ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง

รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง
ความสนใจ|ตัดเสียงรบกวนสำหรับเดินทาง

ภาพรวมและคำตัดสิน: หูฟังเดินทางที่อยากเป็นหูฟังสตูดิโอด้วย

Nothing Headphone (1) Pro คือหูฟังครอบหูแบบไร้สายที่รวมฟีเจอร์หูฟังตัดเสียง 46dB เข้ากับการจูนเสียงสตูดิโอ ANC เพื่อให้ใช้งานได้ทั้งระหว่างเดินทางและงานผลิตเพลงหรือมิกซ์เสียงที่ต้องการโทนเสียงนิ่งและเที่ยงตรง ฟังดูเหมือนจะเป็นหูฟังคอมโบตัวเดียวจบสำหรับคนเมืองที่อยากได้ความเงียบบนรถไฟฟ้าและต้องการความใกล้เคียงหูฟังสตูดิโอในชุดเดียวกัน จากมุมมองรีวิว Nothing Headphone (1) Pro เป็นหูฟังที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีหูฟังเดินทางและหูฟังทำงานเสียงในตัวเดียว แต่ก็ชัดเจนว่าไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับทุกคน น้ำหนัก 327 กรัมแม้จะลดจากรุ่นก่อนแต่ยังหนักกว่าคู่แข่งสายครอบหูหลายรุ่นอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาอยู่ในระดับพรีเมียมและต้องแข่งขันตรงกับแบรนด์เจ้าตลาดที่โดดเด่นด้านการตัดเสียงรบกวนและความสบายระยะยาว ใครมองหาความเงียบที่สุดบนเครื่องบินอาจต้องชั่งใจก่อน แต่ถ้าคุณต้องการหูฟังเดียวที่รับมือทั้งการเดินทางและงานเสียงระดับจริงจัง รุ่นนี้มีข้อดีชัดเจน

สเปกหลักรายละเอียดหมายเหตุ
ไดรเวอร์เสียงไดรเวอร์สามชุด 40 มม เบส 20Hz-10kHz ไดรเวอร์กลาง 5kHz-15kHz xMEMS แหลม 10kHz-40kHzออกแบบเพื่อบาลานซ์เบส กลาง แหลม
การตัดเสียงรบกวนANC สูงสุด 46dB ใช้ไมค์ 10 ตัว ปรับสามระดับเน้นลดเสียงลมและจราจรสำหรับการเดินทาง
น้ำหนัก327 กรัมยังหนักกว่าหูฟังครอบหูพรีเมียมหลายรุ่น
แบตเตอรี่ประมาณ 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และ 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANCชาร์จด่วน 5 นาที ฟังต่อได้ราว 2 ชั่วโมง
โหมดสตูดิโอปุ่ม Flat EQ Switch และ Studio B Spatial Audio จูนร่วมกับ Metropolis Studiosเปลี่ยนเป็นเสียงโทนเนเชอรัลสำหรับงานฟังละเอียด
การเชื่อมต่อHi-Res Audio ผ่าน Bluetooth และ USB-C แบบสาย สูงสุด 24-bit/192kHzเหมาะกับงานฟังไฟล์เสียงความละเอียดสูง
วัสดุและดีไซน์โครงอลูมิเนียม ขาไทเทเนียม กระจก Panda 9H บนเอียร์คัพดีไซน์โปร่งใสตามสไตล์ Nothing
สีตัวเครื่องBlack และ Whiteโทนสีเรียบแต่ดูไฮเทค
รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง

