สมัคร Prime Video ไทย 2026 ให้คุ้ม สำหรับคนรอดู The Boys ซีซั่น 5 ตอน 6
1. ทำไมสายสตรีมไทยปี 2026 ควรรู้วิธีสมัคร Prime Video ให้คุ้ม
ปี 2026 เป็นปีที่ตลาดสตรีมมิ่งแข่งกันดุเดือด ทั้ง Netflix, Disney+, YouTube Premium, Viu, iQIYI, WeTV และ Prime Video ต่างแย่งเวลาและเงินในกระเป๋าของคนดู โดยเฉพาะชาวคอนโดและสายสตรีมที่ต้องเลือกสมัครแบบคุ้มที่สุด ไม่ใช่แค่ถูกที่สุด
บน Prime Video เอง คอนเทนต์ระดับท็อปอย่าง The Boys ซีรีส์แอ็กชันคอมเมดี้สายดาร์กเรตติ้ง IMDb 8.6/10, มีครบถึง 5 ซีซั่น และในซีซั่น 5 ตอนที่ 6 ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 4 นาที ก็เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่แฟนๆ รอคอย เพราะยังเล่าเรื่องโลกที่ Homelander ควบคุมอเมริกาด้วยความหวาดกลัวแบบฟาสซิสต์ และทีม The Boys ที่ต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน
การสมัคร Prime Video ให้คุ้ม จึงไม่ใช่แค่การกดสมัครแล้วดูจบ แต่คือการวางแผนแพ็กเกจ วิธีสมัคร และอุปกรณ์ รวมถึงการเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นที่เริ่มขึ้นราคาอย่าง YouTube Premium และเจ้าใหญ่รายต่างๆ ในตลาด
2. ทำความรู้จัก Prime Video ในไทยปี 2026: แพ็กเกจ ราคา สิทธิประโยชน์ และความต่าง
จากข้อมูลโปรโมตในไทย Prime Video เสนอแพ็กเกจแบบเรียบง่าย เน้นดูไม่อั้นในราคาต่อเดือนที่เข้าถึงได้ และโยงกับบริการจ่ายเงินยอดนิยมอย่างทรูมันนี่
2.1 แพ็กเกจและราคา
แพ็กเกจรายเดือน: ระบุชัดเจนว่า
“แพ็กเกจรายเดือน เพียง 149 บาท/เดือน”
ดูหนังและซีรีส์ยอดนิยมบน Prime Video ได้ไม่จำกัด
(ในข้อมูลที่มี ไม่มีการระบุแพ็กเกจรายปีของ Prime Video ในไทย จึงไม่สามารถสรุปหรือเทียบราคาแบบรายปีได้)
2.2 สิทธิประโยชน์หลักของสมาชิก Prime Video
จากข้อความประชาสัมพันธ์ในไทย สิทธิที่ระบุไว้ชัดๆ ได้แก่:
รับชมได้ทุกที่
ดูได้จากเว็บ หรือแอป Prime Video ทั้งบนโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือสมาร์ททีวีที่รองรับ
ดูพร้อมกันได้สูงสุด 3 อุปกรณ์
ไม่มีโฆษณาคั่น
ระบุว่า “รับชมความบันเทิงแบบไม่มีโฆษณาคั่น” ในแพ็กเกจรายเดือน 149 บาท
ฟีเจอร์ X-Ray
ใช้ดูข้อมูลนักแสดง เพลง ประวัติ และเกร็ดต่างๆ ระหว่างดูหนัง/ซีรีส์
ประหยัดข้อมูล
มีตัวเลือกควบคุมการใช้ดาต้าทั้งตอนดาวน์โหลดและตอนสตรีมบนมือถือหรือแท็บเล็ต
2.3 ความต่างจากสตรีมมิ่งเจ้าอื่นในปี 2026
จากภาพรวมตลาดสตรีมมิ่งในข้อมูลอัปเดตปี 2026:
YouTube Premium
