จากการเข้าถึงเทคโนโลยี สู่การมีทักษะ AI ที่ใช้ได้จริง
มหกรรมสัมมนา AI ฟรีที่จัดโดย AIS Academy ภายใต้ชื่อ AIS ACADEMY For THAIs 2026 คือเวทีเรียนรู้และ Workshop ปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดให้คนทำงาน นักศึกษา และภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาอัปสกิล AI ประเทศไทยแบบเรียน AI ฟรี ครอบคลุมทั้งมุมมองระดับประเทศ ธุรกิจ และทักษะส่วนบุคคล เพื่อเตรียมคนให้พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็วกว่าที่เคยเห็นมาก่อน. หัวใจของงานนี้ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ แต่คือการตั้งคำถามกลับไปที่ทุกองค์กรและทุกคนว่า “เราพร้อมใช้ AI ให้เกิดคุณค่าจริงหรือยัง” AIS Academy ย้ำชัดว่าประเทศไม่ต้องการแค่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่แข็งแรง แต่ต้องมี “AI-ready People” ที่เข้าใจเครื่องมือ ตั้งคำถามเป็น และใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ. ในมุมมองของผู้เขียน งานนี้จึงไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์แบรนด์ แต่เป็นการประกาศทิศทางว่า ทักษะ AI อนาคตกำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานใหม่ของตลาดแรงงาน.

เจาะไฮไลต์: สัมมนา AI ฟรี 2 วันกับผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คนและ Workshop มากกว่า 20 เซสชัน
AIS Academy กำหนดจัดงาน AIS ACADEMY For THAIs 2026 ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ โดยเปิดให้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย. สิ่งที่น่าสนใจคือ ขนาดของงานที่ถือว่ามหาศาลในบริบทสัมมนา AI ฟรี มีการรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จากพันธมิตรเทคโนโลยีและองค์กรระดับโลก พร้อม Workshop และ Masterclass มากกว่า 20 Sessions ที่เน้นการลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่ฟังบรรยายผ่านสไลด์. ผู้เขียนมองว่า รูปแบบการเรียนที่เน้น Use Case จริงเป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะเปิดให้คนทำงานและนักศึกษาได้ทดลองนำ AI ไปใช้กับสถานการณ์ที่ใกล้กับงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ในธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือการยกระดับความคิดสร้างสรรค์. "ภายในงานมี Workshop & Masterclass กว่า 20 เซสชันที่เน้นการลงมือปฏิบัติและการประยุกต์ใช้ Real-world Use Case" นับเป็นคำประกาศที่สะท้อนชัดว่า นี่คือพื้นที่ฝึกทักษะ AI อนาคตในโลกจริงมากกว่าห้องเรียนทฤษฎี.

แกนเรียนรู้ AI สามระดับ: ประเทศ ธุรกิจ คนทำงาน
เนื้อหาภายในงานถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “MASTERING AI BEYOND BORDERS” และแบ่งเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ AI Ready Thailand, AI Ready Business และ AI Ready Skills. โครงสร้างเช่นนี้สะท้อนมุมมองที่ชัดว่า การอัปสกิล AI ประเทศไทยต้องเดินไปพร้อมกันทั้งระดับนโยบาย ภาคธุรกิจ และระดับบุคคล ไม่เช่นนั้นเราจะเห็นช่องว่างระหว่างคนที่เข้าถึง AI กับคนที่ใช้ AI ได้จริงยิ่งกว่ายุคดิจิทัลที่ผ่านมา. ในแกน AI Ready Thailand เน้นการยกระดับความพร้อมของประเทศและทุกอุตสาหกรรม ขณะที่ AI Ready Business โฟกัสการปรับตัวขององค์กร การสร้าง Productivity และผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วย AI ส่วน AI Ready Skills เจาะไปที่การสร้างทักษะคนไทย ตั้งแต่การทำงานร่วมกับ Generative AI ไปจนถึงการเตรียมพร้อมต่อ AGI และทักษะสร้างสรรค์ใน Creator Economy, Animation และความปลอดภัยดิจิทัล. ผู้เขียนเห็นว่า การจัดเนื้อหาแบบครบทั้งสามมิติทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่ Workshop ปัญญาประดิษฐ์สำหรับสายเทคนิค แต่ตอบโจทย์ผู้บริหาร นักกลยุทธ์ และคนทำงานสายสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน.

จากเวทีใหญ่สู่ภูมิภาค: Roadshow และ Hackathon ที่ต่อยอด AI สู่การศึกษาและนวัตกรรม
ความน่าสนใจของ AIS ACADEMY For THAIs 2026 คือการไม่หยุดอยู่แค่การจัดงาน 2 วันในกรุงเทพฯ แต่ต่อยอดสู่การสร้าง Learning Ecosystem และ Innovation Ecosystem ระยะยาว โดยร่วมมือกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) เพื่อขยายการเรียนรู้ด้าน AI สู่ภูมิภาค ผ่าน Roadshow ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ใน 4 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และนครศรีธรรมราช พร้อมกิจกรรม Workshop ด้านเทคโนโลยี AI. อีกด้านหนึ่ง งานยังผูกเข้ากับโครงการ JUMP Thailand Hackathon 2026 ภายใต้โจทย์ AI for the Future of Thai Education โดย 10 ทีมสุดท้ายจะนำเสนอผลงานรอบ Final Pitching บนเวทีภายในงาน. ผู้เขียนมองว่าการเชื่อมเวทีอัปสกิลกับ Hackathon ทำให้เส้นทางจากการ "เรียน AI ฟรี" ไปสู่การ "สร้างนวัตกรรมด้วย AI" ชัดขึ้น คนที่เข้าร่วมงานไม่เพียงรับความรู้ แต่จะได้เห็นตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ใช้ AI แก้โจทย์จริงในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจและสัญญาณว่าทักษะ AI อนาคตกำลังกลายเป็นแกนกลางของการออกแบบสังคมและเศรษฐกิจใหม่.
สรุป: สัมมนา AI ฟรีครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน Mindset คนทำงาน
จากภาพรวม ผู้เขียนเชื่อว่า AIS ACADEMY For THAIs 2026 ไม่ใช่แค่งานสัมมนา AI ฟรี แต่เป็นการทดลองวางแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่าย เพื่อยกระดับความพร้อมของคนให้เป็น “AI-ready People” อย่างแท้จริง. การเปิดให้เข้าร่วมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อม Workshop ปัญญาประดิษฐ์กว่า 20 เซสชัน ทำให้ทั้งคนทำงาน นักศึกษา และกลุ่มเปราะบางสามารถเรียน AI ฟรีโดยไม่ติดข้อจำกัดด้านต้นทุนการฝึกอบรม. เมื่อมองในบริบทการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล แนวคิดที่ว่า "สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่เพียงการเรียนรู้เครื่องมือ AI ตัวใดตัวหนึ่ง แต่คือการสร้าง AI Capability ให้คนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว ตั้งคำถาม และทำงานร่วมกับ AI" คือการเปลี่ยน Mindset ครั้งใหญ่ของสังคม ในมุมมองของผู้เขียน งานนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการอัปสกิล AI ประเทศไทย ที่ไม่ได้แค่ทำให้คนตาม AI ให้ทัน แต่ผลักให้ทุกคนใช้ AI เพื่อก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม ทั้งในระดับตัวเอง องค์กร และระบบนวัตกรรมโดยรวม.






