ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

แฟชั่นตัวแทนร่างกายคืออะไร และทำไมเราต้องเลิกพอใจกับการครอบคลุมแบบครึ่งๆ กลางๆ

แฟชั่นตัวแทนร่างกาย คือแนวคิดที่ให้อุตสาหกรรมแฟชั่นมองและยอมรับความหลากหลายในแฟชั่นผ่านเรือนร่างที่แตกต่างกันของผู้คน ตั้งแต่พลัสไซซ์แฟชั่น รูปร่างผอมสูง ไปจนถึงสัดส่วนร่างกายที่ไม่ตรงกรอบมาตรฐานเดิม และทำให้ทุกเรือนร่างมีพื้นที่มองเห็นทั้งในแคมเปญ รันเวย์ และเบื้องหลังการออกแบบ ไม่ใช่แค่การให้โควต้าสัญลักษณ์หรือคัดเลือกตัวแทนเพียงไม่กี่คนเพื่อสร้างภาพว่าครอบคลุมเท่านั้น การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เริ่มชัดขึ้นเมื่อเสียงของคนทำงานไซซ์พลัสอย่าง Kim Russell พูดตรงๆ ว่าเธอยังไม่รู้สึกว่าได้รับการเป็นตัวแทนที่แท้จริงในวงการ เพราะนางแบบพลัสไซซ์ที่ประสบความสำเร็จมักถูกเลือกเฉพาะรูปร่างที่ท้องแบน แขนขาเล็ก เพียงเพิ่มหน้าอกและสะโพก แม้จะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความครอบคลุม แต่กลับไม่ได้สะท้อนเรือนร่างที่หลากหลายอย่างจริงใจ การยอมรับแบบครึ่งๆ กลางๆ เช่นนี้ทำให้ภาพรวมของมาตรฐานสัดส่วนร่างกายยังวนกลับไปที่กรอบเดิมอยู่เสมอ

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

เมื่อสัดส่วนถูกประดิษฐ์ให้ดูแฟชั่น แต่เรือนร่างจริงยังถูกมองข้าม

ความหลากหลายในแฟชั่นถูกพูดถึงมากขึ้นก็จริง แต่คำถามที่เจ็บปวดคือ เรากำลังเฉลิมฉลองร่างกายหรือเฉลิมฉลองการจัดพร็อพให้มันดูแฟชั่นมากกว่า ทุกวันนี้พลัสไซซ์แฟชั่นมักถูกแทนด้วยสัดส่วนที่เหมือนถูกออกแบบบนเรือนร่างที่ผอมกว่า เช่นสะโพกเสริมฟองน้ำ หน้าอกเทียม หรือโครงไหล่ขยาย ทั้งที่มีคนจำนวนมากมีสัดส่วนเดียวกันโดยธรรมชาติแต่กลับไม่ได้ถูกมองเห็นเท่าเทียมกัน การสำรวจความคิดเห็นผู้อ่านชี้ให้เห็นอคติชัดเจน ผู้อ่าน 96% เชื่อว่าชุดเดียวกันจะถูกมองต่างกันไปตามร่างกายของผู้สวมใส่ และ 67% บอกว่าชุดหนึ่งเปลี่ยนไปตามเรือนร่างผู้ใส่ไม่ว่าสไตล์จะเหมือนเดิม คอนเทนต์ซีรีส์วิเคราะห์ว่า “เป็นลุคที่ดี หรือแค่คนใส่ผอม” ยิ่งตอกย้ำว่าเรามักประเมินความชิกจากการที่ชุดผ่านเกณฑ์ร่างกายที่เราคุ้นเคย มากกว่าจะตั้งคำถามว่าดีไซน์นั้นมีคุณค่าด้านสไตล์จริงหรือไม่ มาตรฐานสัดส่วนร่างกายจึงยังทำหน้าที่กั้นคนจำนวนมากให้อยู่นอกภาพที่เรียกว่าแฟชั่น

