ค่าขนส่งทางเรือทะเลาะกับภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนดัชนี
ค่าขนส่งทางเรือคือค่าใช้จ่ายที่ผู้ส่งสินค้าและผู้นำเข้า ต้องจ่ายเพื่อให้ตู้คอนเทนเนอร์เคลื่อนที่บนเส้นทางการค้าทางทะเล ตั้งแต่ท่าเรือต้นทางไปยังปลายทาง ครอบคลุมทั้งค่าระวาง ค่าเชื้อเพลิง และค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งปรับขึ้นลงตามอุปสงค์อุปทาน สภาวะเศรษฐกิจโลก และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต้นทุนการเดินเรือโดยตรง สิ่งที่น่าตกใจในตอนนี้คืออัตราค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์จีนไปชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ กลับไปใกล้ระดับสูงสุดยุคโควิดทั้งที่โรคระบาดจบไปแล้ว การพุ่งขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลสะสมจากสงคราม น้ำมันแพง และนโยบายการค้า US-China ที่คิดว่าจะกดอำนาจการส่งออกของจีน ทว่ากลับตอกย้ำให้โลกพึ่งพาตู้คอนเทนเนอร์จีนมากขึ้นแทน

ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์จีน-ชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ กลับสู่ระดับยุคโควิด
ข้อมูลอัตราค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์จีนไปชายฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ แบบสปอตชี้ชัดว่า ภาพที่เคยเห็นในยุคโควิดกำลังหวนกลับมาอีกครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านค่าขนส่งระบุว่า ตัวเลขล่าสุดอยู่ใกล้เคียงจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคมปี 2022 บนเส้นทางเซี่ยงไฮ้–นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นเส้นทางทำเงินสำคัญของสายเรือรายใหญ่ทั่วโลก สิ่งที่ทำให้ผู้บริหารโลจิสติกส์ต้องขมวดคิ้วคือมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เตือนว่า การไต่ระดับครั้งนี้ยังไม่จบ พร้อมระบุว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณขนส่งในช่วงสัปดาห์ทอง หรือ Golden Week ซึ่งผู้ส่งออกใช้เป็นจังหวะเร่งตู้คอนเทนเนอร์ออกจากจีน ก่อนโรงงานหยุดยาว อาจผลักให้ค่าระวางทะลุสถิติเดิมไปอีกขั้น ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่าโครงสร้างตลาดทะเลกำลังตึงตัว และผู้ประกอบการปลายทางแทบไม่มีอำนาจต่อรองราคากับสายเรือเลย
สงคราม น้ำมันแพง และค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่ผลักอัตราค่าระวางขึ้น
ต้นเหตุสำคัญที่ผลักดันค่าขนส่งทางเรือให้ทะยานขึ้นคือสงครามและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อความขัดแย้งลุกลามไปถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ และการปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย ทำให้เชื้อเพลิงที่เรือใช้ต้องแบกราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำมากที่ใช้เป็นบังเกอร์สำหรับเรือบรรทุกสินค้า จึงขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเวลาไม่กี่สัปดาห์เมื่อเทียบในกลุ่มท่าเรือหลักทั่วโลก เจ้าของเรือไม่รับภาระต้นทุนไว้เอง แต่ผลักภาระผ่านค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและกลไกกำหนดราคาอื่น ทำให้อัตราค่าระวางสะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โดยตรง ความจริงข้อนี้ชี้ว่า เรือสินค้าไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ แต่ผูกติดกับเกมอำนาจระหว่างรัฐมหาอำนาจที่กำลังเล่นกันบนเวทีน้ำมันและเส้นทางเดินเรือ
ตู้คอนเทนเนอร์จีนครอง 40% ของโลก พิษภาษีนำเข้ากลายเป็นดาบย้อน
ในขณะที่อัตราค่าระวางพุ่งสูง สัดส่วนการส่งออกผ่านตู้คอนเทนเนอร์ที่มาจากจีนกลับขยายตัวสวนทางกับเจตนารมณ์นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ล่าสุดมีข้อมูลว่าจีนครองส่วนแบ่งตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกทั่วโลกถึง 40% โดยเพิ่มขึ้นอีก 2.5% จากเก้าเดือนก่อนและถือเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา นักธุรกิจยุโรปเตือนว่า ตัวเลขนี้สะท้อนความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างภูมิภาคอย่างชัดเจน คำกล่าวที่ว่า “นโยบายภาษีในช่วงสองปีที่ผ่านมาเป็นหายนะโดยสมบูรณ์” จึงไม่ใช่คำวิจารณ์ที่กล่าวลอยๆ แต่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงว่า มาตรการที่ตั้งใจลงโทษบริษัทจีนกลับเปิดช่องให้จีนเร่งส่งออกไปตลาดอื่น เพิ่มการใช้วิธีส่งต่อสินค้าไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำ และกระตุ้นให้จีนกระจายคู่ค้ากว้างขึ้น เมื่อสหรัฐฯ ใช้การค้าเป็นเครื่องมือด้านอำนาจมากเกินไป ความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าจึงถูกบั่นทอน และคู่ค้าจำนวนมากเริ่มหันไปพึ่งจีนมากขึ้นแทน
การค้า US-China ในยุคตู้คอนเทนเนอร์แพง โลกต้องทำความเข้าใจใหม่
เมื่อค่าระวางพุ่งและตู้คอนเทนเนอร์จีนครองเวทีโลกมากขึ้น การค้า US-China กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่ผู้กำหนดนโยบายไม่อาจมองแบบเดิมได้อีกต่อไป การที่สหรัฐฯ เปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจฐานการผลิตไปสู่เศรษฐกิจบริการ ทำให้ช่องว่างด้านการผลิตถูกเติมเต็มโดยจีนซึ่งเข้าร่วมระบบการค้าโลกและใช้ค่าเงินที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงเป็นตัวช่วยให้สินค้าส่งออกมีราคาถูกกว่าคู่แข่ง การตั้งกำแพงภาษีสูงจึงไม่ได้หยุดอำนาจส่งออกของจีน แต่กระตุ้นให้จีนเร่งปรับโครงสร้างการค้า กระจายตลาด และใช้รูปแบบส่งต่อชิ้นส่วนผ่านประเทศที่มีภาษีต่ำมากขึ้น ขณะที่ความสัมพันธ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่นถูกสึกกร่อนจากการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป จีนจะยิ่งมีพื้นที่สร้างเครือข่ายคู่ค้าทั่วโลกให้หนาแน่นขึ้น และโลกจะผูกชะตากับตู้คอนเทนเนอร์จีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้






