ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มัคคุเทศก์ยุค AI จะอยู่รอดได้ด้วยอะไร นอกจากข้อมูล

มัคคุเทศก์ยุค AI จะอยู่รอดได้ด้วยอะไร นอกจากข้อมูล
ความสนใจ|ที่เที่ยวต่างประเทศ

เมื่อ AI แย่งงานการให้ข้อมูล หน้าที่ใหม่ของมัคคุเทศก์คืออะไร

มัคคุเทศก์ยุค AI คือผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเที่ยวที่ต้องปรับบทบาทจากผู้ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว มาเป็นผู้ออกแบบประสบการณ์ส่วนบุคคล เชื่อมโยงเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความรู้เฉพาะพื้นที่เข้ากับความสนใจของนักท่องเที่ยว โดยใช้เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือช่วยเสริม ไม่ใช่คู่แข่ง เพื่อสร้างคุณค่าที่ต่างจากการค้นข้อมูลผ่านแอปหรือผู้ช่วยเสมือนจริงที่นักท่องเที่ยวใช้เองได้ในมือถือ

สัญญาณชัดเจนว่าอาชีพท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลง คือวันที่นักเดินทางจำนวนมากไม่ต้องพึ่งบริษัททัวร์ในการวางแผนอีกต่อไป พวกเขาจองที่พัก ตั๋ว และอ่านรีวิวทุกอย่างผ่านแพลตฟอร์มและโซเชียลมีเดียได้เอง ควบคู่กับผู้ช่วยเสมือนที่ใช้ AI วางแผนการเดินทางแบบเฉพาะบุคคลตามงบประมาณและความสนใจของแต่ละคน เมื่อ AI พาเที่ยวได้ มัคคุเทศก์ที่ยังขายแค่ข้อมูลพื้นฐานจึงเสี่ยงหลุดวงจ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า AI จะแย่งงานหรือไม่ แต่คือมัคคุเทศก์จะกล้าปรับตัวเร็วพอหรือเปล่า

มัคคุเทศก์ยุค AI จะอยู่รอดได้ด้วยอะไร นอกจากข้อมูล

คำเตือนจากสนามจริง: ถ้าไม่อัพสกิล นักท่องเที่ยวจะหันไปเชื่อ AI

เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายปัณณพัทธิ์ คำนึง มัคคุเทศน์อาชีพ อธิบายตรงไปตรงมาว่าถ้ามัคคุเทศก์ไม่พัฒนาตัวเอง นักท่องเที่ยวจะหันไปพึ่งข้อมูลจาก AI มากขึ้น นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นภาพที่เกิดขึ้นแล้ว นักเดินทางคุ้นเคยกับการใช้แอปถามทาง หาข้อมูลสถานที่ และอ่านข้อควรรู้ก่อนเดินทาง จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมต้องจ่ายค่าทัวร์ในเมื่อมือถือพาเที่ยวได้

คำตอบของนายปัณณพัทธิ์คือ มัคคุเทศก์ยุค AI ต้องขายความรู้ที่ AI ให้ไม่ได้และใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมงานของตัวเอง ไม่ใช่ยืนฝั่งตรงข้าม เขาเน้นว่าทักษะด้านภาษาอย่างเดียวไม่พอ ทุกคนต้องรอบรู้เรื่องข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI และสื่อออนไลน์ ที่สำคัญต้องกลายเป็นเหมือนทูตทางวัฒนธรรม นำเสนอภาพเชิงบวกของสังคมผ่านการพูดคุยกับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่ท่องจำข้อมูลประวัติศาสตร์แบบหนังสือเรียน เพราะบทบาทนั้น AI ทำแทนได้เร็วกว่าและถูกกว่า

จากคนพาเที่ยวเป็นนักเล่าเรื่อง: ทักษะมัคคุเทศน์ใหม่ที่ AI แทนไม่ได้

จุดอ่อนที่สุดของ AI คือการอ่านอารมณ์คนตรงหน้าและปรับเรื่องเล่าให้เหมาะกับประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน มัคคุเทศก์ที่เข้าใจจุดนี้กำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้นำชมสถานที่เป็นนักเล่าเรื่องและผู้ออกแบบความทรงจำ นายปัณณพัทธิ์เลือกใช้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์นำเสนอข้อมูลในมุมที่ต่างจากสิ่งที่หาจากออนไลน์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นคุณค่าของการมีคนอธิบายหน้างาน นี่คือทักษะมัคคุเทศน์ใหม่ที่ AI ยังทำได้ไม่ดี