ขึ้นราคาในไทยเป็น 199 บาท/เดือน (รายบุคคล) และมีตัวเลือก Premium Lite 119 บาท/เดือน ที่ยังมีโฆษณาบางส่วนและตัดฟีเจอร์สำคัญออก
จุดเด่นคือไม่มีโฆษณาบนวิดีโอ YouTube, เล่นพื้นหลัง, ดาวน์โหลดและ YouTube Music
Netflix, Disney+ และเจ้าอื่น
หลายเจ้าปรับขึ้นราคา และเข้มงวดเรื่อง Anti-Password Sharing
Netflix มีแพ็ก Mobile 99 บาท/เดือน แต่จำกัดการใช้งานบนมือถือ/แท็บเล็ตเท่านั้น
เมื่อเทียบตามข้อมูลที่มี Prime Video ในไทยปี 2026 จึงโดดเด่นตรงที่:
ราคาเดือนละ 149 บาท ได้ดูหนัง–ซีรีส์ระดับโลก ในรูปแบบ ไม่มีโฆษณาคั่น
ดูพร้อมกันได้ 3 อุปกรณ์ ในราคาเดียว (ข้อมูลอื่นๆ อย่างจำนวนโปรไฟล์ต่อบัญชีไม่ได้ถูกระบุในเอกสารอ้างอิง จึงไม่สามารถสรุปได้)
3. เช็กลิสต์ก่อนสมัคร: เน็ต อุปกรณ์ และการเช็กว่าดู The Boys ได้ครบทุกตอน
ก่อนจะกดสมัคร Prime Video เพื่อดู The Boys ซีซั่น 5 ตอน 6 – Though the Heavens Fall ควรเช็กพื้นฐาน 3 อย่างนี้ก่อน
3.1 เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
จากข้อมูลสตรีมมิ่งปี 2026 มีการเน้นเรื่องการประหยัดดาต้าและการควบคุมการใช้ข้อมูลบนมือถืออย่างชัดเจน เช่น ฟีเจอร์ประหยัดข้อมูลใน Prime Video และแนวโน้มการดูผ่านเน็ตบ้าน/เน็ตมือถือที่ถูกลงเมื่อซื้อแบบ Bundle
สิ่งที่เรารู้จากข้อมูล:
Prime Video มีตัวเลือกควบคุมการใช้ดาต้าขณะดาวน์โหลดและขณะสตรีม
เหมาะกับคนที่ใช้เน็ตมือถือหรือแพ็กเกจจำกัดดาต้า
(ในข้อมูลไม่มีการระบุความเร็วเน็ตขั้นต่ำ จึงไม่สามารถสรุปค่าตัวเลขได้)
3.2 อุปกรณ์ที่รองรับ
ในไทย Prime Video ระบุชัดเจนว่า:
- ดูได้จาก
เว็บเบราว์เซอร์
แอป Prime Video บน โทรศัพท์มือถือ
แท็บเล็ต
สมาร์ททีวีที่รองรับ
ดูได้พร้อมกันสูงสุด 3 อุปกรณ์ ต่อหนึ่งบัญชี
จากจุดนี้ สายสตรีมในคอนโดสามารถวางแผนได้ เช่น ดูหลักบนสมาร์ททีวี และใช้มือถือ/แท็บเล็ตเป็นเครื่องรอง
3.3 วิธีเช็กว่า The Boys มีครบทุกตอน
ข้อมูลเนื้อหา The Boys บน Prime Video ที่ให้มา ระบุว่า:
The Boys มี 5 ซีซั่น บน Prime Video
ซีซั่น 5 มี 6 ตอน ได้แก่
Fifteen Inches of Sheer Dynamite – 1 h 3 min – Apr 8, 2026
Teenage Kix – 1 h 2 min – Apr 8, 2026
Every One of You Sons of Bitches – 1 h 5 min – Apr 15, 2026
King of Hell – 1 h 5 min – Apr 22, 2026
One-Shots – 1 h 8 min – Apr 29, 2026
Though the Heavens Fall – 1 h 4 min – May 6, 2026
จากข้อมูลนี้ สามารถสรุปได้ว่า The Boys ซีซั่น 5 มีครบ 6 ตอนบน Prime Video และตอนที่ 6 มีสถานะ “Available now” ณ วันที่ระบุในข้อมูล
