Under The Sea คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อวงการสวนสนุกใหม่ไทย
ดรีมเวิลด์ Under The Sea คือเครื่องเล่นสวนสนุกแนวโลกใต้ทะเลจำลองที่ออกแบบให้ผู้เข้าชมเดินสำรวจเหมือนอยู่ใต้มหาสมุทร ผสมประสบการณ์เสมือนจริง แสง สี เสียง และสัตว์ทะเลจำลองหลากชนิด เพื่อให้ทั้งครอบครัวได้เรียนรู้สัตว์น้ำใกล้ชิดในบรรยากาศแบบอินเทอร์แอกทีฟ รองรับทั้งการเที่ยวเล่น การถ่ายภาพ และการใช้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ร่วมสมัย
หัวใจของข่าวนี้ไม่ใช่แค่การมีเครื่องเล่นใหม่ แต่คือการที่สวนสนุกใหม่ไทยกล้าลงทุนสร้างโลกจำลองที่มีเนื้อหาและเรื่องเล่าชัดเจน ดรีมเวิลด์ลงทุนกว่า 50 ล้านบาทเพื่อเปิด Under The Sea ซึ่งเป็นโลกใต้ทะเลจำลองเสมือนจริง นี่คือการประกาศว่ารูปแบบสวนสนุกยุคใหม่ต้องทำมากกว่าการสร้างเครื่องเล่นที่หวาดเสียว แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดึงคนทุกวัยให้ได้ทั้งความรู้ ความสนุก และพื้นที่ถ่ายรูปที่ตอบโจทย์ยุคโซเชียล
สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดของ Under The Sea เริ่มจากความต้องการสร้างเครื่องเล่นที่แตกต่างจากเครื่องเล่นเดิมภายในสวนสนุก แปลว่าทีมงานมองเห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองสวนสนุกแค่ที่เล่นเครื่องเล่น แต่เป็นที่ใช้เวลา ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว และเล่าเรื่องผ่านภาพและวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย การตัดสินใจครั้งนี้จึงสะท้อนการขยับตัวของอุตสาหกรรมสวนสนุกทั้งระบบ

สามโซนโลกใต้ทะเลจำลอง จุดเปลี่ยนจากเครื่องเล่นสู่ประสบการณ์เดินสำรวจ
Under The Sea ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องเล่นนั่งแล้วจบ แต่เป็นเส้นทางเดินสำรวจสามโซนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศและอารมณ์ผู้เข้าชม โซนแรก Glowing fishes เปิดด้วยความละมุนของแสงเรืองรองจากแมงกระพรุนหลากสีและศิลปะปลาเรืองแสงสีสันสดใส นี่คือโซนที่ดึงดูดสายถ่ายภาพทันที เพราะแสงและสีถูกวางให้ชวนหยุดถ่ายมากกว่าผ่านไปเร็ว ๆ
โซนถัดมา Ocean Zone คือจุดที่แนวคิดโลกใต้ทะเลจำลองถูกขับชัดที่สุด ผู้เข้าชมจะได้เผชิญหน้ากับสัตว์ทะเลจำลองที่ตั้งใจเลือกมา ทั้งฉลามวาฬ วาฬบลูด้า ออก้า วาฬเพชฌฆาต ฉลามขาว และฝูงปลากระเบนที่แหวกว่ายอย่างพริ้วไหวราวกับเริงระบำใต้ท้องทะเล รวมถึงสัตว์ทะเลอื่นอีกมากมาย ความจริงจังของการจัดองค์ประกอบแบบนี้ทำให้โซนนี้มีน้ำหนักเหมือนนิทรรศการมากกว่าเครื่องเล่นธรรมดา
จุดที่สร้างความต่างชัดเจนคือการเปิดให้เข้าไปสำรวจถ้ำใต้ทะเล พบสัตว์ทะเลสุดแปลกอย่างปลาไหลริบบิ้น หมึกแวมไพร์ และมังกรทะเลใบไม้ การเลือกสิ่งมีชีวิตที่คนทั่วไปแทบไม่เคยเห็น ชี้ให้เห็นว่าสวนสนุกกำลังเล่าเรื่องของความหลากหลายทางทะเลผ่านสัตว์ทะเลจำลอง ไม่ใช่แค่เอาสัตว์ยอดฮิตมาตั้งโชว์ และยังบอกเราด้วยว่าการออกแบบเครื่องเล่นยุคใหม่ต้องคิดถึงคอนเทนต์การเรียนรู้ไปพร้อมกัน
Wave Sand Photo Spot เมื่อเครื่องเล่นถูกออกแบบให้เกิดคอนเทนต์เป็นเป้าหมาย
โซน Wave Sand Photo Spot คือการประกาศชัดว่าดรีมเวิลด์เข้าใจว่ายุคนี้คนไปสวนสนุกเพื่อเล่าเรื่องตัวเองมากพอ ๆ กับไปเล่นเครื่องเล่น สวนสนุกระบุว่าโซนนี้ถูกออกแบบให้สายคอนเทนต์ถ่ายภาพและคลิปแชร์ลงโซเชียลอย่างสนุกสนาน นี่คือมุมมองใหม่ที่มองเครื่องเล่นเป็นสตูดิโอคอนเทนต์ มากกว่าพื้นที่สร้างความหวาดเสียวแบบเดิม
การมีโซนปิดท้ายแบบนี้ยังทำให้ประสบการณ์ Under The Sea ถูกออกแบบเป็นเส้นเรื่อง ตั้งแต่ความอัศจรรย์ของแสงใน Glowing fishes ความตื่นเต้นและความรู้ใน Ocean Zone ไปจนถึงการระบายอารมณ์ผ่านการถ่ายภาพใน Wave Sand Photo Spot เมื่อจบเส้นทาง ทุกคนจะกลับออกมาพร้อมรูป วิดีโอ และเรื่องเล่า ไม่ใช่เพียงความจำเลือนรางจากการนั่งเครื่องเล่นสวนสนุก
