ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตู้เย็นของคุณอาจเต็มไปด้วยแบคทีเรียอันตรายกว่าที่คิด

ตู้เย็นของคุณอาจเต็มไปด้วยแบคทีเรียอันตรายกว่าที่คิด
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ตู้เย็นไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ถ้าอุณหภูมิและการจัดเก็บพลาด

การเก็บรักษาในตู้เย็นคือการนำอาหารไปเก็บในอุณหภูมิต่ำอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ปลอดภัย เพื่อชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ลดความเสี่ยงแบคทีเรียอาหารเป็นพิษ และยืดอายุอาหาร โดยต้องอาศัยทั้งการควบคุมอุณหภูมิ การจัดวางตำแหน่งอาหารให้ถูกโซน และการป้องกันการปนเปื้อนแบคทีเรียจากอาหารดิบและพื้นผิวอื่นในครัวร่วมด้วย

หลายคนเชื่อว่าตู้เย็นคือเครื่องมือวิเศษ เก็บอะไรไว้ก็ปลอดภัย แต่ความจริงตรงกันข้าม หากอุณหภูมิไม่ถูกต้อง ตู้เย็นจะกลายเป็นสวรรค์ของแบคทีเรียทันที แหล่งข้อมูลด้านจุลชีววิทยาชี้ว่าเมื่ออุณหภูมิในตู้เย็นสูงกว่าช่วง 0-5 องศาเซลเซียส เครื่องจะเปลี่ยนจากการยืดอายุอาหารไปเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียโดยตรง ผลคืออาหารเสียง่ายขึ้น และเสี่ยงโรคจากอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือการสำรวจหลายครัวเรือนพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของตู้เย็นอยู่ราว 5.3 องศาเซลเซียส และหลายเครื่องใช้เวลามากกว่าครึ่งอยู่เหนือช่วงปลอดภัยนี้ นั่นหมายความว่าตู้เย็นจำนวนมากในบ้านเราอาจไม่ได้เย็นพอให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัยอาหาร

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีล้าสมัยอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย การเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นาน การยืนมองหาของกินโดยไม่รีบปิดประตู ทำให้อากาศร้อนไหลเข้าและอุณหภูมิภายในแกว่งบ่อยๆ สร้างสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียชอบอย่างยิ่ง ยิ่งเมื่อผู้อยู่อาศัยเชื่อว่าขอแค่ของอยู่ในตู้เย็นก็พอ จะยิ่งละเลยการตั้งอุณหภูมิและเช็กอุณหภูมิจริงด้วยเทอร์โมมิเตอร์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ใหญ่ของความปลอดภัยอาหารในครัวเรือน

มุมที่มักถูกมองข้ามอีกจุดคือ ตู้เย็นมีโซนอุณหภูมิไม่เท่ากัน ด้านหลังมักเย็นที่สุด ขณะที่บริเวณประตูอุ่นที่สุด ทำให้การจัดวางอาหารอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เช่น วางนมสดหรืออาหารเน่าเสียง่ายไว้ที่ชั้นประตู เสี่ยงต่อการเสียและปนเปื้อนแบคทีเรียมากกว่าที่คิด สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่แค่ตั้งอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 5 องศา แต่ต้องเข้าใจโซนร้อนเย็นของตู้เย็น และวางอาหารให้เหมาะกับโซนด้วย เพื่อให้ความปลอดภัยอาหารไม่ถูกบั่นทอนด้วยการจัดเก็บอย่างผิดวิธี

เข้าใจผิดเรื่องอาหารเหลือ เสี่ยงแบคทีเรียอาหารเป็นพิษมากกว่าที่ตาเห็น

ความเคยชินยอดฮิตในบ้านคือการปล่อยให้กับข้าวที่เหลือเย็นลงเองที่อุณหภูมิห้องก่อนนำเข้าตู้เย็น เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดไอน้ำหรือป้องกันตู้เย็นทำงานหนัก ทว่าหมอด้านทางเดินอาหารเตือนชัดว่า ยิ่งปล่อยอาหารปรุงสุกทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเท่าไร แบคทีเรียยิ่งโตง่ายเท่านั้น แม้จะใช้พลาสติกห่อหรือปิดฝาก็ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้สมบูรณ์ เมื่ออาหารอยู่ในช่วงอุณหภูมิระหว่างประมาณ 7-60 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นช่วงอันตราย แบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น

อาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าวหรือบะหมี่ ที่หลายคนชอบอุ่นกินซ้ำ มีความเสี่ยงเฉพาะตัวจากเชื้อ Bacillus cereus ขณะที่เนื้อสัตว์ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม และอาหารปรุงสุก หากเก็บรักษาในตู้เย็นไม่ถูกวิธี ก็อาจปนเปื้อนเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษ การอุ่นอาหารซ้ำหลายครั้งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และอาจเกี่ยวข้องกับการเกิดสารไนไตรต์บางส่วนด้วย นี่คือพฤติกรรมที่ควรหยุด ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยของคนชอบกินของเหลือ

