ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

วิกฤตวัยกลางคนของนักเชลโล เมื่อดนตรีคลาสสิกกลายเป็นหัวใจของหนังดราม่าใหม่

วิกฤตวัยกลางคนของนักเชลโล เมื่อดนตรีคลาสสิกกลายเป็นหัวใจของหนังดราม่าใหม่
ความสนใจ|คลาสสิก

Behemoth! คืออะไร และทำไมวิกฤตวัยกลางคนของนักเชลโลถึงน่าดู

Behemoth! คือฟิลมดราม่าดนตรีที่เล่าเรื่องนักเชลโลมืออาชีพซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน ผ่านโลกการบรรเลงดนตรีคลาสสิกและงานบันทึกเสียงภาพยนตร์ เชลโลและหนังเรื่องนี้ใช้ชีวิตและอาชีพของตัวละครเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศิลปะชั้นสูงอย่างดนตรีคลาสสิกกับการเล่าเรื่องสำหรับผู้ชมทั่วไป ทำให้ดนตรีไม่ได้เป็นแค่ดนตรีประกอบ แต่กลายเป็นโครงสร้างและหัวใจของภาพยนตร์ ดนตรีคลาสสิกภาพยนตร์จึงถูกมองใหม่ทั้งในฐานะพื้นที่ทำงานของนักบรรเลงและพื้นที่อารมณ์ของผู้ชม ประเด็นสำคัญของ Behemoth! คือการกล้าดึงอาชีพที่ดูไกลตัวอย่างนักบรรเลงเชลโลเข้ามาอยู่กลางจอขนาดใหญ่ แล้วถามคำถามร่วมสมัยว่า เมื่อวงออร์เคสตรากำลังสั่นคลอนและสังคมเปลี่ยนไป ชีวิตศิลปินจะหาทางอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร ภาพวิกฤตวัยกลางคนจึงไม่ได้มีแต่เหล้าและความสัมพันธ์สั้นๆ แต่มีเสียงดนตรี ฝึกซ้อม และความกดดันในสตูดิโอเป็นฉากหลังที่เข้มข้น

วิกฤตวัยกลางคนของนักเชลโล เมื่อดนตรีคลาสสิกกลายเป็นหัวใจของหนังดราม่าใหม่

Pedro Pascal นักบรรเลงเชลโลตัวจริง ไม่ใช่แค่ดาราถือเครื่องดนตรี

เสน่ห์ใหญ่สุดของ Behemoth! คือการตัดสินใจให้ Pedro Pascal นักบรรเลงที่คนดูคุ้นหน้าในบทแอ็กชันและไซไฟ มาเป็นนักเชลโลระดับโลกที่ชื่อ Alex Serian และให้เขาเรียนเชลโลจริงจังจนเล่นเองในหนังได้ Tony Gilroy แก้ปัญหาอมตะในเชลโลและหนังดนตรีคลาสสิกภาพยนตร์ คือภาพดาราทำท่าเล่นเครื่องสายแบบลวงตา ด้วยการบังคับให้ร่างกายและนิ้วของดารานำสอดคล้องกับเสียงดนตรี ผลคือผู้ชมไม่ถูกดึงหลุดออกจากเรื่องด้วยการวางมือผิดตำแหน่งหรือการใช้คันชักแบบปลอม แต่กลับเชื่อว่าตัวละคร Alex เป็นนักบรรเลงระดับมืออาชีพ เทียบเท่านักกีฬา หรือเชฟระดับสูงที่ใช้ทักษะเป็นอากาศหายใจ ความสมจริงนี้เป็นโครงสำคัญที่ทำให้ฟิลมดราม่าดนตรีเรื่องนี้ก้าวข้ามความเป็นงานอาร์ตเฉพาะทาง ไปสู่ความเข้าถึงได้ของผู้ชมวงกว้าง เพราะเราเห็นการทำงานของร่างกาย ศิลปะ และวิกฤตชีวิตในคนคนเดียว

จาก Andor สู่ Behemoth! เมื่อ Tony Gilroy ใช้รูปแบบดนตรีเป็นโครงสร้างเรื่อง

Tony Gilroy ขึ้นชื่อจากงานเขียนและกำกับแนวการเมืองและทริลเลอร์ และเขาเพิ่งสร้างซีรีส์ไซไฟการเมืองเรื่อง Andor ก่อนจะหันมาทำ Behemoth! ซึ่งเป็นเพียงฟิลมยาวเรื่องที่สี่ และเรื่องแรกหลัง The Bourne Legacy การเปลี่ยนจากโลกการเมืองขนาดใหญ่ไปสู่โลกส่วนตัวของนักเชลโลจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนฉาก แต่คือการเปลี่ยนภาษา เขาหันมาใช้รูปแบบดนตรีเป็นภาษาการเล่าเรื่อง Gilroyเคยฝันอยากเป็นนักดนตรี เล่นกีตาร์และเคยหวังเป็นมือสตูดิโอ แต่เมื่อเข้าสู่วงการฟิลม ความหลงใหลในการทำดนตรีประกอบและการทำงานกับออร์เคสตราในสตูดิโอบันทึกเสียงกลับยิ่งเข้มข้น จนตอนดูแลการบันทึกเสียง Rogue One ที่ Gary Martin Soundstage บางอย่างในหัวของเขาเริ่มก่อตัวขึ้น Behemoth! จึงเป็นผลลัพธ์ของความหมกมุ่นต่อดนตรีที่สะสมมานาน เขาถ่ายทอดโลกเบื้องหลังการบันทึกเสียงให้กลายเป็นละครชีวิต ซึ่งทำให้ดนตรีคลาสสิกภาพยนตร์ถูกมองเป็นงานแรงงาน จับต้องได้ ไม่ใช่แค่เสียงหรูหราลอยมาในโรง

