ็มบัปเป้เขย่าเกม การรับรองนักกีฬา และอำนาจใหม่ของสตาร์ฟุตบอล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!