ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

บูมดาต้าเซ็นเตอร์พลิกเกมการลงทุนโครงสร้าง แต่รัฐเริ่มวางกรอบใหม่

บูมดาต้าเซ็นเตอร์พลิกเกมการลงทุนโครงสร้าง แต่รัฐเริ่มวางกรอบใหม่
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย: จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่แรงกระเพื่อมใหม่ของเศรษฐกิจ

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยคือศูนย์รวมโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการประมวลผลที่รองรับบริการคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับธุรกิจ รัฐ และผู้ใช้บริการดิจิทัล โดยอาศัยระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และบุคลากรทักษะเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลถูกประมวลผลและเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และกลายเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่เกี่ยวโยงกับหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงบริการ AI. การเคลื่อนตัวล่าสุดที่สะท้อนบูมดาต้าเซ็นเตอร์ไทยชัดเจน คือการที่ True IDC ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale อยู่ระหว่างเจรจาการขอสินเชื่อเพื่อก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ขานรับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง AI และคลาวด์ระดับภูมิภาค การขยายตัวลักษณะนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มอาคารกับเซิร์ฟเวอร์ แต่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนโครงสร้างของประเทศ เพราะทุกหนึ่งโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ดึงให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในระบบไฟฟ้า พลังงาน ระบบทำความเย็น งานโยธา และบริการวิชาชีพตามมาอย่างเป็นลูกโซ่.

บูมดาต้าเซ็นเตอร์พลิกเกมการลงทุนโครงสร้าง แต่รัฐเริ่มวางกรอบใหม่

ผลคูณการลงทุนโครงสร้าง: 1.6 ล้านล้านบาทที่กระจายไปทั้งระบบเศรษฐกิจ

จุดแข็งของการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ไทยไม่ใช่แค่ตัวอาคาร แต่คือแรงส่งให้โครงสร้างพื้นฐานและผู้ประกอบการหลายภาคส่วนได้อานิสงส์ CIMB ระบุว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2567 มีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาท และเม็ดเงินนี้กำลังถูกกระจายไปในหลายอุตสาหกรรมหลัก ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สัดส่วน 25-35% ระบบทำความเย็นและเครื่องกล 20-30% ที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ 5-15% รวมถึงงานโยธา โครงสร้างอาคาร และค่าใช้จ่ายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง. คำถามสำคัญคือ เศรษฐกิจจะได้ประโยชน์แค่จากการขายที่ดิน น้ำ และไฟ หรือสามารถต่อยอดให้ผู้ประกอบการในประเทศเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการเงินชี้ว่าช่วงแรกดาต้าเซ็นเตอร์อาจยังไม่ดันจีดีพีมากนัก เพราะยังพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ แต่ถ้าใช้ช่วงลงทุนนี้ยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมของผู้ประกอบการในประเทศ ผลคูณทางเศรษฐกิจระยะยาวจะต่างไปอย่างสิ้นเชิง.

รัฐบาลเบรกดาต้าเซ็นเตอร์ ยกเครื่องนโยบาย BOI ให้เติบโตอย่างสมดุล

เมื่อบูมดาต้าเซ็นเตอร์ไทยเริ่มเดินเร็วจนเกิดคำถามเรื่องผลประโยชน์ต่อคนและทรัพยากร รัฐบาลจึงเลือกกดเบรกเพื่อจัดระเบียบใหม่ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หน่วยงานด้านส่งเสริมการลงทุนได้ระงับการอนุมัติโครงการใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน และหันมาศึกษาเกณฑ์คัดกรองเข้มข้นชุดใหม่เพื่อครอบคลุมทั้งโครงการเก่าและใหม่. แนวคิดหลักของเกณฑ์ใหม่คือการเปลี่ยนจากการดูเพียงเม็ดเงินลงทุน มาให้ความสำคัญกับสี่ด้าน ได้แก่ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศจะได้รับ ความสามารถของระบบไฟฟ้าในการรองรับ การใช้น้ำว่าจะกระทบพื้นที่หรือไม่ และการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อม. ในด้าน “ประโยชน์” หน่วยงานส่งเสริมลงทุนประกาศชัดว่าจะให้คะแนนโครงการที่สร้างการจ้างงานทักษะสูง พัฒนาวิศวกรและบุคลากรในประเทศ ใช้ซัพพลายเออร์ในประเทศ ตั้งศูนย์วิจัยในพื้นที่ และช่วยให้สตาร์ทอัป มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการเข้าถึงบริการคลาวด์ กำลังประมวลผล และเครื่องมือ AI ได้ดีขึ้น. เกณฑ์ด้านสาธารณูปโภคก็เตรียมกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์จ่ายค่าไฟและค่าน้ำในอัตราสูงเป็นพิเศษ เพื่อสะท้อนการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าผู้ใช้งานทั่วไป,.