เสียงสตูดิโอ ANC จากไดรเวอร์สามชุดและการจูนร่วม Metropolis Studios

จุดขายหลักของ Nothing Headphone (1) Pro คือการประกาศตัวว่าเป็นหูฟังที่ทำได้ทั้งหน้าที่หูฟังเดินทางและหูฟังสตูดิโอในชุดเดียว โดยใช้สามไดรเวอร์ในแต่ละข้างเพื่อแยกงานเสียงอย่างชัดเจน ด้านล่างเป็นไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 40 มิลลิเมตรสำหรับเบส ครอบคลุมช่วง 20Hz-10kHz ส่วนกลางใช้ไดรเวอร์สำหรับเสียงกลางช่วง 5kHz-15kHz และด้านบนเป็นไดรเวอร์ xMEMS สำหรับเสียงสูงและรายละเอียดย่าน 10kHz-40kHz โครงสร้างนี้ช่วยให้เบส กระแทกชัด เสียงร้องและเครื่องดนตรีแยกชั้น และปลายแหลมเปิดโล่งโดยไม่กลบกันเอง มีการร่วมจูนเสียงกับ Metropolis Studios ให้โหมด Flat EQ Switch ที่ปรับเสียงเป็นโทนเรียบสำหรับงานฟังวิจารณ์หรือมิกซ์ และ Dynamic Spatial Audio โหมด Studio B ที่จำลองบรรยากาศห้องมิกซ์เสียง จากมุมผู้ใช้จริง นี่ทำให้ Nothing Headphone (1) Pro เป็นคู่หูที่ยืดหยุ่นมากขึ้น คุณสามารถเปิดโปรไฟล์สนุกๆ สำหรับฟังเพลงระหว่างเดินทาง แล้วกดปุ่มเปลี่ยนเป็นเสียงโทนกลางเพื่อเช็กบาลานซ์มิกซ์ที่บ้านโดยไม่ต้องสลับหูฟัง แต่ต้องยอมรับว่ามันยังไม่ใช่หูฟังสตูดิโอแบบสายล้วนที่ถูกออกแบบเพื่องานวิศวกรเสียงเต็มตัว และระดับความนิ่งของเสียงก็จะถูกจำกัดโดยระบบ ANC และการเชื่อมต่อไร้สายอยู่ดี

รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง

ประสิทธิภาพหูฟังตัดเสียง 46dB บนรถไฟฟ้าและระหว่างเดินทาง

สำหรับการใช้งานเป็นหูฟังเดินทาง Nothing Headphone (1) Pro มาพร้อมระบบ ANC สามระดับที่โฆษณาว่าสามารถลดเสียงได้สูงสุดถึง 46dB และใช้ไมค์จำนวน 10 ตัวในการวิเคราะห์เสียงรอบข้างเพื่อกรองเสียงลมและเสียงจราจรให้ดีขึ้น กล่าวได้ว่า การจูนของ ANC มีเป้าหมายชัดเจนที่การเดินทางในเมือง เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือเดินริมถนนที่มีเสียงรถและลมแรง มากกว่าจะเน้นเฉพาะการนั่งบนเครื่องบินเท่านั้น หูฟังตัดเสียง 46dB ในทางปฏิบัติจะให้ความเงียบระดับสูงเมื่อเทียบกับหูฟังทั่วไป ทำให้เสียงบทสนทนาคนอื่น เครื่องยนต์ หรือเสียงพื้นหลังเบาลงจนโฟกัสกับเพลงหรือพ็อดแคสต์ได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งเจ้าตลาดที่เน้น ANC เพียวๆ ยังมีคำถามว่ามันเงียบสู้ได้มากน้อยแค่ไหน แม้แหล่งข้อมูลหนึ่งจะมองว่าหากคุณสนใจเฉพาะความเงียบที่สุดบนเครื่องบิน การรอเปรียบเทียบกับรุ่น Sony และ Bose ก่อนอาจมีเหตุผลมากกว่า จุดเด่นของ Nothing Headphone (1) Pro จึงอยู่ที่การพยายามบาลานซ์ ANC ที่ดีพอสำหรับการเดินทางเข้ากับเสียงโทนเป็นกลางสำหรับงานสตูดิโอมากกว่าเป็นแชมป์ความเงียบเพียงอย่างเดียว

รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง

ดีไซน์ วัสดุ และความสบายการสวมใส่ในระยะยาว

Nothing Headphone (1) Pro ยังคงแนวทางดีไซน์โปร่งใสที่เห็นโครงสร้างภายใน แต่อัปเกรดวัสดุให้ดูจริงจังมากขึ้น โครงหลักใช้อลูมิเนียม ขาแขวนเป็นไทเทเนียม และมีแผ่นกระจก Panda 9H ที่ป้องกันรอยขีดข่วนปิดด้านนอกของเอียร์คัพ เพิ่มความรู้สึกแข็งแรงและพรีเมียมขณะเดียวกันยังใช้พลาสติกในบางส่วนเพื่อไม่ให้หนักเกินไป พูลม์หูครอบหูถูกปรับให้ลมนุ่มขึ้นกว่ารุ่นก่อน ทำจากหนังสังเคราะห์และผ้าไนลอน พร้อมโครงซิลิโคนหนา 8 มิลลิเมตรซ่อนอยู่ด้านในเพื่อช่วยให้ซีลรอบใบหูแนบกับผิว แม้จะใส่แว่นหรือมีเจ piercing ก็ยังช่วยลดช่องว่างการรั่วของเสียง อย่างไรก็ตาม น้ำหนักรวมของ Nothing Headphone (1) Pro ยังอยู่ที่ 327 กรัม แม้จะลดลงจากรุ่นแรกแต่ยังจัดว่าหนักเมื่อเทียบกับหูฟังครอบหูพรีเมียมหลายรุ่น สำหรับคนที่ใส่หูฟังทั้งวันบนรถไฟฟ้าหรือทำงานหน้าคอม น้ำหนักนี้อาจทำให้รู้สึกกดบนหัวหรือหูบ้างในระยะยาว แม้ว่าจะมีการขยายแถบคาดศีรษะและเพิ่มฟองน้ำให้หนาขึ้นก็ตาม วัสดุแข็งแรงและงานประกอบดูดี แต่ความสบายก็ยังไม่ใช่จุดที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างดีไซน์แตกต่าง วัสดุพรีเมียม กับน้ำหนักที่ต้องรับให้ได้

รีวิว Nothing Headphone (1) Pro หูฟังตัดเสียง 46dB ที่กล้าผสมงานสตูดิโอกับการเดินทาง

แบตเตอรี่ การใช้งานจริง และข้อดีข้อเสียหลัก

ในด้านการใช้งาน Nothing Headphone (1) Pro ให้แบตเตอรี่ที่ถือว่าดีมากสำหรับคนเดินทางบ่อย โดยระบุว่าฟังได้ราว 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และสูงสุดประมาณ 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC มีฟีเจอร์ชาร์จด่วนเพียง 5 นาทีที่ช่วยให้ฟังต่อได้ราว 2 ชั่วโมง ทำให้การพกไปทริปต่างจังหวัดหรือใช้งานทั้งสัปดาห์โดยไม่ต้องชาร์จบ่อยเป็นเรื่องไม่ยาก นอกจากนี้ยังรองรับ Hi-Res Audio ทั้งแบบไร้สายผ่าน Bluetooth และแบบเสียบสายผ่าน USB-C ด้วยความละเอียดสูงสุด 24-bit/192kHz สำหรับคนทำเพลงหรือฟังไฟล์ Lossless ถือว่าตอบโจทย์มากกว่าหูฟัง ANC ทั่วไปที่เน้นแต่การเดินทาง ด้านซอฟต์แวร์ Nothing X app ให้การปรับ EQ ที่ค่อนข้างละเอียด มีทั้งโหมดปรับง่ายแบบเลื่อนเบสและเสียงร้อง และโหมด Advanced EQ ที่ให้ขยับจุดต่างๆ บนย่านความถี่และปรับระดับไดรเวอร์หลักกับไดรเวอร์กลางได้แยกกัน จุดนี้ช่วยให้ Nothing Headphone (1) Pro เป็นหูฟังที่ปรับตัวได้ตามแนวเพลงและงานที่แตกต่างกัน แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ที่ไม่สนใจการจูนเสียงลึกๆ ด้านข้อเสียหลัก นอกจากน้ำหนักที่มากแล้ว ยังอยู่ในกลุ่มราคาพรีเมียมที่ต้องแข่งกับหูฟัง ANC จากเจ้าตลาดซึ่งโดดเด่นเรื่องความเงียบบนเครื่องบินและความสบายสุดๆ ขณะที่ Nothing เน้นขายแนวคิด “หูฟังตัวเดียวที่ทำได้สองบทบาท” มากกว่าเป็นแชมป์ด้านใดด้านหนึ่ง