จากมุมมองสื่อและผู้บริโภค การออกแบบโซนถ่ายรูปอย่างเป็นเรื่องเป็นราวคือการลงทุนกับการตลาดแบบปากต่อปากที่จับต้องได้ เพราะทุกภาพที่ถูกแชร์คือสื่อฟรีที่เชื่อมคำว่า Under The Sea กับภาพโลกใต้ทะเลจำลองในหัวคนจำนวนมาก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้สวนสนุกใหม่ไทยเริ่มเข้าใกล้มาตรฐานสวนสนุกระดับสากลในโลกโซเชียล
จากการลงทุนกว่า 50 ล้าน สู่การวาง Under The Sea เป็นหัวใจประสบการณ์ครอบครัว
การตัดสินใจลงทุนกว่า 50 ล้านบาทใน Under The Sea ไม่ใช่ตัวเลขเล็กสำหรับธุรกิจสวนสนุก และการออกแบบให้รองรับหลายช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและเด็ก แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ถูกวางเป็นแกนหลักใหม่ของประสบการณ์สวนสนุก ไม่ใช่แค่เครื่องเล่นที่เสริมเข้ามา ตามคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหาร เครื่องเล่นนี้ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งครอบครัว เด็ก และสายคอนเทนต์
มิติที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเชื่อมโลกจำลองกับโลกจริงของทะเล ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานที่ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยทุกการซื้อบัตรดรีมเวิลด์ทุกประเภทในช่วงเวลาที่กำหนด จะได้ร่วมสมทบทุน 20 บาท เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์หรือเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการดูแลสัตว์ทะเลต่อไป ตรงนี้ทำให้ Under The Sea ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่กลายเป็นประตูให้คนเมืองรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมดูแลทะเลจริง
จากมุมมองเชิงวิเคราะห์ การเปิดบริการทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์เวลา 10.00–17.00 น. และเสาร์ อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 10.00–18.00 น. ชี้ให้เห็นว่าดรีมเวิลด์ตั้งใจให้ Under The Sea เป็นหนึ่งในไฮไลต์หลักที่คนวางแผนทริปต้องเผื่อเวลาไว้ การมีเวลาเปิดปิดชัดเจนทำให้วางแผนเดินทั้งสวนสนุกได้ง่าย และช่วยตอกย้ำบทบาทของเครื่องเล่นนี้ในฐานะจุดหมายหลักมากกว่าจุดแวะผ่าน
บทสรุป Under The Sea และทิศทางใหม่ของสวนสนุกที่เน้นเนื้อหา
Under The Sea แสดงให้เห็นว่าสวนสนุกใหม่ไทยกำลังก้าวออกจากโมเดลเดิมที่เน้นความหวาดเสียวและความเร็ว ไปสู่การเล่าเรื่องและประสบการณ์เสมือนจริงที่อินกับชีวิตออนไลน์ของผู้คนมากขึ้น การนำโลกใต้ทะเลลึกซึ่งคนทั่วไปเข้าถึงยากมาจำลองให้เดินสำรวจได้ใกล้ชิด ผ่านสัตว์ทะเลจำลองหลากชนิด คือการใช้เนื้อหาทางธรรมชาติวิทยามาสร้างความบันเทิง
ในมุมหนึ่ง นี่คือการทดลองใหญ่ที่ถามว่าคนจะตอบรับเครื่องเล่นที่เน้นบรรยากาศ แสง สี เสียง และเรื่องเล่า มากพอ ๆ กับความหวาดเสียวหรือไม่ แต่จากองค์ประกอบที่ผสมทั้งสามโซน โลกใต้ทะเล ถ้ำลึกลับ และโซนถ่ายภาพ เห็นชัดว่า Under The Sea ถูกวางให้เป็นประสบการณ์ครบวงจร ตั้งแต่ความอัศจรรย์ ความรู้ ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์
สำหรับผู้เขียน นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้คำว่าเครื่องเล่นสวนสนุกต้องถูกนิยามใหม่ ว่ามันไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่หมุนหรือวิ่ง แต่คือพื้นที่เล่าเรื่องที่เชื่อมคนเข้ากับโลกกว้างผ่านจินตนาการ หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ เราอาจได้เห็นสวนสนุกอื่นหันมาคิดเครื่องเล่นแบบมีเนื้อหาและจุดยืนมากขึ้น และนั่นจะเป็นข่าวดีสำหรับทั้งครอบครัวที่มองหาที่เที่ยว และคนทำคอนเทนต์ที่ต้องการฉากใหม่ ๆ ในโลกออฟไลน์


