ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AIS Academy กับคำถามใหญ่: AI จะสร้างผลลัพธ์จริงได้อย่างไร

มหกรรมสัมมนา AI เชิงปฏิบัติการ คือเวทีที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผู้มีโจทย์จริงในภาคสังคมและธุรกิจ ให้เห็นการใช้ AI ตั้งแต่ระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับระบบนิเวศ ผ่านการเรียนรู้เชิงลึก เวิร์กชอป และการทดลองใช้เครื่องมือ โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้คนเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ให้สามารถใช้ AI แก้ปัญหา สร้างนวัตกรรม และต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

หัวใจของงานนี้คือการประกาศชัดว่า ยุคของการเล่นกับ AI เพื่อความตื่นตาได้จบลงแล้ว ต่อไปคือยุคของ ผลลัพธ์จริง AI ที่วัดได้และส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของคน องค์กร และชาติ งาน AIS ACADEMY for THAIs 2026 รวบรวม Speaker ชั้นนำกว่า 30 ท่าน และ Workshop กับ Masterclass มากกว่า 20 ช่วง ที่ออกแบบเนื้อหาเพื่อการลงมือทำ ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ ตามคำกล่าวของผู้บริหาร AIS จุดยืนคือ “ประเทศกำลังขยับจาก AI Access ไปสู่ AI Capability” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเร่งเครื่อง

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง

จากทักษะรายบุคคล สู่ Power Skills ที่แข่งขันได้ในยุค AGI

ถ้าถามว่างานนี้ส่งสัญญาณอะไรกับคนทำงาน คำตอบคือ ทักษะที่ต้องพัฒนากำลังเปลี่ยนจากการไล่เรียนเครื่องมือ ไปสู่การสร้าง “ขีดความสามารถของมนุษย์” ที่ AI แทนไม่ได้ AIS Academy ชี้ว่าโลกกำลังก้าวพ้น Generative AI ไปสู่ยุค AGI ที่ปัญญาประดิษฐ์ฉลาดเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์หลายด้าน ทำให้ความเร็วในการปรับทักษะกลายเป็นโจทย์เร่งด่วนที่สุด

กรอบคิด Power Skills จึงถูกยกขึ้นมาเป็นแกนของ การพัฒนา AI คนไทย โดยไม่มองว่าเป็นแค่ Soft Skills ประกอบ แต่เป็น “ขีดความสามารถเชิงกลยุทธ์สำหรับความไม่แน่นอน” ในโลก AGI 7 ทักษะสำคัญประกอบด้วย ความยืดหยุ่นฟื้นตัวจากความล้มเหลว การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์เมื่อไม่มีคำตอบในชุดข้อมูลของ AI การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ต่อเนื่อง ความฉลาดในการปฏิสัมพันธ์ข้ามกลุ่มคน ความคล่องตัวทางวัฒนธรรม และการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ AI ถ้าไม่เริ่มสร้างชุดทักษะนี้ตั้งแต่วันนี้ คนทำงานจะติดอยู่แค่บทบาท “ผู้ใช้เครื่องมือ” แทนที่จะเป็น “ผู้ออกแบบคำถามและคุณค่าด้วย AI”

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง

องค์กรรับมือ AI: จากงานทดลองเล็กๆ สู่ AI Ready Business

ในมุมภาคธุรกิจ งานนี้ส่งสารชัดเจนว่า องค์กรไม่ได้ต้องการแค่โครงการ AI ที่สวยในสไลด์ แต่ต้องการ ผลลัพธ์จริง AI ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและขยายได้ทั่วทั้งองค์กร AIS Academy วางภาพการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ AI แค่ระดับรายบุคคล สู่การปรับวิธีทำงานทั้งองค์กร เริ่มจากโจทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ แล้วค่อยจัดการข้อมูล บุคลากร และกระบวนการให้รองรับ

