ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI และ Big Data เปลี่ยนเกมสินเชื่อ SME จากหลักประกันสู่ศักยภาพจริง

AI และ Big Data เปลี่ยนเกมสินเชื่อ SME จากหลักประกันสู่ศักยภาพจริง
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

AI สินเชื่อ SME คืออะไร และกำลังเปลี่ยนกติกาอย่างไร

AI สินเชื่อ SME คือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์และ Big Data วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจขนาดเล็กในหลายมิติ เพื่อประเมินศักยภาพและความเสี่ยงด้านเครดิต โดยไม่ยึดติดเฉพาะงบการเงิน หลักประกัน หรือประวัติสินเชื่อแบบเดิม ช่วยให้สถาบันการเงินและภาครัฐตัดสินใจปล่อยสินเชื่อได้แม่นยำ เป็นธรรม และรวดเร็วขึ้น เปิดโอกาสให้ Micro SMEs วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจครอบครัวที่เคยถูกมองข้าม สามารถเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อนำไปต่อยอดกิจการได้

หัวใจของการเปลี่ยนผ่านรอบนี้คือการยอมรับว่าแบบทดสอบสินเชื่อยุคเก่าไม่แฟร์กับรายเล็กที่ไม่มีงบสวยหรือโฉนดหนา AI และ Big Data วิเคราะห์ความเสี่ยงจึงเข้ามาแทนที่สูตรเดิม ด้วยการอ่านข้อมูลการดำเนินธุรกิจ กระแสเงินสด และประวัติการพัฒนาศักยภาพ เพื่อสะท้อนศักยภาพจริงของกิจการได้ครบกว่าเดิม การปล่อยสินเชื่อจึงไม่ใช่เรื่องของใครมีหลักประกันมากที่สุด แต่กลายเป็นเรื่องของใครมีโอกาสเติบโตและชำระหนี้ได้จริงมากกว่า

AI และ Big Data เปลี่ยนเกมสินเชื่อ SME จากหลักประกันสู่ศักยภาพจริง

DIPROM PAY ตัวอย่าง Smart Financing ที่ใช้ข้อมูลนำหน้าหลักประกัน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้ายกระดับโครงการเงินทุนหมุนเวียน “DIPROM PAY” ตามนโยบาย DIPROM FLEXi สู่ระบบ Smart Financing และผลักดันกระบวนการบริหารทุนเข้าสู่ดิจิทัล 100% ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์สินเชื่อ การอนุมัติ การเบิกจ่าย การติดตาม ไปจนถึงการทวงถามหนี้ โดยนำ Big Data และ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาและบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร

ท่าทีนี้สะท้อนชัดว่า ภาครัฐเลือกเดินหน้าสู่ Data-driven Financing แทนการยึดติดกับเอกสารและหลักประกันแบบเดิม ข้อมูลจากการดำเนินธุรกิจ กระแสเงินสด ประวัติการเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพของดีพร้อม และข้อมูลจากหน่วยงานพันธมิตร ถูกนำมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้เห็นศักยภาพและบริบทของผู้ประกอบการได้รอบด้านยิ่งขึ้น ผลคือ Micro SMEs และธุรกิจครอบครัวที่เคยติดกำแพงสินเชื่อ มีช่องให้พิสูจน์ตัวเองมากขึ้น ไม่ถูกตัดสินจากงบสั้น ๆ หรือหลักประกันชิ้นเดียวเหมือนในอดีต

AI และ Big Data เปลี่ยนเกมสินเชื่อ SME จากหลักประกันสู่ศักยภาพจริง

Big Data วิเคราะห์ความเสี่ยง และระบบ NPL ทำนาย ก่อนหนี้จะเสีย

ปัญหาหนี้เสียของ SME ไม่ได้เล็กอย่างที่คิด ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า NPL ของกลุ่ม SMEs อยู่ที่ร้อยละ 9.5 ขณะที่ลูกค้าธุรกิจรายใหญ่เพียงร้อยละ 1.5 ตัวเลขนี้บอกตรง ๆ ว่ารายเล็กบอบบางกว่ามาก การปล่อยสินเชื่อแบบไม่ดูข้อมูลลึกจึงเสี่ยงทั้งต่อผู้กู้และกองทุน