ข้อดี

  • โครงสร้างไดรเวอร์สามชุดให้เสียงเบส กลาง แหลมชัดและแยกชั้นดี รองรับทั้งฟังเพลงสนุกและงานมิกซ์เสียงระดับจริงจัง
  • หูฟังตัดเสียง 46dB ด้วยไมค์ 10 ตัว ช่วยลดเสียงลมและจราจรได้ดี เหมาะกับการเดินทางในเมือง
  • แบตเตอรี่ยาว ใช้ได้ประมาณ 30 ชั่วโมงกับ ANC และสูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC พร้อมชาร์จด่วน 5 นาทีฟังต่อได้ราว 2 ชั่วโมง
  • มีโหมด Flat EQ Switch และ Studio B Spatial Audio จูนร่วม Metropolis Studios ทำให้ใช้เป็นหูฟังงานสตูดิโอ ANC ได้ในระดับหนึ่ง

ข้อเสีย

  • น้ำหนัก 327 กรัมยังมากกว่าหูฟังครอบหูพรีเมียมหลายรุ่น อาจไม่สบายสำหรับการใส่นานๆ ทั้งวัน
  • อยู่ในระดับราคาพรีเมียมและต้องแข่งขันกับหูฟัง ANC เจ้าตลาดที่เน้นความเงียบที่สุดบนเครื่องบิน ทำให้คนที่สนใจเฉพาะ ANC อาจลังเล
  • แอปและตัวเลือก EQ มีความซับซ้อน คนที่ไม่สนใจการจูนเสียงอาจรู้สึกว่าเกินความจำเป็น
  • ยังไม่มีหลักฐานว่าระดับความเงียบ ANC แซงคู่แข่งสายเดินทางที่เน้นตัดเสียงเป็นหลัก ผู้ที่อยากได้ความเงียบจัดๆ อาจต้องรอดูผลเปรียบเทียบ

Buy if / Skip if

  • Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณอยากได้หูฟังเดินทางครอบหูที่ใช้เป็นหูฟังเสียงสตูดิโอ ANC สำหรับมิกซ์หรือฟังวิจารณ์ได้ในตัวเดียว
  • Skip the Nothing Headphone (1) Pro if เป้าหมายหลักของคุณคือความเงียบที่สุดบนเครื่องบินและคุณให้ความสำคัญกับ ANC มากกว่าคุณภาพเสียงหรือโหมดสตูดิโอ
  • Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณต้องการแบตเตอรี่ยาวมากสำหรับการเดินทางไกลหรือใช้ฟังทั้งวัน และโอเคกับการเปิด ANC แค่บางช่วงเพื่อประหยัดแบต
  • Skip the Nothing Headphone (1) Pro if คุณใส่หูฟังครอบหูนานหลายชั่วโมงทุกวันและไวต่อน้ำหนักส่วนเกิน เพราะน้ำหนัก 327 กรัมอาจสร้างความล้าบนศีรษะ
  • Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณชอบปรับแต่งเสียงเอง ต้องการ EQ ละเอียดและฟีเจอร์ Hi-Res Audio ทั้งแบบสายและไร้สายสำหรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง
  • Skip the Nothing Headphone (1) Pro if คุณอยากได้หูฟังใช้งานง่าย ไม่สนใจโหมดสตูดิโอหรือการจูนเสียงลึกๆ และต้องการหูฟัง ANC ที่เน้นความสบายและการใช้งานเรียบง่ายมากกว่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!