ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อ AI กลายเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่ง องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัย

เมื่อ AI กลายเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่ง องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัย
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ความเสี่ยงไซเบอร์ AI คืออะไร และทำไมจู่ๆ ถึงขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง

ความเสี่ยงไซเบอร์ AI คือความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการโจมตีทางไซเบอร์ และการโจมตีระบบ AI โดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ AI สร้างมัลแวร์หรือเนื้อหาหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้น ไปจนถึงการเจาะ แทรกแซง หรือบิดเบือนโมเดล AI ที่องค์กรใช้ในการตัดสินใจหรือให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลผิดเพี้ยน ระบบล่ม หรือบริการสำคัญหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้จำนวนมากที่เชื่อมโยงอยู่ในโครงข่ายเดียวกัน

สัญญาณที่ชัดที่สุดคือผลรายงานการประเมินความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ พ.ศ. 2569 ภายใต้กรอบ TH-NCRAF 2026 ซึ่งจัดทำเพื่อสะท้อนแนวโน้มภัยในช่วงสองปีข้างหน้า รายงานนี้พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของรายการความเสี่ยงที่ประเมิน หรือ 49.8 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในระดับสูง แสดงว่าภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์กำลังตึงตัวกว่าที่เคย ที่สำคัญ สถานการณ์ R19 การใช้ AI สนับสนุนการโจมตีและการโจมตีระบบ AI ถูกเลือกเป็นความเสี่ยงสำคัญมากที่สุด โดย 68.1 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบให้ความสำคัญ และ 40 เปอร์เซ็นต์จัดให้เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ 70 เปอร์เซ็นต์ประเมินว่าอยู่ในระดับความเสี่ยงสูง นี่ไม่ใช่เสียงเตือนเล่นๆ แต่คือการยอมรับร่วมกันว่า AI กำลังเปลี่ยนเกมความปลอดภัยดิจิทัล

เมื่อ AI กลายเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่ง องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัย

AI ไม่ได้มาเดี่ยว Ransomware และภัยควอนตัม 2026 กำลังต่อคิว

การที่ AI ขึ้นเป็นความเสี่ยงไซเบอร์อันดับหนึ่งไม่ได้หมายความว่าภัยเดิมจะหายไป ตรงกันข้าม ภัยพื้นฐานกลับยิ่งน่ากังวลเมื่อผูกกับ AI รายงาน TH-NCRAF 2026 ระบุว่า R4 มัลแวร์เรียกค่าไถ่ หรือ Ransomware ยังถูกเลือกเป็นความเสี่ยงสำคัญในสัดส่วน 39.6 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยการขโมยข้อมูลรับรองตัวตน 38.7 เปอร์เซ็นต์ และช่องโหว่แบบ Zero Day 35.7 เปอร์เซ็นต์ ภัยเหล่านี้คือเครื่องมือทำเงินของอาชญากรดิจิทัล และ AI กำลังทำให้การโจมตีแม่นยำและอัตโนมัติมากขึ้น

ที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือภัยควอนตัม 2026 หรือ Quantum Threat ซึ่งถูกจัดเป็นสถานการณ์ R20 และถูกเลือกเป็นความเสี่ยงสำคัญ 36.6 เปอร์เซ็นต์ ติดอันดับสี่ของรายการทั้งหมด ความกังวลนี้ไม่ได้เกินจริง เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพจะถอดรหัสระบบเข้ารหัสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลที่คิดว่าปลอดภัยกลับถูกเปิดอ่านย้อนหลังได้ รายงานชี้ชัดว่าองค์กรจำเป็นต้องเริ่มเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อภัยควอนตัม หรือ Post Quantum Cryptography ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอให้เทคโนโลยีควอนตัมสุกงอมแล้วค่อยวิ่งหนีไฟ

Ransomware และ Cascade Effect เมื่อเหตุเดียวลามทั้งระบบ

องค์กรจำนวนมากยังคิดว่าการป้องกัน Ransomware คือแค่ติดตั้งแอนติไวรัสและสำรองข้อมูลเป็นครั้งคราว มุมมองแบบนี้ไม่พออีกต่อไป รายงาน TH-NCRAF 2026 เน้นว่า Ransomware ยังเป็นภัยหลักที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กับความเสี่ยงไซเบอร์ AI และสิ่งที่ทำให้มันอันตรายขึ้นคือความเสี่ยงเชิงระบบ หรือ Cascade Effect เมื่อระบบหนึ่งถูกโจมตี ผลกระทบสามารถลามผ่านโครงข่าย ห่วงโซ่อุปทาน และผู้ให้บริการภายนอก จนกระทบบริการสำคัญในหลายภาคส่วน