เก้าคอมโพสเซอร์และโครงสร้างแบบสเกิร์ตโซ ทำให้ดนตรีเป็นหัวใจการเล่าเรื่อง

จุดที่ทำให้ Behemoth! แตกต่างจากฟิลมดราม่าดนตรีทั่วไปคือการใช้โครงสร้างดนตรีเป็นโครงสร้างหนัง ไม่ใช่แค่ใช้ดนตรีประกอบฉาก ที่สำคัญ Gilroy ดึงคอมโพสเซอร์ภาพยนตร์ชื่อดังถึงเก้าคนมาร่วมทำดนตรี และให้เครดิตในนาม Behemoth! Collective การมีเสียงจากหลายสมองหลายสไตล์ทำให้โลกดนตรีในเรื่องมีมิติใกล้เคียงกับชีวิตจริงของนักเชลโลที่ต้องเล่นทั้งงานออร์เคสตราและงานสตูดิโอที่หลากหลาย หนังเล่นกับความเป็นเมทาอย่างขี้เล่น ผู้ชมเห็นออร์เคสตราบันทึกเสียงให้หนังเรื่องหนึ่งด้วยดนตรีระทึกขวัญ โรแมนติก หรือเปี่ยมความคิด แล้วไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงเดียวกันก็กลายเป็นดนตรีประกอบของ Behemoth! เอง นี่คือการใช้ดนตรีเป็นตัวโครงสร้างเหตุการณ์ แทนที่จะเป็นฉากหลังอารมณ์ ทำให้ผู้ชมต้องคิดตามว่ากำลังฟังดนตรีประกอบหนังสมมติหรือหนังที่เห็นจริงอยู่ Gilroyเรียกหนังเรื่องนี้ว่าไม่ใช่ซิมโฟนี แต่เป็นสเกิร์ตโซ คำนี้สำคัญเพราะสเกิร์ตโซในโลกดนตรีคือท่อนที่มีอารมณ์หยอกล้อ ฟุ้งกระจาย เปลี่ยนจังหวะรวดเร็ว การที่ฟิลมดราม่าดนตรีเรื่องนี้เลือกโทนแบบนั้น แปลว่าเขาปฏิเสธความซีเรียสหนักหน่วงแบบ Tár แล้วหันมาเล่นกับตัวแบบ เลื่อนเวลา เล่าเรื่องกระโดดไปมาให้เหมือนการฟังท่อนดนตรีสั้นที่เต็มไปด้วยลูกเล่น

เมื่อวิกฤตชีวิตศิลปินกลายเป็นสะพานเชื่อมหนังสายอาร์ตกับผู้ชมแมส

หัวใจที่ทำให้ Behemoth! น่าสนใจสำหรับทั้งคนรักดนตรีและคนรักหนัง คือการใช้วิกฤตวัยกลางคนของนักเชลโลเป็นจุดร่วมของทุกคน อเล็กซ์คือเด็กอัจฉริยะจากครอบครัวดนตรีที่ขึ้นโชว์ในรายการทอล์กโชว์ตั้งแต่หกขวบ แต่เมื่อโตขึ้น เขากลายเป็นศิลปินที่ล่องลอยไปกับเมืองใหม่ ผู้หญิงใหม่ และงานใหม่ โดยยังแบกแผลครอบครัวอยู่ในใจ ฟิลมดราม่าดนตรีเรื่องนี้จึงพูดเรื่องความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ และความว่างเปล่าที่แฝงอยู่ใต้ชีวิตดูหรูของศิลปิน การวางฉากในโลกดนตรีคลาสสิกภาพยนตร์ที่กำลังเปลี่ยนไป ทั้งวงออร์เคสตราที่เริ่มสะดุดค่าตอบแทนไม่เหมือนเดิม นักบรรเลงอย่าง Alex ต้องรับงานสตูดิโอเป็นไซด์จ๊อบเพื่ออยู่รอด ทำให้คนดูเห็นด้านแรงงานของศิลปะ ไม่ใช่แค่แสงไฟบนเวที นี่คือสะพานระหว่างศิลปะชั้นสูงกับชีวิตประจำวันของผู้ชม และคือคำตอบว่าทำไมเชลโลและหนังเรื่องนี้ถึงมีโอกาสพาดนตรีคลาสสิกเข้าสู่กระแสหลักได้มากกว่าหนังสายอาร์ตที่เน้นโลกวงการดนตรีอย่างเดียว ฟิลมดราม่าดนตรีจึงกลายเป็นพื้นที่กลางที่ทั้งสายอาร์ตและสายแมสสามารถรับฟังเสียงกันผ่านตัวละครหนึ่งคน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!