ภาพรวมและคำตัดสิน: หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมสำหรับคนฟังละเอียดมากกว่าคนรักเบสจัด
Nothing Headphone (1) Pro คือหูฟังครอบหูไร้สายระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อผสานเสียงแนวสตูดิโอแบบ Flat EQ เข้ากับระบบตัดเสียงรบกวน 46dB และการออกแบบวัสดุหรูที่มีทั้งกระจก ไทเทเนียม และอะลูมิเนียม เหมาะกับผู้ฟังที่ต้องการความเที่ยงตรงของโทนเสียงมากกว่าการปรุงแต่งย่านเบส เน้นการใช้งานทั้งฟังเพลง ทำงานเสียง และมอนิเตอร์ผลงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนสูง ไม่ใช่หูฟังสายเบสหนักหรือเพื่อความบันเทิงล้วน เพราะจุดแข็งอยู่ที่ความเป็นกลางของเสียงและความยืดหยุ่นในการปรับ EQ ผ่านสวิตช์ Flat EQ และแอป Nothing X มากกว่าลูกเล่นสายเอฟเฟกต์ หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมรุ่นนี้จึงเหมาะกับคนฟังละเอียด นักทำเพลงคอนเทนต์ และสายออดิโอไฟล์ที่โฟกัสโทนเสียงที่สมดุล จากการออกแบบและสเปก Nothing Headphone (1) Pro ตั้งใจแก้ข้อจำกัดของหูฟัง ANC ทั่วไปที่มักเลือกทางใดทางหนึ่งระหว่างเสียงสตูดิโอกับความเงียบ โดยเพิ่มระบบไดรเวอร์สามตัว ANC และโหมด Studio B เพื่อให้ใช้ได้ทั้งบนรถไฟฟ้าและในห้องมิกซ์เสียง อย่างไรก็ตาม ด้วยภาพรวมที่เน้นความเป็นกลางของเสียงและโฟกัสคนทำงานเสียง ราคาพรีเมียมนี้จะคุ้มค่ากับคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการโทนเสียงแบบสตูดิโอ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการแค่หูฟังฟังเพลงสนุกทั่วไปเท่านั้น

ไดรเวอร์สามตัวและเสียงสตูดิโอ: จุดเด่นสำคัญแต่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบโทน Flat
สิ่งที่ทำให้ Headphone (1) Pro แตกต่างจากหูฟังครอบหูทั่วไปคือการใช้ไดรเวอร์สามตัวในแต่ละข้าง แยกหน้าที่รับผิดชอบเสียงเบส มิด และแหลมออกจากกัน เหมือนลำโพงสามทางในขนาดเอียร์คัพ หูฟังนี้ใช้ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 40 มิลลิเมตรสำหรับเสียงเบส ไดรเวอร์ Dynamic แบบ Precision ขนาด 13 x 8 มิลลิเมตรสำหรับย่านเสียงกลาง และไดรเวอร์ xMEMS ที่ใช้ไดอะแฟรมซิลิโคนสำหรับเสียงแหลม พร้อมช่วงตอบสนองความถี่ 20 ถึง 40,000 เฮิรตซ์ การจัดสรรงานแบบนี้ช่วยให้แต่ละย่านมีรายละเอียดชัดขึ้นโดยไม่กลบกันเอง จูนเสียงร่วมกับ Metropolis Studios ทำให้โทนเสียงเอนเอียงไปทางสไตล์สตูดิโอ เน้นความเที่ยงตรงมากกว่าการเติมสีสันของเบสหรือแหลมเกินจริง จุดที่น่าสนใจคือสวิตช์ Flat EQ แบบกายภาพที่เมื่อเปิดจะตัดการประมวลผลเสียงทั้งหมดออก เพื่อให้ได้โพรไฟล์เสียงที่เป็นกลางสำหรับงานตรวจเช็คหรือมิกซ์ นี่คือข้อดีใหญ่สำหรับสายออดิโอไฟล์และคนทำงานเสียง แต่สำหรับผู้ฟังทั่วไปที่คุ้นกับเสียงเบสหนาและแหลมคมจากหูฟังคอนซูเมอร์ มีโอกาสสูงที่จะรู้สึกว่าโทน Flat EQ แห้งหรือเรียบไป อาจต้องใช้โปรไฟล์ EQ แบบ British music และโหมด Dynamic Spatial Audio เช่น Standard หรือ Live House เพื่อเพิ่มความสนุกในการฟังมากขึ้น
| สเปกหลัก | รายละเอียด | ผลต่อการใช้งาน |
|---|---|---|
| ไดรเวอร์เบส | Dynamic 40 มม. | แรงปะทะดีแต่จูนให้ไม่บวมเกินไป เหมาะกับโทนกลาง |
| ไดรเวอร์มิด | Dynamic 13 x 8 มม. | ช่วยให้เสียงร้องและเครื่องดนตรีกลางชัด แยกรายละเอียดง่าย |
| ไดรเวอร์แหลม | xMEMS ซิลิโคน | ให้ปลายเสียงแหลมที่สะอาด เหมาะกับงานมอนิเตอร์ |