สิ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ความสามารถในการวิเคราะห์ระดับความรู้ของนักท่องเที่ยวก่อนออกทริป เช่น ถ้าจะพาไปพระนครศรีอยุธยา ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้ารู้เรื่องอยุธยามากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยออกแบบการเล่าเรื่องให้ตรงความคาดหวัง เมื่อข้อมูลข้อเท็จจริงกลายเป็นสินค้าฟรีจากปัญญาประดิษฐ์การท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ยุค AI จึงต้องขายเรื่องเล่าเชิงวัฒนธรรม การเชื่อมโยงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์กับชีวิตคนปัจจุบัน และความใส่ใจทางอารมณ์ เช่น การเตือนข้อห้าม การดูแลมารยาท และการทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและได้รับการเคารพ สิ่งเหล่านี้ไม่มีในแอปแผนที่หรือผู้ช่วยเสมือน

เมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขย่าแรงงาน มัคคุเทศก์ต้องคิดเกินกว่าทริปหน้า

โควิดไม่ได้แค่หยุดการเดินทาง แต่เปลี่ยนโครงสร้างแรงงานทั้งอุตสาหกรรม นายปัณณพัทธิ์เล่าว่าบริษัทที่เคยจ้างบุคลากรจำนวนมากลดการจ้างงานลง ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางภายในประเทศหันมาเดินทางเองมากขึ้น โดยจองโรงแรมและบริการต่างๆ ผ่านเว็บไซต์และแพลตฟอร์มง่ายขึ้น ผลคืออาชีพท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มัคคุเทศก์ถูกบีบให้ต้องมีอาชีพสำรองรองรับช่วงงานหาย เนื่องจากสงคราม โรคระบาด การเมือง และข่าวสารต่างๆ ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว

แม้ยังไม่มีปัญญาประดิษฐ์การท่องเที่ยวใดแทนที่การทำงานเฉพาะทางของมัคคุเทศก์ได้ทั้งหมด แต่นักศึกษาในสายท่องเที่ยวเริ่มไม่มุ่งสู่งานมัคคุเทศก์โดยตรง หลายคนเลือกไปทำงานสายสายการบิน โรงแรม หรือที่พักแทน โครงสร้างนี้บอกชัดว่าคนรุ่นใหม่อ่านเกมออกว่าแรงงานอิสระแบบมัคคุเทศก์ยังขาดหลักประกันด้านสุขภาพและประกันสังคม จนต้องร้องขอให้มีแนวทางดึงแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบสวัสดิการใกล้เคียงกับอาชีพอื่น ถ้ารัฐไม่ขยับ ปัญหาสมองไหลจากอาชีพนำเที่ยวจะยิ่งหนัก และปล่อยให้ AI กลายเป็นผู้พาเที่ยวรายใหญ่แบบไม่มีคนหน้างานคอยดูแล

AI ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเครื่องมือให้มัคคุเทศก์ออกแบบอนาคต

ในเชิงระบบ ปัญญาประดิษฐ์การท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนวิธีโปรโมตและบริหารจัดการจุดหมายปลายทาง ตั้งแต่แผนการเดินทางส่วนบุคคลที่คำนึงถึงงบประมาณและความสนใจของผู้เดินทาง ไปจนถึงเครื่องมือจัดทำเอกสารและข้อมูลประกอบการเดินทางให้ลูกค้าก่อนออกทริป นายปัณณพัทธิ์เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่มัคคุเทศก์สามารถใช้ทำเอกสารหรือแบนเนอร์ใส่ข้อมูลสถานที่ จุดนัดพบ รูปภาพ และรายละเอียดจำเป็น รวมถึงใช้ค้นหาข้อมูลพื้นที่โดยรอบ เช่น โรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือสถานีตำรวจใกล้เคียงเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน

คำพูดของเขาสมควรถูกหยิบไปคิดต่อว่า “AI ถ้ามันจะเข้ามาแย่งงาน อย่างไรก็ต้องแตกต่างจากคนอยู่แล้ว เราต้องทำตัวให้ผสมผสานกลมกลืนไป ใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ เพราะสุดท้ายแล้ว AI ก็ถูกควบคุมโดยมนุษย์อยู่ดี” ข้อสรุปจึงชัดเจน มัคคุเทศก์ยุค AI ที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนที่แข่งกับเทคโนโลยี แต่คือคนที่ยอมรับว่าโลกการเดินทางเป็นดิจิทัลเฟิร์สต์แล้ว ใช้ AI จัดการงานซ้ำๆ ให้เบาลง แล้วเอาเวลาที่เหลือไปลงทุนกับสิ่งที่ AI ไม่มีวันมีได้ คือสายตา มนุษยสัมพันธ์ และการเล่าเรื่องที่ทำให้ทริปหนึ่งกลายเป็นความทรงจำตลอดชีวิต

มัคคุเทศก์ยุค AI จะอยู่รอดได้ด้วยอะไร นอกจากข้อมูล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!