Prime Video ดัน Reacher และ The Terminal List ปั้นจักรวาลแอ็กชันทริลเลอร์

Prime Video ดัน Reacher และ The Terminal List ปั้นจักรวาลแอ็กชันทริลเลอร์
ความสนใจ|ซีรีส์อเมริกัน

Prime Video หันหน้าเข้าสู่ยุคแฟรนไชส์แอ็กชันทริลเลอร์เต็มตัว

ยุทธศาสตร์ใหม่ของ Prime Video ในตลาดสตรีมมิง คือการผลักดันแฟรนไชส์แอ็กชันทริลเลอร์ต่อเนื่องอย่าง Reacher season 4 และ The Terminal List Prime Video ให้กลายเป็นเสาหลักของแพลตฟอร์ม โดยใช้ตัวละครคาแรกเตอร์จัด ฉากบู๊หนัก และโครงเรื่องเข้มข้นเพื่อดึงให้ผู้ชมติดตามหลายซีซันแทนการเสิร์ฟซีรีส์ใหม่สั้นๆ แล้วจบไปครั้งเดียว แนวทางนี้สะท้อนว่าผู้ให้บริการไม่ได้มุ่งแข่งกันที่ปริมาณ streaming releases เท่านั้น แต่กำลังสร้าง “บ้านหลังหลักของแฟรนไชส์แอ็กชัน” ที่ผู้ชมรู้ว่าถ้าอยากดู action thriller series แบบดูยาวๆ มีซีซันต่อเนื่อง ก็ต้องกลับมาหาแพลตฟอร์มนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Prime Video ดัน Reacher และ The Terminal List ปั้นจักรวาลแอ็กชันทริลเลอร์

Reacher season 4: จากหนังสือสู่ซีรีส์ที่ขึ้นชาร์ตและไปไกลถึงซีซัน 5

Reacher season 4 ไม่ได้เป็นแค่การสานต่อเรื่องราวของ Jack Reacher แต่มันคือหลักฐานว่าตัวละครนี้ถูกปรับตัวมาเป็นสินทรัพย์ระยะยาวของ Prime Video แล้ว เพราะในช่วงเวลานี้ซีซันล่าสุดกำลังครองอันดับบนชาร์ตของแพลตฟอร์มอย่างโดดเด่น และที่สำคัญกว่า คือซีซัน 5 ได้รับการยืนยันเรียบร้อย ทำให้เส้นทางแฟรนไชส์ถูกวางยาวอย่างชัดเจน การต่ออายุล่วงหน้าแบบนี้สะท้อนว่าแพลตฟอร์มเชื่อมั่นว่าคนดูต้องการ action thriller series ที่มีโทนและคุณภาพคงเส้นคงวา มากกว่าซีรีส์ทดลองที่เปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ จุดแข็งของ Reacher คือการผสมความเป็นฮีโร่สันโดษกับโครงเรื่องสืบสวน ซึ่งดูดคนดูให้ติดตามได้หลายซีซัน และกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญของ streaming releases ฝั่งแอ็กชันของแพลตฟอร์ม

The Terminal List กับการกลับมาที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้ว

ในทางตรงกันข้ามกับ Reacher ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง The Terminal List Prime Video กลับมาพร้อมความเซอร์ไพรส์ เพราะหลังจากซีซันแรกออกฉายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 หลายคนมองว่าซีรีส์นี้อาจถูกเก็บเข้ากรุไปแล้ว เมื่อเวลาผ่านมาระยะยาวจนเจ้าของคอนเทนต์คนหนึ่งมองว่านี่เป็นหนึ่งในช่องว่างระหว่างซีซันที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยเห็น แต่ Prime Video ตอบโต้ความคิดนั้นด้วยการปล่อยทีเซอร์อีกซีซัน โดยมี Chris Pratt กลับมารับบท James Reece อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดวันฉายที่ 21 ตุลาคมที่ประกาศแล้วเรียบร้อย การตัดสินใจปลุกซีรีส์ที่เคยได้รับเสียงตอบรับแบบก้ำกึ่งให้กลับมา จึงสะท้อนว่าผู้ให้บริการมองเห็นศักยภาพของแฟรนไชส์สายสายลับบู๊ และยอมลงทุนกับการสร้างความต่อเนื่องมากกว่าเริ่มต้นแฟรนไชส์ใหม่จากศูนย์

ทำไม Prime Video ถึงเลือกเดิมพันกับแฟรนไชส์แอ็กชันยาวๆ

การที่ Reacher season 4 กำลังครองชาร์ต และยังถูกต่ออายุไปถึงซีซัน 5 ควบคู่กับการคืนชีพ The Terminal List พร้อม Chris Pratt ในซีซันใหม่ บอกเราว่า Prime Video กำลังใช้โมเดลแฟรนไชส์เป็นหัวใจของกลยุทธ์ด้านแอ็กชันทริลเลอร์ จุดร่วมของทั้งสองเรื่องคือการสร้างตัวละครที่คนดูจดจำ และใช้โครงสร้างซีซันต่อเนื่องให้ผู้ชมรู้สึกว่าการกดดูหนึ่งตอนคือการลงทุนในโลกเล่าเรื่องที่กลับมาได้เรื่อยๆ แน่นอนว่าการปล่อย streaming releases แบบนี้อาจไม่หวือหวาเท่าการเปิดตัวซีรีส์ใหม่ทุกไตรมาส แต่ข้อดีคือการสะสมฐานแฟนที่เหนียวแน่นและคาดเดาได้ ซึ่งในระยะยาวมีค่ามากกว่ากระแสชั่วคราวจากซีรีส์ที่มาแล้วหายไป

บทสรุป: สร้างบ้านให้แฟนแอ็กชันทริลเลอร์กลับมาอยู่ประจำ

เมื่อมองภาพรวม Reacher season 4 ในฐานะซีรีส์ที่ครองชาร์ตและได้ไฟเขียวไปไกลถึงซีซัน 5 ผสานกับ The Terminal List ที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกำหนดวันฉาย 21 ตุลาคม เราจะเห็นภาพชัดว่า Prime Video กำลังสร้างแบรนด์ตัวเองให้เป็นบ้านหลักของ action thriller series แบบต่อเนื่อง การยอมรอช่องว่างยาวระหว่างซีซัน แล้วกลับมาลงทุนกับตัวละครเดิม ไม่ใช่แค่การตามใจแฟนคลับ แต่คือการประกาศว่าผู้ให้บริการพร้อมแบกรับแฟรนไชส์แอ็กชันระยะยาวให้ผู้ชมมี “ที่ประจำ” ในการกลับมาดู ซีรีส์ทั้งสองเรื่องจึงไม่ได้เป็นแค่ streaming releases ธรรมดา แต่เป็นหมุดหมายที่กำลังกำหนดว่าภูมิทัศน์แอ็กชันทริลเลอร์บนสตรีมมิงในอนาคตจะหน้าตาเป็นอย่างไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!