ผู้นำ AI ยุคใหม่ คือใคร และทำไมองค์กรจึงต้องการด่วน
ผู้นำ AI ยุคใหม่ คือผู้บริหารที่ใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือ AI แยกขาดจากธุรกิจ แต่คือการออกแบบคำถาม การตีความผลลัพธ์ และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลเชิงลึก ควบคู่กับความเข้าใจคน วัฒนธรรมองค์กร และบริบทตลาด เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กร Data-Driven อย่างยั่งยืน
ภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นคือ AI ไม่ได้สร้างความได้เปรียบให้ใครถ้าใช้เหมือนกันหมด การลงทุนด้าน AI จากระดับผู้บริหารเพิ่มขึ้นถึง 82% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่มีเพียง 20% ที่บอกว่าเห็นผลธุรกิจชัดเจนและต่อเนื่อง ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่าแค่ติดตั้งเครื่องมือไม่พอ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ภาวะผู้นำ การตั้งโจทย์ และการผูก AI เข้ากับจุดแข็งและกลยุทธ์องค์กร หากผู้นำยังคิดแบบเดิม AI ก็กลายเป็นเพียงค่าใช้จ่าย ไม่ใช่คันโยกสร้างความได้เปรียบ
จาก “ใช้ AI เป็น” สู่ AI-Augmented Leaders: บทเรียนจาก LEAD NEXT และ Executive MBA
สัญญาณสำคัญว่าการพัฒนาผู้นำกำลังเปลี่ยน คือหลักสูตรใหม่ที่วางเป้าชัดว่าจะสร้าง AI-Augmented Leaders ไม่ใช่แค่สอนกดปุ่มโปรแกรม AI หลักสูตร LEAD NEXT ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ถูกออกแบบให้ผู้นำรุ่นใหม่เปลี่ยน Data และ AI เป็นเครื่องมือตัดสินใจ ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กร Data-Driven อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงเรียนทฤษฎีสวยหรูในห้องอบรม
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 สถาบันนี้ได้สร้างผู้นำรุ่นแรกกว่า 50 คน จากภาครัฐและเอกชนผ่านหลักสูตร LEAD NEXT: Hands-on Big Data & AI for Next-Level Future Leaders ที่เน้นลงมือใช้เครื่องมือจริงกับโจทย์ขององค์กรตนเอง ตั้งแต่ Business Intelligence Dashboard Data Storytelling ไปจนถึงการใช้ Generative AI และ Agentic AI กับกรณีใช้จริง ขณะเดียวกัน หลักสูตร Executive MBA ของมหาวิทยาลัยธุรกิจขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Executive Learning for the AI Economy มุ่ง “พัฒนาผู้นำที่ใช้ AI Data Analytics และ Digital Strategy ควบคู่กับภาวะผู้นำและการคิดเชิงกลยุทธ์” แทนการสอนการบริหารแบบเดิม

AI เป็นทักษะพื้นฐาน: เมื่อองค์กรชั้นนำเริ่มตั้งเงื่อนไขตั้งแต่ระดับจูเนียร์
ทักษะ AI สำหรับผู้บริหารกำลังขยับจากคำว่า “น่ามี” ไปเป็น “ต้องมี” อย่างชัดเจน สถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลกกำหนดแล้วว่าพนักงานธนาคารรุ่นจูเนียร์ทุกคนต้องแสดงความสามารถด้าน AI ในการสมัครงาน โดยมองว่าทักษะ AI ไม่ใช่โบนัสพิเศษ แต่เป็นเกณฑ์บังคับในกระบวนการรับสมัคร นี่คือสัญญาณตรงไปถึงผู้นำยุคใหม่ว่า ถ้ายังมอง AI เป็นเรื่องของทีมไอทีหรือเด็กรุ่นใหม่ แปลว่ายังประเมินสนามแข่งขันผิด
