ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

นาฬิกาไม่ใช่แค่บอกเวลา แต่คือสนามทดลองดีไซน์และศิลปะ

ดีไซน์นาฬิกาหรูในยุคใหม่คือการออกแบบนาฬิกาข้อมือที่ผสานกลไกบอกเวลาเข้ากับรูปทรงเรือนและหน้าปัดหลากหลาย ตั้งแต่นาฬิกาทรงเหลี่ยมและทรงสามเหลี่ยมไปจนถึงงานตกแต่งสไตล์เครื่องประดับ ใช้วัสดุระดับไฮเอนด์อย่างทองคำ เพชร พลอย และเส้นไหม รวมถึงกลไกซับเซอร์ติศิลป์นาฬิกา เพื่อสร้างชิ้นงานที่เป็นทั้งเครื่องมือและงานศิลป์ในเวลาเดียวกัน โดยมีรุ่นผลิตจำนวนจำกัดและนาฬิกา limited edition เป็นตัวสะท้อนความหรูหราและเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ สิ่งที่เห็นชัดคืออุตสาหกรรมนาฬิกากำลังขยับออกจากความปลอดภัยของหน้าปัดทรงกลม ไปสู่รูปทรงที่ท้าทายทั้งช่างเครื่องและผู้สวมใส่ นาฬิกา Hamilton Ventura ทรงสามเหลี่ยมที่ออกแบบโดย Richard Arbib เปิดตัวในปี 1957 และเป็นนาฬิกาข้อมือไฟฟ้าเรือนแรกของโลก แสดงให้เห็นว่าการทดลองรูปทรงใหม่ไม่ใช่แนวคิดสมัยนี้ หากแต่ตลาดและรสนิยมผู้ชายในยุคนั้นยังไม่พร้อมรับดีไซน์แปลกตา วันนี้เมื่อสมาร์ตโฟนเข้ามารับหน้าที่บอกเวลาแทน นาฬิกาบนข้อมือจึงมีเสรีภาพมากขึ้นในการเป็นงานดีไซน์และศิลปะเต็มตัว

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

นาฬิกาทรงเหลี่ยมและสามเหลี่ยม เมื่อรูปทรงกลายเป็นภาษาความหรู

เทรนด์นาฬิกาทรงเหลี่ยมกำลังเดินหน้าอย่างมั่นใจ ตั้งแต่นาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าไปจนถึงทรงสามเหลี่ยมที่แหลมคม นาฬิกา Hamilton Ventura ที่มีเรือนทรงสามเหลี่ยมยังคงเป็นไอคอนของดีไซน์ล้ำสมัยมาเกือบ 70 ปี นับจากวันที่เอลวิส เพรสลีย์สวมใส่ในภาพยนตร์ Blue Hawaii และผลักให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ รูปทรงแบบนี้บังคับให้ช่างต้องคิดใหม่เรื่องการวางหน้าปัด ตำแหน่งหูสาย และการกันน้ำตามมุมที่เป็นจุดอ่อนทางโครงสร้าง ความท้าทายนี้กลับกลายเป็นจุดขายสำคัญของนาฬิกาทรงสามเหลี่ยมและเหลี่ยมมุม เพราะผู้สะสมต้องการเรือนที่มีบุคลิกชัดเจนมากกว่าหน้าปัดทรงกลมแบบเดิม นาฬิการุ่นทดลองอย่าง A1 Prehistoric ที่ได้แรงบันดาลใจจากหัวลูกศรและขวานหินโบราณชี้ให้เห็นว่า นาฬิกาสามารถถ่ายทอดแนวคิดเชิงศิลป์และประวัติศาสตร์ผ่านรูปทรงเรือนที่ไม่สมมาตรได้ดี บนพรมแดง เรือนเหลี่ยมจัตุรัสและผืนผ้าก็ยิ่งถูกเลือกใช้มากขึ้น จนหน้าปัดกลมเริ่มถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเกินไปสำหรับคนรักดีไซน์นาฬิกาหรู

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

กลไกซับซ้อนกับการปั้นเวลาให้เป็นผลงานเคลื่อนไหว

การก้าวข้ามหน้าปัดกลมไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปทรง แต่ลามไปถึงการตีความการบอกเวลาใหม่ Louis Vuitton เปิดตัวกลไก Spin Time ในปี 2009 โดยใช้อักษรบนลูกบาศก์หมุนรอบหน้าปัดแทนเข็มชั่วโมง โดยลูกบาศก์ทั้งสิบสองชิ้นจะพลิกด้านเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อแสดงชั่วโมงปัจจุบัน กลายเป็นโชว์เคสที่ทำให้เวลาเปลี่ยนรูปเป็นการเคลื่อนไหวบนหน้าปัด รุ่น Tambour Spin Time รุ่นใหม่ยังเพิ่มความซับซ้อนด้วยตัวเรือนหลายขนาดและเวอร์ชันที่มีกลไกทูร์บิยองแบบบินลอย รวมถึงเครื่อง LFT ST05.01 ที่มีชิ้นส่วนถึง 283 ชิ้นและนำการกระโดดชั่วโมงมารวมกับทูร์บิยองกลางหน้าปัด ด้าน Jacob & Co นำแนวคิดเพชรและนาฬิกาไปสุดทางด้วย Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino ที่ฝังเพชร 54 เม็ดลงบนบาลานซ์วีลโดยตรง ซึ่งถูกยกให้เป็นบาลานซ์วีลฝังเพชรเรือนแรกในโลกนาฬิกาสมัยใหม่ กลไก JCFA02 แบบขึ้นลานอัตโนมัติใช้ไมโครโรเตอร์ มีชิ้นส่วน 184 ชิ้น และให้กำลังสำรอง 72 ชั่วโมง ส่งผลให้เพชรบนบาลานซ์วีลแกว่งไปมาตลอดเวลา ก่อให้เกิดวงแหวนระยิบระยับกลางกรงทูร์บิยองแทนที่จะยึดประกายไว้บนตัวเรือนอย่างที่คุ้นเคย

