HPV คือภัยสุขภาพร่วมกัน และผู้ชายไม่ได้ปลอดภัยกว่าผู้หญิง
วัคซีน HPV ผู้ชาย คือการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อไวรัส Human Papillomavirus ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิดทั้งในผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงมะเร็งช่องปาก HPV มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่ เป้าหมายของการป้องกัน HPV ไม่ใช่เฉพาะการดูแลอวัยวะสืบพันธุ์ แต่คือการลดโอกาสเกิดโรคระยะยาวที่อาจคุกคามทั้งตัวเราและคนรอบตัว ประเด็นที่เรามักหลงคิดผิดคือ HPV เป็นเรื่องของผู้หญิง เพราะถูกผูกกับมะเร็งปากมดลูกมานาน ทั้งที่ความจริง ผู้ชายมากกว่า 90% ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสติดเชื้อ HPV ในช่วงหนึ่งของชีวิต และส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย เมื่อไม่มีอาการ ผู้ชายจึงสามารถส่งต่อเชื้อให้คู่ครองโดยไม่รู้ตัว และมีโอกาสติดเชื้อซ้ำเพราะสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้น้อย สังค้าที่มองว่า HPV เป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้นจึงกำลังทำให้ผู้ชายตกขบวนการป้องกันอย่างน่าเป็นห่วง
ผู้ชายเสี่ยงมะเร็งช่องปากจาก HPV สูงกว่าผู้หญิงถึง 5 เท่า
มะเร็งช่องปาก HPV และมะเร็งลำคอจากเชื้อนี้ไม่ใช่โรคหายากอีกต่อไป และไม่ใช่โรคของผู้หญิงเท่านั้น ข้อมูลระบุชัดว่า มะเร็งช่องปากและลำคอจากเชื้อ HPV พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 5 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น มะเร็งช่องปากและลำคอถูกจัดว่าเป็นมะเร็งอันดับที่ 4 ในผู้ชายไทย ซึ่งสะท้อนว่าผู้ชายกำลังเป็นกลุ่มเสี่ยงหลักของโรคที่เรามักไม่ค่อยพูดถึง เมื่อมองให้ลึก ปัจจัยสำคัญของมะเร็งชนิดนี้ไม่ใช่แค่บุหรี่หรือแอลกอฮอล์ แต่คือการติดเชื้อ HPV ร่วมด้วย ผู้ชายที่มั่นใจว่าตัวเองสูบไม่เยอะหรือดื่มไม่มากอาจคิดว่าปลอดภัย แต่หากละเลยการป้องกัน HPV ความเสี่ยงก็ยังอยู่ การตรวจพบเชื้อ HPV ในช่องปากหรืออวัยวะอื่น จึงไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่คือสัญญาณว่าร่างกายกำลังเผชิญไวรัสที่สังคมยังให้ความสำคัญไม่พอ

วัคซีน HPV ผู้ชาย ป้องกันได้มากกว่าที่เราคิด
เรามักรู้จักวัคซีน HPV ในฐานะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ความจริงคือวัคซีน HPV ช่วยป้องกันโรคและมะเร็งจากเชื้อ HPV ได้ถึง 6 โรค ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปากและลำคอ และหูดหงอนไก่ สำหรับผู้ชาย วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์จากสหรัฐอเมริกาเป็นวัคซีนเพียงชนิดเดียวที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในเพศชาย และช่วยลดความเสี่ยงทั้งหูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก รวมถึงมะเร็งช่องปากจาก HPV ตลอด 20 ปีของการใช้วัคซีน HPV ทั่วโลก มีผู้รับวัคซีนแล้วมากกว่า 100 ล้านคน แสดงให้เห็นประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการใช้จริงอย่างต่อเนื่อง แม้ประสิทธิภาพสูงสุดจะได้เมื่อฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่คนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังได้รับประโยชน์ เพราะวัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่จากสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยสัมผัส การรอให้มีอาการ เช่น ก้อนในคอ แผลเรื้อรังในช่องปาก แล้วค่อยขยับตัวไปหาหมอ จึงเท่ากับยอมให้โอกาสรักษาลดลง ทั้งที่การฉีดวัคซีนสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

การป้องกัน HPV คือเรื่องของครอบครัว ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว
สิ่งที่แคมเปญสุขภาพ “HPV ก็เรื่องของเรา รักใครให้ชวนป้องกัน” กำลังทำ ไม่ใช่แค่การบอกให้คนไปฉีดวัคซีน แต่คือการเปลี่ยนมุมมองให้เห็นว่า การป้องกัน HPV เป็นการดูแลทั้งตัวเองและคนที่รัก แคมเปญนี้เกิดจากความร่วมมือของโรงพยาบาลด้านเฉพาะทาง กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ และชมรมแพทย์มะเร็งศีรษะและคอ เพื่อผลักดันการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ให้เป็นรูปธรรมในทุกกลุ่มคน การชวนคู่รักนักแสดงอย่าง ณเดชน์ และญาญ่า มาร่วมรณรงค์ ทำให้ข้อความ “รักใครให้ชวนป้องกัน” มีพลังมากขึ้น เพราะสะท้อนว่าการดูแลเรื่องวัคซีน HPV ผู้ชาย และผู้หญิง เป็นเรื่องที่ทำร่วมกันได้ในครอบครัวและความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องน่าเขินหรือควรหลบเลี่ยง การพูดคุยเรื่อง HPV สามารถเริ่มจากบทสนทนาเรียบง่ายระหว่างพ่อแม่กับลูก คู่รัก หรือเพื่อน โดยไม่ต้องใช้ภาษาทางการแพทย์ซับซ้อน เมื่อเราเปิดปากพูด ความกลัวจะลดลง และพื้นที่สำหรับการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลจะมากขึ้น

จากการรณรงค์สู่การลงมือทำ: จะเริ่มป้องกัน HPV วันนี้อย่างไร
แคมเปญสุขภาพจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นการลงมือทำในชีวิตจริง การป้องกัน HPV ไม่ได้มีแค่การฉีดวัคซีน แต่ควรเป็นชุดการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การรับวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ ไปจนถึงการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันยังมีเครื่องมือเสริมอย่าง HPV testing และ HPV self-sampling ที่ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบสุขภาพกำลังพยายามขยายโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงการป้องกันมากขึ้น จุดเริ่มต้นที่ง่ายแต่ทรงพลังคือการหยุดรอให้มีอาการ แล้วนัดพบแพทย์เพื่อขอข้อมูลเรื่องการฉีดวัคซีน HPV ผู้ชาย และผู้หญิง ทั้งในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ แคมเปญ “HPV ก็เรื่องของเรา” ย้ำชัดว่า อย่ารอให้มีอาการหรือให้คนข้างตัวเตือน แต่ให้มองการป้องกันเป็นการแสดงความรักและรับผิดชอบร่วมกัน หากวันนี้คุณกล้าชวนคนที่คุณรักไปหาข้อมูลเรื่อง HPV นั่นคือก้าวสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งช่องปาก HPV และมะเร็งอื่นจากเชื้อไวรัสนี้ในอนาคต