โปรแกรมในวันถัดไปของงานถูกออกแบบภายใต้กรอบ AI Ready Business และ AI Ready Skills เจาะกรณีศึกษา ทักษะ AI ภาคธุรกิจ แนวทางเริ่มต้นสำหรับ SME และการเตรียมพร้อมต่อพัฒนาการของ AI และ AGI สิ่งที่น่าสนใจคือการเชื่อมบทบาทของคนในองค์กรเข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การผลักดันให้ SME เปลี่ยนจากกิจการแบบดั้งเดิมเป็น Intelligence SME ที่ใช้ข้อมูลและ AI ขยายศักยภาพธุรกิจ สำหรับผู้นำองค์กร นี่คือสัญญาณว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะคุ้มค่าได้ ก็ต่อเมื่อมี Human Capability เป็นตัวคูณรองรับ ไม่เช่นนั้น AI จะกลายเป็นต้นทุนแฝงมากกว่าพลังขับเคลื่อน

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง

ยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ: จาก AI Literacy สู่ Local Intelligence

สิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้เกินกว่างานสัมมนาเทคโนโลยีทั่วไป คือการดึงมุมมองด้านยุทธศาสตร์ชาติและอธิปไตยทางเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกับภาคธุรกิจและภาคการศึกษา รัฐมนตรีฝ่ายวิทยาศาสตร์และอุดมศึกษาเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจนว่า หากไม่มีเทคโนโลยีของตัวเอง เท่ากับ “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ” และมองว่า AI คืออธิปไตยความมั่นคงของประเทศ

แนวทางยุทธศาสตร์จึงไม่ใช่แค่การนำเข้าแพลตฟอร์มจากต่างชาติ แต่คือการสร้างฐานผ่านเป้าหมาย AI Literacy 20 ล้านคน และการใช้ Local Intelligence เป็นแกนกลาง โดยเฉพาะในเกษตรกรรมและสุขภาพ ที่ AI สามารถเพิ่มมูลค่าได้สูง การทรานส์ฟอร์มถูกวางเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ Smart Farmer การใช้ข้อมูลดิน น้ำ ดาวเทียม ไปจนถึงการยกระดับ SME เป็น Intelligence SME โรงงานสู่ AI Manufacturing ระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ และมหาวิทยาลัยในฐานะศูนย์กลาง AI Transformation ที่ถูกวัดจากรายได้และผลิตภาพ ไม่ใช่แค่ผลงานตีพิมพ์ ภาพนี้สะท้อนชัดว่าการพัฒนา AI คนไทย ต้องเดินคู่กับการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีของตัวเอง

มหกรรม AI ที่เปลี่ยนจากการทดลองเล่น สู่การสร้างผลลัพธ์จริง

Hackathon, Ecosystem และบทเรียนเรื่อง “การลงมือทำ”

อีกมิติที่สำคัญของงานคือการแสดงให้เห็นว่า การสร้างคนด้าน AI ต้องมีสนามให้ลองผิดลองถูกจริง เวทีนี้เปิดด้วยการแข่งขัน JUMP Thailand Hackathon 2026 รอบ Final Innovation Pitching จาก 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งคัดเลือกจากผู้สมัคร 603 ทีม รวม 2,504 คน จาก 67 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ รางวัลชนะเลิศเป็นของทีม MAMO จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับนวัตกรรม “Wathasin” AI Speech Coach ตามด้วยโครงการ BrailleBox, DEAFIN Education และ LearnLy ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศและ Popular Vote

ภาพรวมเหล่านี้สะท้อนบทบาทของ AIS Academy ในฐานะ The Connector ผู้เชื่อมโจทย์จริงเข้ากับองค์ความรู้ The Catalyst ที่ผลักดันการเรียนรู้จากทฤษฎีไปสู่การลงมือทำ และ The Ecosystem Builder ที่รวมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คนมาร่วมสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ครบวงจร สำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ เส้นทางสู่ความสำเร็จถูกวางไว้ผ่าน Hackathon เพื่อหาไอเดีย โปรแกรมบ่มเพาะธุรกิจ และช่องทางเข้าถึงทุน ประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรควรเก็บไปคิดคือ ถ้าประเทศกำลังเร่งสร้างสนามการทดลอง AI ขนาดนี้ องค์กรของเรามีสนามให้คนของตัวเองลองสร้างผลลัพธ์ด้วย AI แล้วหรือยัง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!