กระแสธุรกิจขนมหวานยุคใหม่: จากร้านโดนัทสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์
กระแสใหม่ของธุรกิจขนมหวานและเครื่องดื่มคือการที่แบรนด์โดนัทไทยและร้านโยเกิร์ตปั่นหันมาขยายสาขาใหม่ควบคู่การเพิ่มไลน์สินค้า เพื่อสร้างภาพลักษณ์เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรสชาติ ความสะดวก และประสบการณ์นั่งร้านของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตในเมืองตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงพักผ่อนหลังเลิกงาน โดยไม่จำกัดตัวเองแค่ “ของหวาน” แต่เลื่อนตำแหน่งสู่พื้นที่ใช้ชีวิตและพบปะของคนเมือง
การเปิดสาขาใหม่ของแบรนด์โดนัทไทยและร้านโยเกิร์ตปั่นในช่วงนี้ไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการว่าตลาดธุรกิจขนมหวานยังเติบโตได้อีกมาก ทั้งจากกำลังซื้อของกลุ่มวัยเรียน วัยทำงาน และคนเมืองที่นิยมร้านสวย เมนูหลากหลาย และสินค้าเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์สุขภาพดี การเลือกทำเลใจกลางเมืองหรือศูนย์การค้าใหญ่ยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขามองตัวเองเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เต็มตัว ไม่ใช่เพียงร้านขนมริมทาง
DROP BY DOUGH: แบรนด์โดนัทไทยรุกสู่ All-Day Dining
DROP BY DOUGH แบรนด์โดนัทไทยที่สร้างฐานแฟนเหนียวแน่นมาตลอดเกือบ 7 ปี เลือกเปิดสาขาใหม่ที่ Lumpini Park พร้อมปรับภาพลักษณ์จากร้านโดนัทไปสู่จุดหมายปลายทางสำหรับมื้ออาหารตลอดทั้งวัน การตัดสินใจนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่โดนัทดี ๆ แต่ต้องการพื้นที่นั่งเล่นหลังออกกำลังกาย ทำงาน หรือพักผ่อนในบรรยากาศพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง การออกแบบร้านให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันจึงเป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการยืดเวลาที่ลูกค้าใช้กับแบรนด์
สิ่งที่น่าสนใจคือการเพิ่มไลน์ Sourdough Sandwiches ที่ทำจากขนมปังซาวโดว์อบสดใหม่ทุกวัน แบ่งเป็นเมนู Grilled Sourdough Sandwich, Open Sourdough Sandwich และ Doughnut Sandwiches ที่นำโดนัทมาประยุกต์เป็นอาหารคาว นี่คือการขยายสินค้าให้ครอบคลุมตั้งแต่อาหารเช้าไปจนมื้อกลางวันและบ่าย โดยไม่ทิ้งจุดแข็งเรื่องแป้งและโดนัทซิกเนเจอร์ ทำให้แบรนด์โดนัทไทยรายนี้ขยับเข้าใกล้โมเดลคาเฟ่เต็มรูปแบบมากขึ้น และมีโอกาสสร้างรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้นจากการขายทั้งเครื่องดื่ม ขนม และอาหารจานหลักในร้านเดียว
YoPPa Yogurt: แฟรนไชส์โยเกิร์ตสมูทตี้กับสูตรเติบโตเร็ว
ในฝั่งร้านโยเกิร์ตปั่น YoPPa Yogurt โยเกิร์ตสมูทตี้สไตล์เกาหลีของนักแสดง ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร สร้างปรากฏการณ์ขยายสาขาแบบก้าวกระโดด จากสาขาแรกที่สยามสแควร์ ซอย 3 ไปสู่ 50 สาขาในเวลาเพียง 3 เดือน นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่ากลยุทธ์แฟรนไชส์ผสานภาพจำด้านสุขภาพและดาราเจ้าของแบรนด์สามารถเร่งการเติบโตของร้านโยเกิร์ตปั่นให้กลายเป็นแบรนด์แมสในเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องใช้ทุนบริษัทเปิดสาขาเองทั้งหมด