ด้านจุลชีววิทยายังชี้ให้เห็นอีกหลุมพรางหนึ่ง คือหลายคนใช้การดมกลิ่นเป็นตัวตัดสินว่าอาหารเหลือกินได้หรือไม่ ทั้งที่งานศึกษาระบุชัดว่าการใช้กลิ่นตรวจไม่ใช่ตัวชี้วัดความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ เพราะแม้อาหารจะมีกลิ่นปกติ ก็อาจมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายแฝงอยู่ในปริมาณมากแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว ผลลัพธ์ของการกินอาหารที่ดูปลอดภัยแต่เก็บรักษาไม่ถูกวิธี คืออาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียเป็นน้ำ ไปจนถึงภาวะอาหารเป็นพิษเต็มรูปแบบ ซึ่งเข้ากับภาพจริงของคนจำนวนมากที่ไม่เข้าใจว่าทำไมท้องเสียทั้งที่กินแต่อาหารที่เก็บในตู้เย็น

หากต้องการลดความเสี่ยงแบคทีเรียอาหารเป็นพิษ กฎง่ายแต่สำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญย้ำคือ ไม่ควรปล่อยอาหารเหลืออยู่ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป ควรนำเข้าแช่เย็นทันทีเมื่อทานเสร็จหรือเมื่ออาหารเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว และเมื่อถึงเวลาอุ่นกิน ให้ตักเฉพาะส่วนที่ต้องการ ไม่อุ่นทั้งหม้อซ้ำไปมา การจัดเก็บควรใช้ภาชนะปิดสนิท วางอาหารปรุงสุกไว้ในโซนที่เย็นที่สุดของตู้เย็น และไม่เก็บอาหารเหลือนานเกิน 1-2 วัน เพื่อไม่ให้ตู้เย็นกลายเป็นพื้นที่สะสมเชื้อโรคที่ค่อยๆ ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารของเราทีละน้อย

ตู้เย็นของคุณอาจเต็มไปด้วยแบคทีเรียอันตรายกว่าที่คิด

โต๊ะกินข้าวและพื้นผิวครัว แหล่งเพาะเชื้อที่เรามองไม่เห็น

แม้หัวข้อบทความจะเน้นตู้เย็น แต่จุดที่ทำให้แบคทีเรียหลุดรอดเข้าไปในอาหารบ่อยที่สุดกลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวและพื้นผิวเตรียมอาหาร งานวิจัยระดับนานาชาติหนึ่งเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวโต๊ะเตรียมอาหารและโต๊ะรับประทานอาหารในครัวเรือน 53 บ้าน รวม 212 จุด แล้วนำไปเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ ผลที่ได้ชี้ชัดว่าพื้นผิวที่เราใช้ทุกวันไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด เพราะพบการเจริญเติบโตของแบคทีเรียถึง 168 จุด หรือ 79.2 เปอร์เซ็นต์ และยังพบเชื้อยีสต์อีก 12.7 เปอร์เซ็นต์

ตัวการที่ผลักให้โต๊ะกินข้าวกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงคือพฤติกรรมความเคยชินในบ้าน มากกว่าจะเป็นเรื่องโชคร้าย ฟองน้ำและผ้าเช็ดโต๊ะอเนกประสงค์ที่ใช้ผืนเดียวเช็ดทุกอย่าง ทั้งเตา โต๊ะเตรียมอาหาร และโต๊ะกินข้าว ไม่ได้ช่วยทำครัวให้สะอาด แต่กำลังทำหน้าที่เหมือนรถบัสขนเชื้อโรคจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง งานวิจัยระบุว่าบ้านที่ใช้ฟองน้ำหรือผ้าผืนเดียวเช็ดทุกพื้นผิวมีปริมาณแบคทีเรียสะสมสูงถึง 8,475 CFU ต่อ 25 ตารางเซนติเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าการเช็ดโต๊ะแบบส่งๆ ด้วยผ้าเก่าๆ คือการแพร่แบคทีเรียมากกว่าการทำความสะอาด

พฤติกรรมเสี่ยงอีกประการคือการใช้โต๊ะเตรียมอาหารแทนเขียง หั่นผักหรือเนื้อสัตว์ลงบนโต๊ะโดยตรง และใช้เขียงชิ้นเดียวกันกับทั้งเนื้อดิบและผักสด ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนข้ามระหว่างอาหารสดและเนื้อดิบ ทำให้เชื้อจากเนื้อไปฝังบนโต๊ะได้ง่ายมาก ยิ่งไปกว่านั้น โต๊ะที่ทำจากพลาสติกหรือปูด้วยพลาสติกใส ซึ่งหลายบ้านคิดว่าทำให้เช็ดง่าย กลับถูกพบว่ามีปริมาณแบคทีเรียสะสมสูงกว่าโต๊ะไม้หรือโต๊ะที่ปูด้วยผ้าอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การละเลยการล้างมือก่อนเตรียมหรือก่อนกินอาหาร ซึ่งมีเพียงราว 39.6 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมที่ทำทุกครั้ง ก็ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาความปลอดภัยอาหารเริ่มต้นจากนิสัยเล็กๆ เหล่านี้