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

เมื่อหน้าปัดกลายเป็นผืนผ้าใบระหว่างเครื่องบอกเวลาและเครื่องประดับ

แนวคิดว่าหน้าปัดคือนิยามใหม่ของงานศิลป์เห็นได้ชัดจาก Hermès Arceau Cheval Natté ซึ่งใช้เส้นไหมเกือบ 400 เส้นมาวางทีละเส้นตามทิศทางที่กำหนดเพื่อสร้างภาพม้าแบบนูนต่ำ เมื่อแสงตกกระทบพื้นผิว หน้าปัดจะเปลี่ยนมิติและสีสันตามมุมมอง เสริมด้วยงานแกะสลัก ลงยาแบบฌอมป์เลอเว และเพชรที่ช่วยขับลายม้าให้มีพลังเหมือนภาพทอที่หายใจได้ นี่คือซับเซอร์ติศิลป์นาฬิกาในรูปแบบหัตถศิลป์ที่ละเอียดระดับเส้นไหมทุกเส้นมีความหมาย ฝั่งเครื่องประดับระดับสูง Tiffany ใช้ Rope watch รุ่นใหม่เป็นสะพานเชื่อมโลกนาฬิกาและจิวเวลรี ด้วยตัวเรือนแพลทินัมทรงดอกไม้ที่มีกลีบ 32 กลีบซึ่งฝังเพชรเจียระไนทราเพซอยด์ รวมเพชรทั้งหมด 154 เม็ดมากกว่า 32 กะรัต และอความารีน 106 เม็ดเกือบ 12 กะรัตเรียงทั่วเรือน สาย และหัวล็อก หนึ่งในคำพูดที่น่าจดจำคือ “การเรียกผลงาน Rope ชิ้นล่าสุดของ Tiffany ว่านาฬิกาอาจเป็นการพูดลดทอน” เพราะมีเพชรและอความารีนกว่า 44 กะรัตในตัวเรือน สาย และหัวล็อกก่อนจะถึงกลไกบอกเวลา การฝังอัญมณีใช้เวลาเซ็ตด้วยมือมากกว่า 120 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าเพชรและนาฬิกากำลังหลอมรวมเป็นชิ้นงานศิลป์สวมใส่ได้มากกว่าจะเป็นอุปกรณ์ดูเวลา

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

นาฬิกา limited edition และอนาคตของความหรูแบบมีดีไซน์

อีกเส้นทางที่สะท้อนทิศทางอนาคตของดีไซน์นาฬิกาหรูคือการทำเรือนแบบนาฬิกา limited edition จำนวนต่ำมากเพื่อเน้นเอกลักษณ์เหนือฟังก์ชัน Jacob & Co เลือกผลิต Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เพียงหนึ่งเรือนเท่านั้น ทำให้บาลานซ์วีลฝังเพชร 54 เม็ดและตัวเรือนฝังไพลินพาสเทลกลายเป็นผลงานที่ออกแบบมาเพื่อสะสมมากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน ในแนวทางคล้ายกัน Tiffany ก็สร้าง Rope watch ที่ใช้ตัวเรือนแพลทินัม กลีบดอกไม้ฝังเพชร และสายฝังเพชรกับอความารีน รวมแล้วมากกว่า 32 กะรัต และผลิตเพียงหนึ่งเรือน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าโลกนาฬิกากำลังเขียนนิยามความหรูใหม่ ไม่ใช่แค่ราคาแต่คือเรื่องราว งานฝีมือ และความกล้าทางดีไซน์ ตั้งแต่นาฬิกาทรงเหลี่ยมที่ท้าทายรูปทรงดั้งเดิม ไปจนถึงกลไก Spin Time ที่พลิกคิวบ์รอบหน้าปัด และหน้าปัดเส้นไหมของ Hermès ที่ทอเวลาให้กลายเป็นภาพม้า จุดร่วมคือการมองนาฬิกาเป็นเสมือนผลงานศิลปะเคลื่อนไหวบนข้อมือ ในยุคที่คนดูเวลาได้จากสมาร์ตโฟน นาฬิกาหรูยุคใหม่จึงยิ่งต้องกล้าต่าง เพื่อให้เหตุผลใหม่ในการสวมใส่และสะสม

จากหน้าปัดกลมสู่ทรงเหลี่ยม ศิลปะใหม่ของนาฬิกาหรู

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!