ผู้สมัครไม่ได้ถูกถามแค่ว่าเคยใช้แชตบอตยอดนิยมหรือไม่ แต่ต้องพิสูจน์ว่ารู้วิธีใช้และทดลอง AI อย่างรับผิดชอบเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเมื่อเข้าทำงาน ยังมีเส้นทางการเรียนรู้ AI Fluency ที่ครอบคลุมกรณีใช้จริงในงานธนาคารและแนวทางใช้ AI อย่างรับผิดชอบ แนวโน้มเช่นนี้บอกเราว่า AI กำลังเปลี่ยนเนื้องานของคนระดับเริ่มต้นไปสู่บทบาทจัดการและประสานงานกับ AI มากขึ้น และถ้าคนรุ่นใหม่ต้องมีทักษะนี้เป็นฐาน ผู้นำที่ไม่มีจะยืนอยู่ตรงไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
องค์กร Data-Driven ต้องเริ่มที่ผู้นำ ไม่ใช่เริ่มที่เครื่องมือ
หลายองค์กรประกาศจะเป็นองค์กร Data-Driven แต่กลับเริ่มที่การซื้อระบบ ก่อนจะถามว่าผู้นำพร้อมจะตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริงหรือไม่ LEAD NEXT วางโจทย์ต่างออกไป จุดเน้นคือการสร้างความเข้าใจ Big Data และ AI ตั้งแต่พื้นฐาน การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับบริบท ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำไปต่อยอดในองค์กรและวางรากฐาน Data-Driven Organization
งานวิจัยจากสถาบันชั้นนำระบุว่า Generative AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เฉลี่ยประมาณ 14% โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีประสบการณ์น้อย เพราะ AI ถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดได้รวดเร็ว แต่ประสิทธิภาพนี้จะเปลี่ยนเป็นความได้เปรียบได้ก็ต่อเมื่อผู้นำรู้จักตั้งคำถาม ตีความผลลัพธ์ และผูกเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ หลักสูตร LEAD NEXT ยังเน้นการสร้าง Data-Driven Culture ให้ผู้บริหารเป็นกลไกหลักในการผลักดันการใช้ข้อมูลและ AI ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นโปรเจ็กต์ของฝ่ายไอทีที่จบลงด้วยแผง Dashboard ที่ไม่มีใครเปิดดู
จากวันนี้ถึงก้าวต่อไป: ผู้นำต้องออกแบบเส้นทาง AI ของตัวเอง
เมื่อ AI กลายเป็นทักษะบังคับและโครงการฝึกผู้นำอย่าง LEAD NEXT หรือ Executive MBA รุ่นใหม่เริ่มผลิต AI-Augmented Leaders ออกสู่ตลาด ผู้นำที่หยุดนิ่งคือคนที่กำลังถอยหลัง หลักสูตร LEAD NEXT มีแผนเปิดรับรุ่นถัดไปในปี 2570 สำหรับผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้าน Big Data และ AI ผ่านการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ขณะเดียวกัน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ของโครงการได้
คำถามที่ทุกผู้นำควรถามตัวเองตอนนี้ไม่ใช่ “องค์กรควรใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “ฉันจะกลายเป็น AI-Augmented Leader ได้อย่างไร” ผู้ที่เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของตน จุดแข็งขององค์กร วัฒนธรรมภายใน แล้วค่อยดึง AI และข้อมูลเข้ามาเสริม จะมีโอกาสพลิก AI ให้เป็นความได้เปรียบยั่งยืน ในโลกที่ข้อมูลและเครื่องมือเปิดให้ทุกคนเท่าๆ กัน ผู้นำที่อ่านเกมข้อมูลออก กล้าเปลี่ยนวิธีทำงาน และลงทุนใน การพัฒนาผู้นำ AI ของตนเอง คือคนที่จะพาองค์กรขึ้นไปอยู่ด้านบนของสนามแข่งขัน ไม่ใช่เพียงแค่ตามให้ทันเทคโนโลยี