จุดขายสำคัญคือการเน้นโยเกิร์ตที่มี “ซินไบโอติก” อุดมด้วยโพรไบโอติกและพรีไบโอติก พร้อมราคาที่เริ่มต้นเพียง 49 บาท ทำให้กลุ่มวัยเรียน นักศึกษา First Jobber และวัยทำงานตัดสินใจซื้อได้ง่ายและกลับมาซื้อซ้ำบ่อย อีกด้านหนึ่ง แบรนด์เลือกเปิดแฟรนไชส์ในราคาเริ่มต้น 280,000 บาท เพื่อดึงพาร์ตเนอร์ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาช่วยขยายสาขา ประโยคที่ควรหยิบมาอ้างถึงคือ “YoPPa Yogurt ขยายแรงต่อเนื่องถึง 50 สาขา ภายในเวลาเพียง 3 เดือน” เพราะสะท้อนภาพชัดเจนว่าตลาดธุรกิจขนมหวานสายสุขภาพกำลังอยู่ในช่วงเร่งตัวอย่างมาก
MORE Yogurt: โยเกิร์ตปั่นสายพรีเมี่ยมบุกตลาดด้วยแบรนดิ้ง
MORE Yogurt เป็นอีกตัวอย่างของร้านโยเกิร์ตปั่นที่เลือกใช้กลยุทธ์ขยายสาขาใหม่และแบรนดิ้งชัดเจนในการเข้าตลาด ผ่านการร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ตั้งเป้าเป็น No.1 กลุ่ม Food and Beverage ในตลาดเครื่องดื่ม แบรนด์มีพื้นฐานมาจากเครือข่ายกว่า 1,700 สาขาในจีน และขยายไปหลายประเทศก่อนเข้ามาเปิดสาขาแรกในศูนย์การค้าใหญ่ในเมือง ความมั่นใจว่าคนเมืองเปิดใจลองสินค้าใหม่ได้ง่าย ทำให้ผู้บริหารยอมเดินทางไปเจรจาโดยตรงเพื่อดึงมาสเตอร์แฟรนไชส์มาเปิดในประเทศ
MORE Yogurt เลือกวางตัวในตลาดพรีเมี่ยมแมส เน้นเบสโยเกิร์ตนำเข้าเพื่อรักษารสชาติ “หอม ละมุน ครีมมี่ เนื้อแน่น” และใช้ผลไม้สดเกือบทุกเมนู พร้อมดีไซน์ร้านในรูปแบบไลฟ์สไตล์คาเฟ่โยเกิร์ต มีพื้นที่นั่งขนาดราว 100 ตารางเมตรในสาขาแรก ซึ่งใหญ่กว่าสาขาในประเทศต้นทางอย่างเห็นได้ชัด เป้าหมายคือยอดขาย 500 แก้วต่อวันและการขยาย 10 สาขาภายในปีนี้ โดยระยะยาวต้องการให้แบรนด์มีอย่างน้อย 40 สาขาในกรุงเทพฯ และกลายเป็นเครื่องดื่มที่คนดื่มได้ทุกวันไม่เบื่อ การเน้นแบรนดิ้งมากกว่าการตลาดสั้น ๆ ทำให้โมเดลนี้ต่างจากร้านโยเกิร์ตปั่นที่เน้นแค่โปรโมชั่น

ภาพรวมกลยุทธ์ขยายสาขาใหม่และเมนู: โอกาสและความเสี่ยง
เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าทั้งแบรนด์โดนัทไทยและร้านโยเกิร์ตปั่นกำลังใช้สองอาวุธหลักเหมือนกัน คือการขยายสาขาใหม่อย่างรวดเร็วและเพิ่มเมนูตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เช่น DROP BY DOUGH ที่ต่อยอดจากโดนัทสู่ Sourdough Sandwiches ในคอนเซ็ปต์ All-Day Dining ขณะที่ YoPPa ใช้แฟรนไชส์กระจายร้านโยเกิร์ตสมูทตี้สุขภาพดีไปถึง 50 สาขาใน 3 เดือน ส่วน MORE Yogurt เลือกวางหมากระยะยาวด้วยการสร้างแฟล็กชิปสโตร์ระดับพรีเมี่ยมและตั้งเป้าขยายสาขาอย่างน้อย 10 สาขาภายในปีนี้
กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนมหวานเข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการรักษามาตรฐานรสชาติและประสบการณ์ในทุกสาขา หากขยายเร็วเกินไปโดยไม่มีระบบหลังบ้านและแบรนดิ้งที่แข็งแรง แบรนด์อาจกลายเป็นแฟรนไชส์กระแสสั้น ๆ ที่ถูกแทนที่อย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการที่ใช้การขยายสาขาใหม่อย่างมีกลยุทธ์ เลือกทำเลที่สอดคล้องกับบุคลิกแบรนด์ และพัฒนาเมนูที่ต่อยอดจุดแข็งของตัวเองอย่าง DROP BY DOUGH, YoPPa และ MORE Yogurt กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจขนมหวานยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการสร้างพื้นที่ใช้ชีวิตของคนเมืองในทุกช่วงเวลา