บูมดาต้าเซ็นเตอร์พลิกเกมการลงทุนโครงสร้าง แต่รัฐเริ่มวางกรอบใหม่

ระบบไฟฟ้าเก่าเป็นคอขวด: หากไม่อัพเกรด โครงสร้างดิจิทัลจะสะดุด

ถึงเวลาแล้วที่การสนทนาเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ไทยต้องหันมามอง “หลังบ้าน” ด้านการลงทุนโครงสร้างสำคัญที่สุดอย่างระบบไฟฟ้า รายงานด้านโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคชี้ว่าข้อจำกัดของสายส่งและความไม่มั่นคงของระบบกำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเตือนว่า หากความเสี่ยงจากการจำกัดการรับไฟฟ้า ขั้นตอนอนุญาตที่ไม่ชัดเจน และเงื่อนไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไม่ถูกแก้ นักลงทุนจำนวนมากจะไม่สามารถตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายได้. การผลักดันดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานสะอาดภายใต้นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายประเทศ กำลังเจอสิ่งเดียวกันคือโครงข่ายไฟฟ้าเก่าที่ไม่รองรับการเติบโต หากปล่อยให้โครงข่ายเดิมเป็นคอขวด การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและคาร์บอนต่ำจะสะดุดกลางทาง ทางออกจึงต้องไปไกลกว่าการวางสายส่งเพิ่ม แต่คือการยกระดับทั้งระบบสู่โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่บริหารการไหลของไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ รองรับแหล่งผลิตกระจายตัว และเชื่อมโยงกับระบบกักเก็บพลังงานเพื่อรักษาเสถียรภาพ. หากไม่ลงทุนโครงสร้างไฟฟ้าให้ทัน ดาต้าเซ็นเตอร์อาจกลายเป็นภาระต่อโครงข่ายมากกว่ากำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ.

บทสรุป: ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเป็นมากกว่าตึกเซิร์ฟเวอร์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่ถูกมองเป็นเพียงเครื่องดูดเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างในเขตเศรษฐกิจพิเศษ กลายเป็นสนามทดสอบว่านโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ได้จริงหรือไม่ ตัวเลข 1.6 ล้านล้านบาทในโครงการที่ได้รับส่งเสริม สะท้อนโอกาส แต่ข้อเท็จจริงเรื่องการจ้างงานที่ยังไม่สูง การใช้ไฟฟ้าและน้ำมหาศาล และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมทำให้รัฐต้องยอม “ยูเทิร์น” หันมาออกกฎเกณฑ์ใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า และการจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล. มุมมองเชิงนโยบายในวันนี้จึงควรชัดว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่จุดจบของการลงทุน แต่เป็นจุดตั้งต้นของการยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงทักษะวิศวกรและผู้ประกอบการเทคโนโลยีในประเทศ หากรัฐบาลเดินหน้าแนวทางคัดกรองเข้มข้นและลงทุนแก้คอขวดโครงสร้างไฟฟ้าให้ทัน บูมดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งนี้มีโอกาสพลิกจากการเติบโตที่กระจุกตัว กลายเป็นการลงทุนโครงสร้างที่สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้กว้างและมั่นคงยิ่งขึ้น.

บูมดาต้าเซ็นเตอร์พลิกเกมการลงทุนโครงสร้าง แต่รัฐเริ่มวางกรอบใหม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!