4. คู่มือสมัคร Prime Video แบบ Step-by-step สำหรับผู้ใช้ไทย
ในข้อมูลที่มี มีรายละเอียดการสมัครในเชิงภาพรวมและช่องทางจ่ายเงินสำหรับ Prime Video ในไทยผ่านทรูมันนี่ แต่ไม่ได้แจกแจงทุกขั้นตอนละเอียดเหมือนคู่มือทีละคลิก ดังนั้นในส่วนนี้จะสรุปเฉพาะขั้นตอนที่มีการกล่าวถึงชัดเจนในเอกสารอ้างอิง
4.1 สมัคร Prime Video ด้วยทรูมันนี่
จากเอกสารของ “Prime Video | ทรูมันนี่ เป็นไปได้ ได้ทุกคน” มีการสื่อสารขั้นตอนสั้นๆ ว่า:
ดาวน์โหลดแอปทรูมันนี่
ติดตั้งแอป TrueMoney บนมือถือ
สมัคร Prime Video ด้วยทรูมันนี่ ได้ทันที
หลังติดตั้งแล้ว สามารถสมัคร Prime Video ผ่านทรูมันนี่ใน 2 ขั้นตอนง่ายๆ (เอกสารไม่ได้บอกรายละเอียดบนหน้าจอ เช่น ปุ่มกดหรือลิงก์ภายในแอป จึงไม่สามารถอธิบายส่วนนี้เชิงเทคนิคมากกว่านี้ได้อย่างแม่นยำ)
ในหน้าประชาสัมพันธ์ยังมีปุ่ม/ข้อความเชิญชวนแนวทาง “สมัคร Prime Video” หลายครั้ง แต่ไม่ได้แนบขั้นตอนหน้าจอเว็บแบบละเอียด
4.2 สมัครผ่านเว็บไซต์ Prime Video โดยตรง
มีข้อความบอกว่า:
“เข้าสู่เว็บไซต์ Prime Video”
“ดูได้แล้ววันนี้ บน Prime Video”
ซึ่งแปลได้ว่า การสมัครผ่านเว็บโดยตรงเป็นช่องทางมาตรฐาน แต่ไม่มีรายละเอียดเชิงลิงก์และฟอร์มการสมัครในข้อมูลที่ได้รับ จึงทำได้เพียงระบุว่า ผู้ใช้สามารถเข้าเว็บ Prime Video จากเบราว์เซอร์เพื่อเริ่มกระบวนการสมัคร
4.3 สมัครผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย/เน็ตบ้าน
แม้ข้อมูลโดยตรงที่เกี่ยวกับ Prime Video + เครือข่ายมือถือจะมีไม่มาก แต่จากบริบทของตลาดสตรีมมิ่งปี 2026 ที่ยกตัวอย่างแพ็กเกจ Bundle ระหว่าง YouTube Premium กับ Netflix, Viu, WeTV, iQIYI ผ่านค่ายมือถือ (True/dtac ฯลฯ) ทำให้เห็นแนวทางว่า:
การสมัครสตรีมมิ่งผ่านแพ็กเกจเน็ตบ้านหรือเน็ตมือถือ สามารถช่วยลดราคาลงได้ 30–50% จากราคาหน้าแอป (อ้างอิงจากหัวข้อ “Bundle is King” ในบทความ Streaming ปี 2026)
แต่สำหรับ Prime Video เอง ในข้อมูลที่มี ยังไม่ได้ระบุแพ็กเกจ Bundle แบบละเอียด จึงไม่สามารถสรุปราคา/โปรโมชั่นเฉพาะได้
5. เทคนิคสมัครให้คุ้มสุด: ทดลองฟรี ส่วนลด และเทียบรายเดือน vs รายปี
ข้อมูลของ Prime Video ที่ให้มา ระบุราคาแพ็กเกจรายเดือน 149 บาท และช่องทางทรูมันนี่ แต่ไม่ได้กล่าวตรงๆ ถึงช่วงทดลองฟรีหรือแพ็กเกจรายปี
อย่างไรก็ตาม เราสามารถดึงแนวคิดการประหยัดจากแพลตฟอร์มอื่นที่มีข้อมูลละเอียดมาใช้เป็นหลักคิดเชิงเปรียบเทียบได้ (แต่จะไม่สรุปแทนว่า Prime Video ทำเหมือนกัน เพราะไม่มีข้อมูลยืนยัน)
5.1 บทเรียนจาก YouTube Premium ปี 2026