| ช่วงความถี่ | 20 – 40,000 Hz | รองรับ Hi-Res และรายละเอียดในเพลงคุณภาพสูง |
| Flat EQ Switch | ปิดการปรับแต่งเสียงทั้งหมด | ใช้ตรวจเช็คงานเสียงหรือฟังแบบอ้างอิงสตูดิโอ |

ระบบตัดเสียงรบกวน 46dB และ Spatial Audio: เงียบและโอบล้อม แต่ยังมีข้อจำกัดสำหรับงานมิกซ์จริง
Nothing เพิ่มระบบ Active Noise Cancellation ที่ระบุว่าสามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 46 เดซิเบล โดยใช้ไมโครโฟนรวมทั้งหมด 10 ตัวเพื่อจับสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบเรียลไทม์ รวมถึงช่วยกรองเสียงลมและเสียงจราจรให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ประกอบกับการออกแบบเบาะรองหูใหม่ที่มีผนังกั้นซิลิโคนหนา 8 มิลลิเมตรด้านในเพื่อสร้างซีลที่แน่นขึ้น ทำให้การป้องกันเสียงแบบพาสซีฟดีขึ้นและส่งเสริมการทำงานของ ANC ไปอีกขั้น การันตีการใช้งานกลางฝุ่นและน้ำกระเซ็นด้วยมาตรฐาน IP52 โหมด Dynamic Spatial Audio มาพร้อมระบบ Head Tracking ที่ปรับเวทีเสียงตามการเคลื่อนไหวศีรษะ มีหลายโหมดให้เลือกทั้ง Standard Live House Club Concert Hall และโหมด Studio B ที่จำลองลักษณะอะคูสติกของห้องมิกซ์ ในมุมคนฟังเพลง Spatial Audio เหล่านี้ช่วยให้เสียงมีมิติ โอบล้อม มีความสนุกในการชมคอนเสิร์ตหรือภาพยนตร์ ในทางกลับกัน สำหรับงานมิกซ์และมอนิเตอร์อย่างจริงจัง การเปิด Spatial Audio อาจทำให้เวทีเสียงถูกปรุงแต่งมากเกินไป จึงควรใช้ร่วมกับ Flat EQ หรือโหมดปกติในการตรวจเช็คงานเสียง เพื่อไม่ให้ภาพเสียงหลอกหูเกินความเป็นจริง จากข้อมูลที่มี นี่คือหูฟังสตูดิโอสำหรับการฟังและตรวจเช็คในระดับหนึ่ง มากกว่าหูฟังสำหรับมิกซ์ขั้นสุดท้ายแบบมืออาชีพเต็มตัว
จุดเด่น
- ANC ระบุว่าลดเสียงรบกวนได้ถึง 46dB ใช้ไมโครโฟน 10 ตัว ช่วยรับมือเสียงลมและเสียงเมืองได้ดีตามสเปก
- มีโหมด Studio B และ Dynamic Spatial Audio หลายแบบ เพิ่มมิติและความสนุกในการฟังคอนเทนต์
- การซีลเชิงพาสซีฟดีขึ้นจากเบาะรองหูใหม่และผนังกั้นซิลิโคน 8 มม. ทำให้เสียงรบกวนเล็ดลอดน้อยลง
จุดที่ควรคิดให้ดีก่อนซื้อ
- สำหรับงานมิกซ์จริงจัง Spatial Audio และการประมวลผลเสียงอาจทำให้เวทีเสียงผิดจากสตูดิโอจริง ต้องใช้ Flat EQ อย่างระมัดระวัง
- ยังไม่มีข้อมูลผลทดสอบ ANC แบบตัวเลขจากการใช้งานจริง มีแต่ตัวเลขที่ผู้ผลิตระบุไว้
- ผู้ที่ชอบเสียงเบสจัดอาจรู้สึกว่าโทนเสียงโดยรวมเรียบไป โดยเฉพาะเมื่อใช้ Flat EQ

ดีไซน์ วัสดุ และแบตเตอรี่: หรู น่าสวมใส่ยาว แต่มีน้ำหนักให้ต้องลองก่อน
ด้านงานออกแบบ Nothing ยังยึดเอกลักษณ์กึ่งโปร่งใสด้วยกระจก Panda Glass เกรดกันรอย 9H ที่ครอบด้านนอกของเอียร์คัพ ทำให้มองเห็นองค์ประกอบของระบบไดรเวอร์สามตัวบางส่วน โครงสร้างหูฟังใช้อะลูมิเนียมและไทเทเนียมชิ้นโลหะที่ผ่านการขึ้นรูป น้ำหนักรวมอยู่ที่ 327 กรัม พร้อมการขยายแถบคาดศีรษะให้กว้างขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์และเบาะรองหูที่นุ่มขึ้น เพื่อการใส่ฟังนาน ๆ โดยไม่กดศีรษะมากเกินไป อย่างไรก็ตาม น้ำหนักระดับนี้อาจหนักสำหรับคนที่คุ้นกับหูฟังครอบหูน้ำหนักเบาที่ใส่ทั้งวัน จึงควรลองสวมก่อนตัดสินใจ ในส่วนแบตเตอรี่ Nothing ระบุว่า Headphone (1) Pro ใช้งานได้สูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC และประมาณ 