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

อัลกอริทึม สื่อโซเชียล และภาพปัญญาประดิษฐ์ที่กำหนดร่างกายแบบใหม่ของแฟชั่น

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญของยุคนี้คือ แฟชั่นไม่ได้เดินตามรสนิยมมนุษย์อย่างเดียว แต่เริ่มเดินตามรสนิยมของอัลกอริทึมด้วย ในปี 2020 มีรายงานว่าแพลตฟอร์มหนึ่งลดการมองเห็นเรือนร่างพลัสไซซ์หลังเปิดตัวทั่วโลกได้ไม่นาน สิ่งนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยีไม่ได้สร้างอคติขึ้นใหม่ แต่นำอคติเดิมมาทำให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงกว่าเดิมผ่านการจัดลำดับการมองเห็น ดีไซเนอร์อย่าง Esmay Wagemans อธิบายว่าอัลกอริทึมสร้างวงจรป้อนกลับรอบสิ่งที่ทำผลงานดีบนหน้าจอ ทำให้เรือนร่างที่ระบบภาพอ่านออกได้ง่ายมีมูลค่าทางการค้า และส่งผลต่อทั้งการสไตลิ่ง แคมเปญ ไปจนถึงวิธีที่คนแต่งตัวและมองร่างกายตัวเอง ขณะเดียวกัน แบรนด์เดนิมรายหนึ่งร่วมมือกับบริษัทสร้างนางแบบปัญญาประดิษฐ์ในปี 2023 เพื่อเพิ่มความหลากหลายนางแบบบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ แต่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการผลักดันอุดมคติรูปร่างสมบูรณ์แบบเกินจริงและกันเรือนร่างจริงออกไป ไม่แปลกที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 78% คาดว่าภาพปัญญาประดิษฐ์จะตอกย้ำมาตรฐานรูปร่างที่มีอยู่ มากกว่าจะขยายขอบเขต และ 47% เชื่อว่ามันจะปรับเรือนร่างให้เข้ากับประสิทธิภาพตามอัลกอริทึมล้วนๆ ในขณะที่ 31% มองว่ามันแค่ขยายอุดมคติเดิมให้ยิ่งชัดเจนขึ้น

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

ดีไซเนอร์ที่ออกแบบจากเรือนร่างจริง ไม่ใช่จากเงาแบนสองมิติ

ท่ามกลางแรงกดดันจากอัลกอริทึม ยังมีดีไซเนอร์ที่เลือกเดินสวนกระแสและนิยามความหลากหลายในแฟชั่นใหม่ผ่านการทำงานกับเรือนร่างจริง หนึ่งในนั้นคือ Esmay Wagemans ที่เริ่มกระบวนการออกแบบจากการสแกนร่างกายนางแบบแบบสามมิติ แล้วสร้างแม่พิมพ์เฉพาะบุคคลตามรูปทรงจริงของแต่ละคน แนวปฏิบัตินี้เป็นเหมือนยาแก้ภาพสองมิติ เพราะบังคับให้ทั้งทีมงานและผู้สวมชุดต้องมองเห็นตัวเองในมิติเต็ม ไม่ใช่แค่ในเงาร่างที่อัลกอริทึมอ่านออกได้ง่าย แนวคิดดังกล่าวสอดรับกับการเคลื่อนไหวของดีไซเนอร์อย่าง Karoline Vitto, Sinead O’Dwyer และ Ester Manas ที่ถูกยกให้เป็นแถวหน้าของการเปลี่ยนแปลงเรื่องตัวแทนเรือนร่างในนิทรรศการร่วมหนึ่ง พวกเธอไม่ได้เพียงส่งนางแบบไซซ์พลัสขึ้นรันเวย์ แต่ตั้งคำถามกับสูตรสัดส่วนร่างกายที่ทำให้หน้าอกเล็กหรือสะโพกบางถูกมองว่าชิกกว่า การออกแบบจึงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ผลักให้เรือนร่างทุกแบบมีสิทธิ์ดูแฟชั่นได้เท่ากัน มากกว่าจะเป็นแค่การปรับแพตเทิร์นให้พอดีไซซ์ที่ขายดี

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

จากการพูดถึงพลัสไซซ์สู่การครอบคลุมที่ฝังอยู่ในโครงสร้างแบรนด์

สิ่งที่น่าจับตาในตอนนี้คือ การพูดถึงพลัสไซซ์แฟชั่นเริ่มเคลื่อนจากการเป็นแคมเปญเฉพาะกิจไปสู่การตั้งคำถามถึงโครงสร้างทั้งแบรนด์ Kim Russell ชี้ว่าการทำให้ถูกต้องในเรื่องตัวแทนเรือนร่างต้องเริ่มจากความจริงใจ ไม่ใช่ทำเพราะถูกกดดัน เธอยกตัวอย่างว่าแบรนด์ชุดชั้นในและแบรนด์ชุดโอบสรีระบางแห่งคือไม่กี่รายที่ฝังการครอบคลุมไว้ในทุกกลไกของแบรนด์ ตั้งแต่การคัดเลือกนางแบบ การออกแบบไซซ์ ไปจนถึงภาพสื่อสาร การเปลี่ยนรุ่นของคนทำงานแฟชั่นทำให้เราต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นเงื่อนไขใหม่ของความน่าเชื่อถือ ถ้าแบรนด์ยังใช้เรือนร่างใหญ่อย่างเป็นสัญลักษณ์หรือใช้ร่างกายปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างภาพความหลากหลาย โดยไม่มีการกระจายโอกาสและตัวแทนจริงในเบื้องหลัง ก็เท่ากับย้ำว่าความงามและความเป็นแฟชั่นยังมีประตูคัดกรองที่แข็งแรง แฟชั่นจะมีความหมายกับคนส่วนใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อแบรนด์กล้าสลายมาตรฐานสัดส่วนร่างกายที่เคยใช้แยกคนออกจากภาพแฟชั่น แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้างที่ให้เรือนร่างทุกแบบมีพื้นที่และอำนาจนิยามความงามของตัวเอง

ความหลากหลายเรือนร่างที่กำลังเขียนนิยามใหม่ให้ความงามในแฟชั่น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!