จากข้อมูล YouTube Premium ไทยปี 2026:
รายเดือนบุคคล: 199 บาท
รายปีบุคคล: 1,990 บาท (เฉลี่ย ~165 บาท/เดือน)
Family: 399 บาท/เดือน ใช้ได้สูงสุด 5 คน
มีการสรุปว่า:
ถ้าใช้คนเดียวระยะยาว แบบรายปีคุ้มกว่า
ถ้าใช้ทั้งบ้าน แพ็กเกจ Family หารแล้วเหลือไม่ถึง 100 บาทต่อคน
สิ่งที่นำมาใช้ได้ในมุมวางแผนคือ:
ถ้าในอนาคต Prime Video เสนอแพ็กเกจรายปีหรือ Family ในไทย การคิดคำนวณในลักษณะเดียวกันจะช่วยให้รู้ว่าแบบไหนคุ้มกว่า แต่ในข้อมูลปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขเหล่านี้ของ Prime Video โดยตรง
5.2 เทคนิค Bundle และหมุนเวียนการสมัคร
จากบทความ Streaming ปี 2026 มีข้อสรุปสำคัญที่ใช้วางแผนกับทุกแพลตฟอร์มได้ รวมถึง Prime Video:
Bundle is King: การซื้อสตรีมมิ่งผ่านแพ็กเกจเน็ตบ้าน/มือถือ ถูกกว่าซื้อเดี่ยว 30–50%
หมุนเวียนการสมัคร: ไม่จำเป็นต้องสมัครทุกแอปพร้อมกัน
ดูจบค่ายหนึ่ง แล้วค่อยย้ายไปอีกค่ายตามซีรีส์ที่เข้าใหม่ ช่วยประหยัดได้หลายพันบาทต่อปี
สำหรับคนที่เน้นดู The Boys บน Prime Video เป็นหลัก สามารถใช้แนวคิดนี้ได้ เช่น:
เปิด Prime Video เฉพาะช่วงที่ The Boys มีตอนใหม่ครบซีซั่น
ช่วงที่ยังไม่ดูคอนเทนต์ใน Prime Video สามารถยกเลิก แล้วไปสมัครเจ้าอื่นตามคอนเทนต์ที่สนใจ (ข้อมูลวิธีการยกเลิกบน Prime Video ไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสาร จึงไม่สามารถอธิบายขั้นตอนยกเลิกได้)
6. ตั้งค่าโปรไฟล์และภาษาให้เหมาะกับการดู The Boys ซีซั่น 5 ตอน 6
แม้ในเอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ แต่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับภาษาและคุณภาพวิดีโอของ The Boys บน Prime Video
6.1 ภาษาเสียงและซับสำหรับ The Boys
ข้อมูลแสดงชัดเจนว่า The Boys บน Prime Video มีตัวเลือกภาษาเสียง (Audio) และซับไตเติล (Subtitles) จำนวนมาก:
Audio languages ที่มี:
English (หลายรูปแบบรวมถึง Audio Description และ Dialogue Boost)
ไทย (Thai)
และภาษาอื่นๆ เช่น Deutsch, Español, Français, Italiano, Português, 日本語, Tiếng Việt ฯลฯ
Subtitles ที่มี:
English [CC]
ไทย (Thai)
และภาษาอื่นๆ เช่น العربية, Español, Français, Nederlands, Português, Русский, 한국어, 中文 (ทั้งตัวเต็มและตัวย่อ) ฯลฯ
ดังนั้นสำหรับคนไทยที่ดู The Boys ซีซั่น 5 ตอน 6 สามารถเลือกระหว่าง
เสียงอังกฤษ + ซับไทย
หรือเสียงไทย (พากย์ไทย) + ซับไทย/อังกฤษ
ได้จากเมนูเลือกภาษาในแอป Prime Video (แม้เอกสารจะไม่บอกขั้นตอนการกดทีละปุ่ม แต่ยืนยันได้ว่าตัวเลือกภาษามีอยู่จริง)