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตัวเลขนี้จัดอยู่ในกลุ่มหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมที่เน้นการใช้งานยาว โดยไม่ต้องชาร์จทุกวัน เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อยหรือทำงานเสียงนอกสถานที่นาน ๆ จุดดีคือรองรับการฟังทั้งแบบไร้สายและมีสายผ่าน Bluetooth 6.1 USB-C Digital Audio และสาย 3.5 มิลลิเมตร รวมถึงรองรับ Hi-Res Audio ทั้งสองแบบพร้อมความละเอียดสูงสุด 24 บิต 192 กิโลเฮิรตซ์ผ่าน USB-C ทำให้คนทำงานเสียงมีตัวเลือกการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น และไม่ถูกจำกัดด้วยคุณภาพของ Bluetooth อย่างเดียว

ภาพรวมการใช้งานและข้อสรุป: หูฟังสตูดิโอที่เดินทางเก่งแต่ต้องรู้ว่าโทนแบบ Flat คือสิ่งที่ต้องการ
Headphone (1) Pro เป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมเต็มตัวด้วยแนวคิด “หูฟังสตูดิโอที่ใช้งานทุกวันได้” มีทั้งไดรเวอร์สามตัวสำหรับย่านเบส กลาง และแหลม ระบบตัดเสียงรบกวน 46dB พร้อมไมโครโฟน 10 ตัว และโหมด Studio B ที่จำลองห้องมิกซ์ จุดต่างของมันคือสวิตช์ Flat EQ ที่ให้เสียงอ้างอิงเป็นกลางสำหรับคนทำเพลงและสายออดิโอไฟล์ โดยไม่ต้องกดปรับผ่านแอปทุกครั้ง แต่ในโลกของหูฟัง ANC คอนซูเมอร์ โทนเสียงแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนถวิลหา ในมุมคุณภาพเสียง คนที่ฟังแยกรายละเอียดและชอบเสียงร้องชัดจะได้ประโยชน์จากไดรเวอร์มิดแยกและไดรเวอร์ xMEMS สำหรับเสียงแหลม ส่วนคนที่ชอบเบสหนาอาจต้องพึ่ง EQ ในแอป Nothing X เพื่อเติมเบสขึ้นมาให้ตรงสไตล์ตัวเอง ANC ตามสเปกน่าประทับใจ และแบตเตอรี่สูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC ทำให้เหมาะกับคนเดินทางบ่อยหรือใช้ทำงานทั้งวัน เมื่อรวมดีไซน์กึ่งโปร่งใส วัสดุโลหะ และรองรับ Hi-Res ทั้งไร้สายและมีสาย หูฟังนี้ชัดเจนว่ากำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่คนที่ยอมจ่ายกับเสียงและวัสดุ มากกว่าคนที่มองหาหูฟังราคาย่อมเยาเพื่อใช้งานทั่วไป โดยไม่ได้ระบุราคาเป็นเงินบาทในข้อมูลที่มี แต่บอกได้ว่าอยู่ในระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เสียงอื่นของแบรนด์
- Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณเป็นสายออดิโอไฟล์หรือคนทำเพลงที่ต้องการโทนเสียง Flat EQ และรายละเอียดครบทุกย่านพร้อมโหมดสตูดิโอ
- Skip the Nothing Headphone (1) Pro if คุณชอบเสียงเบสจัด แรง และชอบโทนสนุกแบบหูฟังคอนซูเมอร์ทั่วไปมากกว่าโทนสตูดิโอที่ค่อนข้างเป็นกลาง
- Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณต้องการหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมที่รวม ANC ตัดเสียงรบกวน 46dB เข้ากับแบตเตอรี่สูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC สำหรับเดินทางและทำงานยาว
- Skip the Nothing Headphone (1) Pro if คุณใส่หูฟังครอบหูทั้งวันและแพ้น้ำหนักมากกว่า 300 กรัม เพราะโครงสร้างโลหะและกระจกทำให้น้ำหนักรวมอยู่ที่ 327 กรัม
- Buy the Nothing Headphone (1) Pro if คุณอยากได้หูฟังสตูดิโอที่เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth USB-C และสาย 3.5 มม. รองรับ Hi-Res Audio สำหรับการฟังและมอนิเตอร์บนหลายอุปกรณ์
- Skip the Nothing Headphone (1) Pro if คุณมองหาหูฟัง ANC ที่เน้นความบันเทิงและลูกเล่นมากกว่าความเที่ยงตรงของเสียง และไม่ต้องการใช้ Flat EQ หรือปรับ EQ ละเอียดในแอป







