ไทยฟุ้ง ปรุงไทย คืออะไร และทำไมเมนูที่หายไปจึงสำคัญ
มหกรรมไทยฟุ้ง ปรุงไทย หรือ Thai Taste Thai Fest คือมหกรรมอาหารไทยที่เน้นการนำเสนออาหารท้องถิ่นไทยจากทุกจังหวัด ผ่านแนวคิด 1 จังหวัด 1 เมนู เพื่อรื้อฟื้นเมนูรสชาติที่หายไปและตอกย้ำคุณค่ามรดกภูมิปัญญาอาหารไทยในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คน ที่ผูกพันกับวัตถุดิบท้องถิ่น ความเชื่อ และภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ ใจความสำคัญของงานไม่ได้อยู่แค่การ ชม ชิม ช็อป แต่คือการประกาศว่ารสชาติที่ถูกหลงลืมยังมีคุณค่าและพร้อมกลับมาเล่าเรื่องเมืองและผู้คนอีกครั้ง งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 - 19.00 นาฬิกา ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พบกันของครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนรักอาหารกับวัฒนธรรมอาหารไทยในมิติใหม่ที่จับต้องได้

77 เมนูรสชาติที่หายไป ภารกิจเชิดชูอาหารท้องถิ่นไทย
สิ่งที่ทำให้ไทยฟุ้ง ปรุงไทย ปีนี้ไม่เหมือนงานอาหารทั่วไป คือการตั้งใจตามหาเมนูรสชาติที่หายไปจากทั้ง 77 จังหวัดผ่านโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ที่รวบรวมเป็นรายการ The Lost Taste ให้คนเมืองได้สัมผัสอย่างเป็นรูปธรรม นี่คือการประกาศชัดว่าอาหารท้องถิ่นไทยไม่ใช่แค่ของอร่อยริมครัว แต่คือมรดกภูมิปัญญาที่ควรถูกบันทึกและยกย่องในระดับชาติ ตามคำกล่าวของ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม “จากเดิมเรามีรายการแล้ว 231 เมนู เพิ่มปีนี้ ปีที่ 4 อีก 77 เมนูรวมทั้งสิ้น 308 เมนู ซึ่งจะได้ยกระดับไปสู่การพัฒนาเป็นแบรนด์ Thailand Best Local Food” ตัวเลข 308 เมนูจึงไม่ใช่แค่จำนวนจานอาหาร แต่เป็นฐานข้อมูลของอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่พร้อมต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจัง

จากภูมิปัญญาสู่งานมหกรรมอาหารไทยที่มีชีวิต
เมื่อเดินเข้าสู่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในช่วงงานไทยฟุ้ง ปรุงไทย คุณจะพบว่ามหกรรมอาหารไทยครั้งนี้ถูกจัดให้เป็นมากกว่าตลาดชิมของกิน แถวบูธอาหารท้องถิ่นไทย 77 เมนูมีทั้งส่วนให้ชม ชิม และช็อป พร้อมนิทรรศการที่เล่าเรื่องภูมิปัญญาการปรุงอาหาร การเลือกใช้วัตถุดิบ และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นอย่างละเอียด ในอีกฟากหนึ่งคือพื้นที่จัดแสดงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศขึ้นบัญชี พ.ศ. 2568 จำนวน 28 รายการ นิทรรศการ Culture 2030 Showcase ว่าด้วยเมืองต้นแบบวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และโซนเรื่องไม่เล่น ของเล่นไท ไทย ที่ดึงของเล่นพื้นบ้านกลับมามีชีวิต บรรยากาศจึงเป็นเหมือนห้องเรียนวัฒนธรรมที่ใช้กลิ่น รส เสียง และภาพ แทนหนังสือและสไลด์

บทบาทของรัฐและเวทีที่คนรักวัฒนธรรมควรจับตา
งานไทยฟุ้ง ปรุงไทย ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐเริ่มมองวัฒนธรรมอาหารไทยเป็นเรื่องยุทธศาสตร์มากขึ้น การเปิดงานโดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมทีมผู้บริหารอย่าง นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรี นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แสดงให้เห็นความจริงจังของภาครัฐในการใช้มหกรรมอาหารไทยเป็นเครื่องมือเชื่อมเศรษฐกิจกับมรดกทางวัฒนธรรม การมีเชฟชื่อดังและศิลปินพื้นบ้านร่วมสาธิตทำอาหารและแสดงศิลปวัฒนธรรม เสริมให้เวทีนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ศิลปินแห่งชาติอย่าง โย่ง เชิญยิ้ม และคนบันเทิงหลากรุ่นมาช่วยเล่าเรื่องอาหารท้องถิ่นไทยในภาษาที่คนรุ่นใหม่เข้าถึง ทั้งยังดึงครอบครัวและกลุ่มเพื่อนให้มาใช้เวลาร่วมกันผ่านการกินและการเรียนรู้

เมื่อจานข้าวกลายเป็นแผนที่วัฒนธรรม บทสรุปจากไทยฟุ้ง ปรุงไทย
สิ่งที่ไทยฟุ้ง ปรุงไทยย้ำชัดให้คนเมืองเห็น คืออาหารท้องถิ่นไทยไม่ใช่เรื่องของความอร่อยเฉพาะกลุ่ม แต่คือแผนที่วัฒนธรรมขนาดย่อมที่พาเราเดินทางไปยังภูมิประเทศ ความเชื่อ ศาสนา และรสนิยมของผู้คนในแต่ละจังหวัดผ่านทุกคำที่ตักเข้าปาก เมื่อเมนูรสชาติที่หายไปกลับมาอยู่กลางศูนย์วัฒนธรรม ความทรงจำของชุมชนก็ถูกเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่อย่างทรงพลัง สำหรับคนรักวัฒนธรรมอาหารไทย มหกรรมอาหารไทยลักษณะนี้คือพื้นที่ต้องไปเยือนอย่างน้อยสักครั้ง เพื่อสัมผัสด้วยตัวเองว่าอาหารพื้นถิ่นเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงสูตรที่เก็บในตำรา เมื่อรัฐ เอกชน และชุมชนจับมือกันสร้างเวทีเช่นนี้ต่อเนื่อง 308 เมนูวันนี้อาจกลายเป็นพันเมนูในอนาคต และทุกจานจะช่วยยืนยันว่าการรักษารสชาติเดิมคือการรักษาตัวตนของสังคมไทยทั้งระบบ