6.2 คุณภาพภาพ: HDR และ UHD
ในข้อมูล The Boys ระบุชัดเจนว่า:
ตัวซีรีส์มี HDR และ UHD (ซึ่งสื่อถึงการรองรับระดับ 4K)
การจะได้ภาพระดับนี้ในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับ:
ความสามารถของอุปกรณ์ (เช่น สมาร์ททีวี 4K HDR)
แพ็กเกจเน็ตและการตั้งค่าการใช้ดาต้าในแอป
แม้เอกสารจะไม่อธิบายวิธีเปลี่ยนระดับความคมชัด แต่มีการบอกว่ามีตัวเลือกควบคุมการใช้ข้อมูล ดังนั้นผู้ใช้ที่ต้องการภาพชัดสูงสุดหรือประหยัดดาต้าสามารถปรับได้จากเมนูในแอป Prime Video
6.3 การควบคุมปริมาณอินเทอร์เน็ต
สำหรับสายเน็ตมือถือหรือคนที่ต้องการดู The Boys แบบไม่ให้ดาต้ารั่วแรงเกินจำเป็น ข้อมูลของ Prime Video ระบุว่า:
“มีการควบคุมการใช้ข้อมูล ขณะดาวน์โหลด และรับชมวิดีโอบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่เลือกไว้”
ซึ่งหมายถึง:
สามารถตั้งค่าระดับการใช้ดาต้าขณะสตรีม
ตั้งค่าคุณภาพไฟล์ดาวน์โหลดให้เหมาะกับความจุเครื่องและแพ็กเกจเน็ต
7. ทิปการใช้งานจริงสำหรับสายสตรีมไทย
แม้ข้อมูลจะไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคของ Prime Video ทุกฟีเจอร์ แต่มีหลายจุดที่บอกใบ้แนวทางใช้งานให้คุ้มกับไลฟ์สไตล์สายสตรีม
7.1 การดาวน์โหลดดูออฟไลน์
จากสิทธิประโยชน์ของ Prime Video และตัวอย่างของบริการอื่น (เช่น YouTube Premium, Viu, Netflix) ที่เน้นฟีเจอร์ดาวน์โหลดออฟไลน์ ทำให้เห็นว่า
Prime Video ระบุชัดเรื่องการควบคุมดาต้า “ขณะดาวน์โหลด” วิดีโอบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
ซึ่งสื่อว่ามีฟังก์ชันดาวน์โหลดไว้ดูทีหลังได้ (แม้คำว่า “ดาวน์โหลด” จะไม่ถูกอธิบายขั้นตอนโดยตรง แต่ถูกกล่าวถึงในบริบทการควบคุมดาต้า)
สำหรับคนที่ต้องการดู The Boys บนรถไฟฟ้า/เดินทางไกล การโหลดล่วงหน้าผ่าน Wi‑Fi บ้าน จะช่วยประหยัดดาต้ามือถือได้มาก
7.2 การใช้กับสมาร์ททีวีและอุปกรณ์แคสต์
ข้อมูลของ Prime Video ระบุว่า:
รองรับการดูผ่าน สมาร์ททีวีที่รองรับ
ส่วนการใช้งานผ่าน Chromecast หรือ Apple TV แม้ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การที่แพลตฟอร์มรองรับสมาร์ททีวีและมีแอปมือถือ ชี้ให้เห็นอย่างน้อยว่า ผู้ใช้สามารถเลือกอุปกรณ์ที่รองรับ Prime Video อย่างเป็นทางการมาต่อกับจอหลักได้ (เช่น สมาร์ททีวีที่มีแอป Prime Video ในตัว)
7.3 การแก้ปัญหาดูไม่ได้หรือบัฟเฟอร์บ่อย
ข้อมูลไม่ได้พูดตรงๆ ถึงวิธีแก้บัฟเฟอร์ แต่จากภาพรวมของทุกบริการสตรีมมิ่งในบทความปี 2026 ที่เน้น
การควบคุมคุณภาพสตรีมเพื่อประหยัดดาต้า