ความน่ากังวลคือแบคทีเรียที่พบบนพื้นผิวเหล่านี้ไม่ได้เป็นเชื้อที่ไร้พิษภัย มีทั้ง Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาหารเป็นพิษ รวมถึง Enterococcus Pseudomonas Proteus และกลุ่ม Coliform ที่ใช้เป็นดัชนีชี้ระดับสุขอนามัยของพื้นที่ เมื่ออาหารพร้อมกินไปสัมผัสโต๊ะหรือผ่านมือที่ไม่ล้าง เชื้อเหล่านี้จะถูกพาเข้าสู่ร่างกายอย่างง่ายดาย ต่อให้เราพยายามควบคุมอุณหภูมิในตู้เย็นอย่างดี หากยังปล่อยให้โต๊ะและผ้าเช็ดอยู่ในสภาพเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ความปลอดภัยอาหารโดยรวมในบ้านก็ยังอยู่ในระดับที่น่าห่วงอยู่ดี

วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมในครัว ปิดประตูไม่ให้แบคทีเรียปนเปื้อนข้าม

สิ่งที่น่าดีใจคือเราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือราคาแพงเพื่อยกระดับความปลอดภัยอาหาร แค่ยอมรับว่าตู้เย็นและโต๊ะกินข้าวไม่ได้ปลอดภัยโดยอัตโนมัติ แล้วเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมทีละข้อก็เห็นผลได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาเสนอแนวทางง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในตู้เย็นอย่างเห็นผล ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประตูให้สั้นที่สุดโดยเฉพาะตอนจัดของเข้าตู้ การจัดระเบียบภายในให้หาอาหารได้เร็ว เช่นใช้กล่องหรือออร์แกไนเซอร์หมุนได้เพื่อลดเวลายืนเปิดตู้เย็นคิดเมนู แม้ฟังดูเล็กน้อย แต่อุณหภูมิที่นิ่งมากขึ้นคือปัจจัยพื้นฐานของความปลอดภัยอาหาร

อีกข้อที่ควรถือเป็นกฎเหล็กคือการแยกเก็บอาหารดิบและอาหารพร้อมกินให้ชัดเจน เนื้อและปลาที่ยังต้องนำไปปรุงไม่ควรถูกวางอยู่ใกล้กับผลไม้ ขนม หรือแซนด์วิชพร้อมกิน เพราะการปนเปื้อนข้ามสามารถเกิดได้ผ่านหยดน้ำ ซอส หรือมือที่จับทั้งสองประเภทอาหารอย่างต่อเนื่อง สำหรับอุณหภูมิ เมื่อเก็บอาหารปรุงสุกและอาหารเน่าเสียง่าย ควรรักษาไว้ในตู้เย็นที่ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ส่วนอาหารร้อนที่ไม่สามารถนำเข้าตู้เย็นได้ทันทีควรเก็บในอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงอันตรายของการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย นี่คือหัวใจของการควบคุมอุณหภูมิให้สัมพันธ์กับความปลอดภัยอาหาร

สำหรับพื้นผิวครัว การป้องกันการปนเปื้อนแบคทีเรียต้องเริ่มจากการเลิกใช้ฟองน้ำหรือผ้าเช็ดผืนเดียวทำทุกอย่างในครัว แยกผ้าเช็ดโต๊ะกินข้าวออกจากผ้าเช็ดเตาและผ้าเช็ดพื้น และซักหรือฆ่าเชื้อเป็นประจำ ไม่ปล่อยให้ผ้าชื้นค้างคาวันต่อวัน นอกจากนี้ควรใช้เขียงแยกสำหรับเนื้อดิบและผักสด ไม่หั่นของลงบนโต๊ะโดยตรงเพื่อลดโอกาสการมัดมือชกให้เชื้อโรคฝังตัวบนพื้นผิวกินข้าว การล้างมือก่อนเตรียมและก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งควรถูกทำให้เป็นกิจวัตร ไม่ใช่ทางเลือก เพราะงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการละเลยขั้นตอนง่ายๆ นี้เชื่อมโยงกับระดับการปนเปื้อนแบคทีเรียบนโต๊ะโดยตรง

ท้ายที่สุด การป้องกันการปนเปื้อนข้ามในครัวไม่ใช่เรื่องของความสะอาดแบบฉาบฉวย แต่เป็นการออกแบบนิสัยใหม่ให้ตรงกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์รู้แล้วว่าทำให้แบคทีเรียโตหรือหยุดโต เราต้องมองตู้เย็น โต๊ะกินข้าว และผ้าเช็ดมือเป็นระบบเดียวกันที่ส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร เมื่อใดที่เราเปลี่ยนอุณหภูมิให้ถูก ชัดเจนเรื่องการจัดวาง ปรับการใช้ผ้าและเขียงให้เหมาะสม และให้ความสำคัญกับการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นครัวของเราจะไม่ใช่พื้นที่ที่แบคทีเรียใช้อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับสุขภาพทางเดินอาหารของทั้งครอบครัวได้อย่างแท้จริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!