การใช้ Big Data วิเคราะห์ความเสี่ยงช่วยให้เห็นสัญญาณปัญหาก่อนหนี้จะเสีย ระบบ Early Warning ที่ดีพร้อมเตรียมนำมาใช้จะติดตามสัญญาณความเสี่ยงของลูกหนี้ เห็นแนวโน้มปัญหา และเข้าไปแนะนำหรือช่วยเหลือได้เร็วขึ้น ก่อนที่ความสามารถในการชำระหนี้จะถดถอยจนกลายเป็น NPL นี่คือ ระบบ NPL ทำนาย ในโลกความเป็นจริง ที่ใช้ข้อมูลจากการติดตามลูกหนี้ย้อนกลับมาเสริมการบริหารความเสี่ยงของ DIPROM PAY เพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อและลดโอกาสเกิดหนี้เสีย ผลประโยชน์จึงไม่ได้ตกอยู่แค่กองทุน แต่กลับมาคุ้มครองผู้ประกอบการไม่ให้จมอยู่กับหนี้เกินตัว

Credit Scoring แบบใช้ข้อมูลนำ ช่วยให้การปล่อยกู้แม่นยำและเป็นธรรมกว่าเดิม

AI สินเชื่อ SME ไม่ได้หมายความว่าให้เครื่องจักรมาตัดสินชะตาธุรกิจ แต่อาศัย AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ Credit Scoring เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้พิจารณาสินเชื่อได้เร็วและมีเหตุผลขึ้น เจ้าหน้าที่ยังเป็นคนตัดสินใจสุดท้าย แต่มีข้อมูลรอบด้านรองรับ ทำให้ลดอคติจากความรู้สึกส่วนตัว และลดความไม่เท่าเทียมที่เคยเกิดจากการใช้แต่หลักฐานทางการเงินแบบจำกัด

จุดแข็งของแนวทางนี้คือ การพิจารณาไม่หยุดอยู่แค่รายได้ในอดีตหรือหลักประกัน แต่มองไปถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ศักยภาพการเติบโต และระดับความเสี่ยงของผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างชัดเจนขึ้น ผ่าน Data-driven Financing สำหรับหลายกิจการที่ไม่มีประวัติสินเชื่อยาวหรือไม่มีหลักประกันมาก การประเมินแบบใหม่ช่วยสะท้อนศักยภาพจริงได้ครบถ้วนกว่าเดิม นี่คือความเป็นธรรมรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้วัดแค่ “มี” หรือ “ไม่มี” ทรัพย์สินค้ำ แต่ดูว่า “ทำได้” หรือ “ทำไม่ได้” ในเชิงธุรกิจมากกว่า

จากเป้าหมายวงเงิน 100 ล้าน สู่ระบบทุนหมุนที่ยั่งยืนสำหรับรายเล็ก

ดีพร้อมตั้งเป้าเพิ่มวงเงินสินเชื่อของ DIPROM PAY จากระดับ 20–40 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาทในปี 2569 และ 100 ล้านบาทในปี 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนเข้าถึงเงินทุนสำหรับเสริมสภาพคล่องและพัฒนากิจการมากขึ้น การขยายวงเงินเช่นนี้ ถ้าไม่มี Big Data วิเคราะห์ความเสี่ยงและระบบ Early Warning คอยกัน NPL ไว้ล่วงหน้า ก็มีโอกาสทำให้กองทุนเปราะบางกว่าที่ควร

ทิศทางที่น่าสนใจคือการวางระบบให้เงินทุนภาครัฐหมุนเวียนกลับมาได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ปล่อยแล้วหาย การคัดกรอง ติดตาม และดูแลลูกหนี้ด้วยข้อมูล ทำให้กองทุนรักษาคุณภาพและลดโอกาสการเกิด NPL พร้อมทั้ง Upskill และ Reskill บุคลากรให้ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทำได้ตามแผน วงเงิน 100 ล้านบาทจะไม่ใช่แค่ตัวเลขในข่าว แต่จะกลายเป็นโครงข่าย Smart Financing ธนาคารรัฐรูปแบบใหม่ ที่ให้ทุนรายเล็กเติบโตโดยไม่ผลักใครให้ตกจากระบบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!