แนะนำให้เลือกแพ็กเกจเน็ตให้เหมาะกับการดูวิดีโอ
จุดที่นำมาประยุกต์ใช้กับ Prime Video ได้คือ:
ถ้าดู The Boys แล้วสะดุดบ่อยบนมือถือ/แท็บเล็ต สามารถลดระดับการใช้ดาต้าในแอป Prime Video ตามฟีเจอร์ “ประหยัดข้อมูล” ที่มีระบุไว้
8. สรุปความคุ้มค่าของการสมัคร Prime Video ไทยปี 2026 สำหรับสาย The Boys และคนรักซีรีส์/หนังฮิต
จากข้อมูลทั้งหมดที่มีในปี 2026 ภาพรวมของ Prime Video ในไทย สำหรับคนที่เน้นดู The Boys และคอนเทนต์ระดับโลก มีจุดเด่นดังนี้:
ราคา: แพ็กเกจรายเดือน 149 บาท ดูหนัง–ซีรีส์ได้ไม่อั้น ไม่มีโฆษณาคั่น
คุณภาพและคอนเทนต์:
The Boys 5 ซีซั่น เรตติ้ง IMDb 8.6/10
ซีซั่น 5 ตอน 6 “Though the Heavens Fall” ยาว 1 ชั่วโมง 4 นาที พร้อมดูบน Prime Video
รองรับ HDR, UHD ในบางคอนเทนต์อย่าง The Boys
ประสบการณ์การใช้งาน:
ดูได้พร้อมกัน 3 อุปกรณ์
รองรับเว็บ, มือถือ, แท็บเล็ต, สมาร์ททีวีที่รองรับ
มีระบบ X-Ray ให้ข้อมูลนักแสดง เพลง และเกร็ดต่างๆ ระหว่างดู
รองรับเสียง ภาษาไทย และซับไทยใน The Boys
การควบคุมค่าเน็ต:
มีตัวเลือกควบคุมการใช้ดาต้าทั้งขณะดาวน์โหลดและสตรีมบนมือถือ/แท็บเล็ต
เมื่อเปรียบเทียบกับการที่หลายแพลตฟอร์มอย่าง YouTube Premium, Netflix, Disney+ ต่างทยอยขึ้นราคาในปี 2026 การมีตัวเลือกอย่าง Prime Video เดือนละ 149 บาท ที่ให้ดูซีรีส์ระดับ The Boys แบบไม่มีโฆษณาคั่น ถือเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาอย่างมากสำหรับสายแมสที่ชอบคอนเทนต์ฝรั่งงานสร้างจัดเต็ม
สำหรับคนไทยที่เน้นดู The Boys เป็นแกนกลาง และสลับไปดูคอนเทนต์ของแพลตฟอร์มอื่นตามลิสต์ซีรีส์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2026 แนวทางที่สอดคล้องกับข้อมูลทั้งหมดคือ:
ใช้หลัก หมุนเวียนการสมัคร: เปิด Prime Video ช่วงที่ต้องการดู The Boys และคอนเทนต์อื่นบนแพลตฟอร์มนี้จริงๆ
พิจารณา Bundle ผ่านค่ายมือถือ/เน็ตบ้าน ถ้ามีแพ็กเกจที่รวม Prime Video เข้ากับบริการอื่น (แม้ในข้อมูลปัจจุบันจะยังไม่ระบุแพ็กเกจ Prime Video Bundle ชัดๆ แต่ประสบการณ์จาก YouTube Premium + Viu/WeTV/iQIYI แสดงให้เห็นว่านี่คือทิศทางหลักของตลาด)
ด้วยข้อมูลในมือ ณ ปี 2026 การสมัคร Prime Video แบบรายเดือน 149 บาท แล้วจัดตารางดู The Boys ซีซั่น 5 ให้จบภายในรอบบิล พร้อมสำรวจหนังและซีรีส์อื่นที่อยู่ในท็อปของแพลตฟอร์ม ถือเป็นวิธีใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายสตรีมในไทยที่ไม่อยากพลาดสงครามระหว่าง Homelander และ The Boys


ความคิดเห็น