จุดเปลี่ยนใหญ่ของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในตรุษจีน 2026
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีน 2026 คือการที่พวกเขาเลือกเดินทางไปเกาหลีใต้และเวียดนามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะมุ่งหน้าไปยังจุดหมายยอดนิยมดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนทั้งอิทธิพลการเมืองระหว่างประเทศ นโยบายการท่องเที่ยว และความกังวลด้านความปลอดภัยที่เริ่มมีน้ำหนักมากกว่าความคุ้นเคยเดิมของตลาดท่องเที่ยวอาเซียน
หัวใจของเรื่องนี้คือ เกาหลีใต้ท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นภาพแทนของซอฟต์พาวเวอร์ที่จับต้องได้ ขณะที่เวียดนามแซงไทยในฐานะประตูหลักของท่องเที่ยวอาเซียนสำหรับนักท่องเที่ยวจีน การเปลี่ยนทิศนี้ไม่ใช่เพียงการกระจายเส้นทางบินหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่พร้อม “โหวตด้วยพาสปอร์ต” ตอบรับประเทศที่ให้ทั้งความรู้สึกปลอดภัย ความสะดวก และภาพลักษณ์ทันสมัยมาควบคู่กัน

เกาหลีใต้ขึ้นแท่นแชมป์ เพราะซอฟต์พาวเวอร์บวกการเมือง
ในตรุษจีน 2026 เกาหลีใต้ถูกคาดการณ์ว่าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนราว 230,000–250,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 52% จากปีก่อน และคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของชาวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศช่วงนี้ ตัวเลขยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตและสถานกงสุลเกาหลีใต้ในจีนช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมพุ่งไปกว่า 330,613 ราย เพิ่มขึ้น 34% โดยวีซ่าท่องเที่ยวโตถึง 45% ยืนยันชัดว่านี่ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนใจอย่างตั้งใจของนักท่องเที่ยวจีน
ปัจจัยผลักคือบรรยากาศ “เมินญี่ปุ่น” จากความร้าวฉานทางการเมืองระหว่างสองประเทศ ขณะที่ปัจจัยดึงคือซอฟต์พาวเวอร์คลื่นเกาหลีและมาตรการฟรีวีซ่าชั่วคราวสำหรับกรุ๊ปทัวร์ตั้งแต่ 3 คน พำนักได้ 15 วัน ซึ่งเริ่มใช้ปลายกันยายน 2025 นโยบายนี้ลดต้นทุนและความยุ่งยากในการเดินทางอย่างชัดเจน เหมาะกับนักท่องเที่ยวจีนทั้งกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อน และยังเกิดท่ามกลางการประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ยิ่งทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นตัวเลือก “ได้ทั้งหัวใจและเหตุผล” สำหรับช่วงวันหยุดตรุษจีนปีนี้
เวียดนามแซงไทย: จากตัวเลือกสำรองสู่แชมป์อาเซียน
ถ้าเกาหลีใต้คือผู้ชนะในสมรภูมิตรุษจีน เวียดนามก็คือผู้ชนะในศึกระยะยาวของท่องเที่ยวอาเซียน ปี 2025 เวียดนามดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 21.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20% ทะลุสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวจีนคือกลุ่มใหญ่สุด 5.3 ล้านคน โตถึง 41.3% เหนือกว่าจำนวนชาวจีนที่เดินทางเข้าไทยที่อยู่ราว 4.5 ล้านคนอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า เวียดนามไม่ได้เป็นเพียง “คู่แข่งใกล้เคียง” อีกต่อไป แต่ขึ้นมาเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนในภูมิภาคแล้ว
เหตุผลสำคัญคือภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความเป็นระเบียบที่สูงกว่า ในขณะที่ข่าวลบเกี่ยวกับการลักพาตัวชาวจีนเพื่อไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน และความไม่สงบบริเวณชายแดนฝั่งไทยกับกัมพูชา ทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มสั่นคลอน พร้อมกันนั้น เวียดนามยังตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนระดับกลางถึงบนที่เน้นท่องเที่ยวคุณภาพ ยินดีจ่ายหลายหมื่นบาทต่อทริปเพื่อโรงแรมหรู อาหารดี และบริการด้าน wellness ที่ทันสมัย รวมถึงเครือข่ายบินตรงจากเมืองใหญ่ในจีนสู่เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างดานัง ญาจาง และฟูโกว๊กที่แน่นและสะดวก

เมื่อท่องเที่ยวอาเซียนผูกกับการเมือง และไทยเริ่มเสียตำแหน่ง
แนวโน้มนี้ชี้ชัดว่าท่องเที่ยวอาเซียนไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องทะเลสวยหรือของกินอร่อยอีกต่อไป แต่ถูกกำหนดด้วยความมั่นคง การเมือง และการทูตมากขึ้น เกาหลีใต้ได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ในขณะที่ญี่ปุ่นต้องแบกภาระกระแสไม่พอใจทางการเมืองจนกลายเป็นเป้า “บอยคอต” โดยปริยาย นักเดินทางจีนยุคใหม่จึงหันไปเกาหลีใต้ เวียดนาม และจุดหมายอื่นในเอเชียที่ให้ความรู้สึกว่ามีบรรยากาศทางการทูตผ่อนคลายกว่า
สำหรับไทย ผลกระทบเริ่มสะท้อนชัดในตัวเลข ปี 2025 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.9 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปีก่อน เป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบสิบปี (ไม่นับช่วงโควิด) และรายได้ท่องเที่ยวลด 4.7% พร้อมกันนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดเหลือราว 4.5 ล้านคน ในขณะที่เวียดนามรับได้ 5.3 ล้านคน การที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกระจายตัวไปหลายประเทศ ทำให้ไทยไม่ใช่ “ตัวเลือกอัตโนมัติ” อีกต่อไป หากยังแก้เรื่องความปลอดภัย การสื่อสาร และความชัดเจนทางการเมืองไม่ได้ ก็มีโอกาสเสียส่วนแบ่งให้อาเซียนเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากสัญญาณวันนี้สู่ยุทธศาสตร์วันหน้า
ภาพรวมตรุษจีน 2026 บอกเราว่า นักท่องเที่ยวจีนกำลังใช้พาสปอร์ตเป็นเครื่องมือสะท้อนทัศนคติทางการเมือง ความเชื่อมั่น และรสนิยมใหม่ๆ พร้อมกัน เกาหลีใต้ได้แรงหนุนจากซอฟต์พาวเวอร์และฟรีวีซ่า ขณะที่เวียดนามใช้ความรู้สึกปลอดภัย บวกบริการท่องเที่ยวคุณภาพและเส้นทางบินที่ครอบคลุม เป็นบันไดขึ้นสู่ยุคทองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สอดรับกับการคาดการณ์ว่าอีกประมาณสองปีข้างหน้า เศรษฐกิจเวียดนามที่โตเฉลี่ยราว 8% ต่อปีอาจแซงหน้าเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวจากปัญหาการเมืองและข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
ฝั่งไทยเองตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาให้ได้ 6.7 ล้านคนในปี 2026 ซึ่งเท่ากับเป้าหมายเดิมของปีก่อน การจะไปถึงจุดนั้นต้องไม่คิดว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเพราะ “ความคุ้นเคย” อีกต่อไป แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขามีตัวเลือกใหม่ที่แข็งแรงกว่าแล้ว บทสรุปจึงชัดเจนว่า หากไทยไม่เร่งกู้ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แก้เงื่อนไขด้านวีซ่าและความสะดวก และใช้ซอฟต์พาวเวอร์อย่างจริงจัง ก็อาจต้องยอมรับการเป็น “ตัวเลือกอันดับรอง” ในสมรภูมิท่องเที่ยวเอเชียที่กำลังแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกปี







