จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

จาก AI User สู่ AI Creator: ความหมายใหม่ของผู้นำยุค AI

ผู้นำยุค AI คือผู้บริหารที่ไม่ได้มองปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงาน แต่สามารถออกแบบกลยุทธ์ แปลงองค์กร และสร้างระบบนิเวศที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล คน และกระบวนการ เพื่อให้ AI กลายเป็นขีดความสามารถหลักขององค์กรและสังคมในระยะยาว ไม่ใช่แค่โครงการทดลองระยะสั้น.

เหตุการณ์ที่สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทนี้ชัดเจน คือการเปิดตัว CP-CoEX: AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ซึ่งนำ 4 ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA, IBM, Accenture และมหาวิทยาลัย XJTLU มาร่วมสอนคลาส “Leading in the Age of AI (AI Ecosystem)” ให้กับผู้บริหาร. หลักสูตรนี้ประกาศชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่การสอนวิธีเลือกเครื่องมือ AI แต่คือการสร้างผู้นำที่เข้าใจว่า เมื่อ AI เข้าสู่ทุกส่วนของกลยุทธ์และการดำเนินงาน เขาควรจะนำองค์กรอย่างไร. นี่คือสัญญาณว่าโลกกำลังขยับจากวาทกรรม “ใช้ AI เป็น” ไปสู่ “สร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้จริง”.

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

ทำไมองค์กรระดับโลกเน้นหลักสูตร AI ระดับโลกมากกว่าซื้อเครื่องมือ

การลงทุนใน AI ของผู้นำยุคใหม่ไม่เริ่มจากคำถามว่า “จะใช้แพลตฟอร์มไหน” แต่เริ่มจาก “เราจะสร้างองค์กรแบบใดในยุค Agentic AI และ Physical AI”. เมื่อ AI กำลังก้าวจากการเป็นผู้ช่วยงาน ไปสู่ระบบที่คิด วางแผน และลงมือทำเองได้มากขึ้น การคิดแค่ระดับเครื่องมือเท่ากับลด AI ให้เหลือเพียงซอฟต์แวร์ชิ้นหนึ่ง.

ตัวอย่างที่เห็นได้คือมุมมองจาก NVIDIA ที่ชี้ว่าโลกกำลังเดินจาก Generative AI สู่ Agentic AI และ Physical AI ซึ่งเชื่อม AI เข้ากับหุ่นยนต์ โรงงาน และโลจิสติกส์ในโลกจริง. สิ่งนี้บังคับให้ผู้นำต้องสร้าง Data Infrastructure, Talent และ Ecosystem เพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ไม่ใช่แค่ผลิตคอนเทนต์สวย ๆ. ขณะเดียวกัน IBM เน้นว่าการเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มตั้งแต่ “Day Zero” ก่อนเลือกเครื่องมือ ผู้นำต้องตอบให้ได้ว่า AI จะเข้าไปแก้ปัญหาอะไร และจะปรับ Operating Model ทั้งชุดอย่างไร. ใครยังมอง AI เป็นโปรเจ็กต์ IT ย่อมตามไม่ทันเกมใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น.

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

แปลงองค์กรด้วย AI: จากห้องเรียนสู่โครงสร้างจริงขององค์กร

จุดแข็งของ CP-CoEX AI Business Accelerator คือการกล้าประกาศว่า “การเรียนรู้เพื่อเพิ่มความรู้ไม่พอแล้ว แต่ต้องเรียนเพื่อสร้างผลลัพธ์”. หลักสูตรแรกภายใต้โมเดล Business Co-Creation ผสานความรู้เชิงทฤษฎี เทคโนโลยีจริง ประสบการณ์จากอุตสาหกรรม และ Real Business Project เข้าด้วยกันในระยะเวลา 12 สัปดาห์ รวม 96 ชั่วโมง มีผู้เข้าอบรม 60 คนจาก 11 บริษัทชั้นนำ ตั้งแต่ CPF, CP ALL, CP Axtra, True ไปจนถึงผู้เล่นระดับโลกอย่าง Huawei, Tencent, AWS, KAO, Schneider Electric, Mitsubishi Electric และ SCG.

โครงสร้างแบบนี้คือการประกาศว่า การพัฒนาผู้นำยุค AI ต้องโยงกับการแปลงองค์กรด้วย AI อย่างเป็นระบบ ผู้เรียนต้องร่วมกันพัฒนา 7 Real Business AI Projects ที่ไม่จบแค่ประกาศนียบัตร แต่ต้องนำไปสู่ AI Solution, Prototype หรือ Proof of Concept พร้อม Business Case และแผน Pilot–Scale-up ใช้งานจริง. กล่าวอีกแบบ ผู้นำไม่ได้ฝึกใช้ AI ใน Sandbox แต่กำลังฝึกแปลง Operating Model ขององค์กรบนสนามจริง ซึ่งตรงกับมุมมองของ Accenture ที่เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงชั้นเทคโนโลยี.

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

ปั้นระบบนิเวศ AI และคนท้องถิ่น: จากนโยบายระดับชาติสู่ข้อได้เปรียบใหม่

เกม AI วันนี้ยังไม่มีผู้ชนะ และนั่นคือโอกาสของผู้ที่กล้าสร้างระบบนิเวศของตนเอง. ในบทเรียน AI 001: “AI Unleash – From Policy to Action (National AI Policy)” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ชี้ว่าการแข่งขันด้าน AI ของโลกยังเปลี่ยนรุ่นเร็วภายในไม่กี่เดือน จาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI และเทคโนโลยีชุดใหม่อีกมาก. เขามองว่านี่คือ “หน้าต่างแห่งโอกาส” หากเราวางรากฐานตั้งแต่วันนี้.

แก่นคิดสำคัญคือการไม่หยุดอยู่ที่การเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องสร้าง AI Ecosystem ของตัวเอง ตั้งแต่ AI Infrastructure, Data Center, Computing Power, Talent จนถึง AI Solutions และ Applications เพื่อให้คนท้องถิ่นและธุรกิจในประเทศสร้างมูลค่าเพิ่มจาก AI ได้. อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการย้ำว่า “AI ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย IT” แต่ทุกหน่วยงานต้องใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้าง Business Model ใหม่. นั่นหมายความว่าการพัฒนาผู้นำยุค AI ไม่ใช่โครงการเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นฐานใหม่ของความสามารถการแข่งขันในระดับชาติ.

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

การพัฒนาผู้บริหารคืออาวุธลับในเศรษฐกิจ AI

เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใกล้เคียงกัน ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ “ใครเข้าถึง AI ก่อน” แต่ “ใครเปลี่ยน AI ให้เป็นขีดความสามารถขององค์กรได้เร็วกว่า”. แนวคิดนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศูนย์นวัตกรรมที่ยกระดับ CPIC สู่ Global Learning & Innovation Platform ผ่าน CP-CoEX เพื่อเชื่อมคนทำงาน ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และบริษัทต่าง ๆ ให้มาเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียว.

ทิศทางต่อไปก็ชัดเจน: AI Business Accelerator เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก่อนจะขยายไปสู่ Robotics & Automation, Biotechnology, Smart Manufacturing, Smart Agriculture, Future Food, Healthcare Innovation, Clean Energy, Data & Cloud และ Deep Technology. ผู้นำยุค AI จึงต้อง “เรียนไป–ทำไป” เพราะวงจรความรู้สั้นลงอย่างมาก และต้องพร้อมเชื่อม Business × Technology × Leadership × Execution ให้เป็นหนึ่งเดียว. หากองค์กรไหนยังคิดว่าการพัฒนาผู้บริหารเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การลงทุน ก็เท่ากับยอมสละอาวุธสำคัญที่สุดในเศรษฐกิจ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นเลิศในนวัตกรรม.

จากผู้นำที่ใช้ AI สู่ผู้นำที่แปลงองค์กรด้วย AI

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!