แนวทางการป้องกัน Ransomware ที่รายงานเสนอจึงเน้นความยืดหยุ่นมากกว่าการป้องกันแบบกำแพงเดียว องค์กรควรสำรองข้อมูลแยกส่วน ทดสอบการกู้คืนอย่างสม่ำเสมอ และฝึกซ้อมแผนตอบสนองเหตุการณ์หรือ Incident Response เพื่อให้รู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อระบบถูกล็อกเรียกค่าไถ่ ที่สำคัญ ต้องประเมินความเชื่อมโยงกับระบบอื่นเสมอ เพราะเหตุโจมตีที่เริ่มจากจุดเล็กๆ ในผู้ให้บริการรายหนึ่ง อาจทำให้บริการภาครัฐ การเงินการธนาคาร หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหยุดชะงักพร้อมกันได้ การจัดลำดับความสำคัญด้านความปลอดภัยดิจิทัลจึงต้องคิดเกินขอบเขตองค์กรตัวเอง

ช่องว่างทักษะและ AI Literacy จุดอ่อนใหญ่ของความปลอดภัยดิจิทัล

ความเสี่ยงไซเบอร์ AI จะรุนแรงแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ใช้ด้วย ผลดัชนีสุขภาวะดิจิทัล Thailand Cyber Wellness Index 2026 แสดงภาพที่น่าคิด คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 0.51 เป็น 0.724 ทำให้ภาพรวมอยู่ในระดับก้าวหน้า แต่ยังมี 17.3 เปอร์เซ็นต์ หรือราวหนึ่งในหกที่อยู่ในกลุ่มต้องเร่งพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัล นั่นหมายความว่าในขณะที่ระบบซับซ้อนขึ้น ผู้ใช้ส่วนหนึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ

ดัชนียังชี้ว่าคะแนนการรู้เท่าทันดิจิทัลต่ำกว่าความสามารถใช้งานอุปกรณ์และแพลตฟอร์ม สะท้อนว่าคนจำนวนมากใช้เทคโนโลยีคล่องแต่ตรวจสอบข้อมูลไม่เก่ง เมื่อผูกกับ Generative AI ที่สร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอสมจริงได้อย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงจากข่าวปลอมและหลอกลวงจึงยิ่งสูง นอกจากนี้ คะแนนเฉลี่ยการใช้และความเข้าใจ AI อยู่ที่ 3.30 จาก 5 เพิ่มจาก 3.18 แต่มีช่องว่างระหว่างวัยชัดเจน กลุ่มอายุ 23 ถึง 29 ปีได้ 3.61 ขณะที่ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้เพียง 2.53 สะท้อนภาวะ AI Divide ที่ทำให้บางกลุ่มเสี่ยงถูกหลอกหรือใช้ AI ผิดทางมากกว่า

เมื่อ AI กลายเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่ง องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัย

จากรายงานสู่แผนปฏิบัติ สมดุลระหว่างการใช้ AI กับความปลอดภัยดิจิทัล

เมื่อ AI เป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาองค์กรและความเสี่ยงไซเบอร์อันดับหนึ่ง คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ แต่คือจะใช้แบบไหนให้ปลอดภัย รายงานการประเมินความเสี่ยงเสนอให้ทุกองค์กรสร้างกรอบการกำกับดูแล AI หรือ AI Governance จัดทำแนวปฏิบัติการใช้ AI อย่างชัดเจน กำกับดูแลระบบ AI และคงการควบคุมโดยมนุษย์ หรือ Human Oversight เพื่อลดโอกาสที่ AI จะถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือถูกโจมตีจนกระทบงานหลักขององค์กร ควบคู่กับนั้น ต้องยกระดับความปลอดภัยด้านตัวตนและการเข้าถึงระบบ เช่น การใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย การควบคุมบัญชีสิทธิ์สูง และแนวคิด Zero Trust

ในระดับบุคคล ผลดัชนีสุขภาวะดิจิทัลชี้ชัดว่าการพัฒนาทักษะต้องไม่หยุดอยู่ที่การใช้งาน แต่ต้องต่อยอดสู่การคิดเป็น ตรวจสอบเป็น และใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ผู้วิจัยระบุว่าจะนำข้อมูลไปออกแบบการพัฒนาทักษะตามบริบทแต่ละวัย ตั้งแต่การรู้เท่าทันร่องรอยดิจิทัลและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสำหรับเด็ก การรับมือ Cyberbullying สำหรับเยาวชน การใช้ AI และป้องกันภัยหลอกลวงสำหรับวัยทำงาน ไปจนถึงเสริมความมั่นใจด้าน AI และความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ บทสรุปคือองค์กรและคนทำงานต้องเลิกมองความปลอดภัยดิจิทัลเป็นเรื่องของฝ่ายไอทีฝ่ายเดียว แต่เป็นวาระร่วมที่ต้องลงทุนทั้งในระบบ เทคโนโลยี และทักษะของคน หากทำได้ AI จะกลายเป็นทรัพย์สิน ไม่ใช่ระเบิดเวลาขององค์กร

เมื่อ AI กลายเป็นภัยไซเบอร์อันดับหนึ่ง องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้านความปลอดภัย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!